อะไรทำให้ตลาดหุ้นเวียดนามทำจุดสูงสุดใหม่ จะลงทุนยังไงดี?

1271

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด

Facebook | Youtube | Line | Website

อะไรทำให้ตลาดหุ้นเวียดนามทำจุดสูงสุดใหม่ จะลงทุนยังไงดี_WEB

“1,420 จุด” คือระดับดัชนีตลาดหุ้นเวียดนามล่าสุด (ณ วันที่ 2 กรกฎาคม 2564)

น่าสนใจมากครับ เพราะเป็นระดับที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และเป็นจุดที่ฟื้นตัวจากวิกฤตโควิด-19 ที่ดัชนีลงดิ่งไป 665 จุด หรือเอาให้เห็นภาพง่าย ๆ คือ เพิ่มขึ้นถึง 113% ครับ

และคิดเป็นการเติบโต 3 เด้งในรอบ 4 ปี ถือว่าเป็นตลาดที่โดดเด่นมาก

คำถามคือ อะไรที่ทำให้ตลาดหุ้นเวียดนามขึ้นมาขนาดนี้ และแนวทางการลงทุน ในช่วงที่ตลาดหุ้นเวียดนามทำจุดสูงสุดใหม่จะเป็นอย่างไร

#ถามอีกกับอิก ชวนทุกท่านมาวิเคราะห์กันครับ

มีหลายเหตุผลที่อธิบายว่า ทำไมตลาดหุ้นเวียดนามถึงวิ่งมาได้ขนาดนี้

1. เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าจะเจอกับวิกฤตโควิด-19 ในปี 2020 แต่เศรษฐกิจเวียดนามก็เป็นเพียงไม่กี่ประเทศที่ยังเติบโตได้ 2.9% ไม่ธรรมดาเลยนะครับ

และอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานสถิติเวียดนามจะเห็นว่า เศรษฐกิจเวียดนามเติบโตเฉลี่ย 5-8% ตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าเวียดนามมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งและมีพัฒนาการที่ดีอย่างต่อเนื่อง เลยได้ชื่อว่า “เสือเศรษฐกิจใหม่แห่งเอเชีย”

2. โครงสร้างประชากร

ข้อมูลจาก World Population Review ชี้ว่าปีนี้จำนวนประชากรเวียดนามอยู่ที่ 97.3 ล้านคน และที่น่าตื่นเต้นคือ สัดส่วนกว่า 60% เป็นคนวัยทำงาน ทำให้กำลังซื้อสูง และจะมีส่วนช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต

3. เม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ สูงสุดในอาเซียน

ตอนนี้เวียดนามเป็นประเทศที่เนื้อหอมมาก ๆ ครับ ถ้าย้อนกลับไปดูปี 2562 (ก่อนวิกฤตโควิด-19) จะเห็นว่า ยอดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงหรือ FDI มีมูลค่าสูงถึง 3.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ(อ้างอิงจากสำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนาม) ก่อนจะลดลงไปในช่วงโควิด-19

แต่ตามหน้าข่าว เราก็จะเห็นว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ไม่ว่าจะเป็น Foxconn, Samsung หรือ Apple ก็เตรียมย้ายฐานการผลิตไปเวียดนามเพิ่มเติม ซึ่งจะทำให้เวียดนามมีขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว

4. บริษัทจดทะเบียนมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง

ตรงนี้สำคัญมากครับ มีธุรกิจยักษ์ใหญ่ในหลายอุตสาหกรรม เช่น ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ ธนาคารพาณิชย์ บริการทางการเงิน วัสดุพื้นฐาน  และหุ้นเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งล้วนมีฐานเงินทุนที่แข็งแกร่งและพร้อมจะเติบโตไปพร้อมกับศักยภาพของประเทศ

5. Valuation ยังไม่แพง

อ้างอิงข้อมูลจาก FinVest จะเห็นว่า Valuation ของเวียดนาม ณ วันที่ 2 มีนาคม 2564 มี P/E อยู่ที่ 18.03 เท่า และเมื่อดู Forward P/E (มองไปข้างหน้า) อยู่ที่ 14.67 เท่า ซึ่งเทียบกับประเทศอื่นถือว่ายังอยู่ในระดับที่ถูกเลยล่ะครับ โดยเฉพาะถ้าเทียบกับศักยภาพในการเติบโตของประเทศที่เวียดนามในขณะนี้

แต่ความเห็นส่วนตัว คิดว่าความยากอย่างหนึ่งของการลงทุนในตลาดเวียดนามคือ การติดตามข้อมูลที่ไม่ได้ง่ายเหมือนกับตลาดในไทย ทำให้การลงทุนในกองทุนที่เข้าไปลงทุนในเวียดนามอีกทีหนึ่งเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจครับ

ถ้าเข้าไปดูในแอป FinVest เค้ารวบรวมมาให้แล้วครับว่าตอนนี้มี 7 กองทุนไทยที่ลงทุนเวียดนาม ครับ

1. Principal VNEQA กองทุนเปิดพรินซิเพิลเวียดนาม อิควิตี้ ชนิดสะสมมูลค่า

เน้นลงทุนตราสารทุนเวียดนาม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

2. KFVIETA กองทุนเปิดกรุงศรีเวียดนามอิควิตี้ ชนิดสะสมมูลค่า

ลงทุนตราสารทุนเวียดนาม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

3ASPVIET กองทุนเปิด แอสเซทพลัส เวียดนาม โกรท ฟันด์

ลงทุนตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือมีธุรกิจหลักในเวียดนาม

4. ASPVIETRMF กองทุนเปิด แอสเซทพลัส เวียดนาม โกรท เพื่อการเลี้ยงชีพ

ลงทุนในกองทุนรวมหรืออีทีเอฟต่างประเทศ หลักทรัพย์จดทะเบียน หรือธุรกิจในเวียดนาม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

5. UVO กองทุนเปิด ยูไนเต็ด เวียดนาม ออพพอร์ทูนิตี้ ฟันด์

กระจายการลงทุนผ่านกองทุนที่มีกลยุทธ์การบริหารเชิงรุกซึ่งบริหารโดยผู้จัดการกองทุนชาวเวียดนาม และลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศ หรือ กองทุนรวมอีทีเอฟ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

6. KVIETNAM กองทุนเปิดเค เวียดนาม หุ้นทุน

เน้นลงทุนในตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เวียดนาม หรือดำเนินธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากการเติบโตเศรษฐกิจ รวมทั้งหน่วย CIS, Property, Infra เวียดนาม หรืออีทีเอฟ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

7. ONEVIETNAMRA กองทุนเปิดวรรณ เวียดนาม อิควิตี้

ลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียนในประเทศเวียดนาม หรือได้ประโยชน์จากการประกอบธุรกิจในประเทศเวียดนามเป็นหลัก

ตอนนี้หลายคนอาจจะกำลังคิดว่า โอ้โห … กองทุนเวียดนามมีให้เลือกเยอะแบบนี้ แล้วเราจะเลือกลงทุนยังไงดี?

ข้อดีของแอป FinVest คือมีทีมผู้เชี่ยวชาญของ บลน.โรโบเวลธ์ จำกัด ช่วยวิเคราะห์ทุกปัจจัยทั้งในด้านปริมาณ และด้านคุณภาพ เช่น ปัจจัยพื้นฐาน ผลดำเนินงานย้อนหลัง ราคาในปัจจุบัน และโอกาสเติบโตในอนาคต

ขอยกตัวอย่าง 2 กองทุนทีเด็ดในเวียดนาม ที่ FinVest แนะนำละกันครับ

กองแรกคือ Principal VNEQA กองทุนเปิดพรินซิเพิลเวียดนาม อิควิตี้ ชนิดสะสมมูลค่า

กองนี้หลัก ๆ จะเน้นลงทุนหุ้นเวียดนามที่มีโอกาสทำกำไรจากการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ โดยถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจเพื่อแก้ไข ‘จุดด้อย’ ของการเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม เช่น การคัดเลือกหุ้นทำได้ยาก และการซื้อหุ้นต้องจ่ายค่า premium ที่ค่อนข้างแพง

ซึ่งการลงทุนแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่

1. เลือกหุ้นรายตัว เพื่อค้นหาหุ้นคุณภาพที่มีโอกาสเติบโตด้วยตัวเอง

2. เลือกลงทุนผ่าน‘Onshore ETF’ เพื่อเข้าถึงการลงทุนในหุ้นที่ Foreign ownership limit (FOL) เต็ม โดยที่ไม่ต้องจ่ายพรีเมียมในการซื้อ

ยกตัวอย่างหุ้นเจ๋ง ๆ ในพอร์ตเช่น หุ้น FPT ผู้นำด้าน IT Outsourcing และ Vincom Retail ผู้บริหารศูนย์การค้ารายใหญ่ของเวียดนาม

และผลจากการคัดเลือกหุ้นที่มีคุณภาพ ทำให้มีผลงานโดดเด่นมากครับ ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาให้ผลตอบแทน 100.01% (ณ สิ้นเดือน พฤษภาคม 2564)

ส่วนกองที่สองคือ KFVIETA กองทุนเปิดกรุงศรีเวียดนามอิควิตี้ ชนิดสะสมมูลค่า

เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นเวียดนาม ลงทุนได้ยืดหยุ่น ผสมผสานทั้งกองทุนเชิงรุกและรับ หลัก ๆ ก็จะเน้นเข้าลงทุนในกองทุน JP Morgan Vietnam Opportunities Fund, Xtrackers FTSE Vietnam Swap UCITS ETF

เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีที่สุด โดยคาดการณ์กำไรต่อหุ้นในปี 2021 มีโอกาสที่จะเติบโต 21%

สำหรับกองนี้มีผลงานโดดเด่นมากครับ ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาให้ผลตอบแทน 66.15% ครับ (ณ สิ้นเดือน พฤษภาคม 2564)

ความน่าสนใจของ FinVest มีหลายอย่างครับ เช่น

1. การติดตามและมองหาโอกาสในการลงทุนทั่วโลก ทำให้ตอบโจทย์นักลงทุนทุกสไตล์​ครับ (ทั้งคนที่รับความเสี่ยงได้มาก และคนที่รับความเสี่ยงได้น้อย)

อย่างในหน้าแรกของแอปจะมีกองทุนแนะนำมาอัปเดตกันทุกสัปดาห์ คัดสรรโดยทีมผู้เชี่ยวชาญของ FinVest ที่มองแล้วว่ามีโอกาสในการเติบโต ช่วยให้จับจังหวะการลงทุนได้ง่ายขึ้น และไม่พลาดการลงทุนในกองทุนที่กำลังมาแรง

ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาหาข้อมูลมากมายด้วยตัวเอง (ในแอป FinVest มีธีมอื่น ๆ ด้วยครับ ไม่ได้มีแค่เวียดนามอย่างเดียว เช่น ธีมกัญชา, REITs, ธีม Global Growth เป็นต้น)

2. สะดวกสบาย ครบจบในแอปเดียว

สมมติว่าเราสนใจลงทุนในหุ้นธีมเวียดนาม พอเราเข้าไปในแอป FinVest แล้วเราก็แค่พิมพ์คำว่าเวียดนาม หน้าจอก็จะแสดง กองทุนทั้งหมดที่ลงทุนในเวียดนาม ซึ่งถ้าคนที่อยากหาข้อมูลเพิ่มเค้าก็ใส่รายละเอียดไว้ให้หมดแล้วครับ

ไม่ว่าจะเป็น ผลตอบแทนย้อนหลัง ขั้นต่ำในการซื้อ Fund Fact Sheet หรือใครอยากอ่านหนังสือชี้ชวน ก็กดในแอปนี้เพื่ออ่านได้ทันที สะดวกสบายมากครับ เรียกได้ว่าดูในแอปนี้ที่นี่ที่เดียว จบเลยครับ

3. เสริมข้อมูลความรู้เรื่องการลงทุนให้

จริง ๆ แล้ว FinVest ไม่ได้มีดีแค่การชี้เป้าลงทุนว่ากองทุนไหนน่าลงทุนเท่านั้นครับ แต่ยังมีบทความ insights ช่วยเติมความรู้และให้ข้อมูลกับเราในมุมต่าง ๆ แบบกระชับและใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย อ่านเพลิน ๆ ครับ

4. สามารถซื้อขายผ่านแอปได้เลย

ฟังก์ชันนี้ตอบโจทย์มากครับ เช่น ถ้าเราดูข้อมูลแล้วอยากลงทุนในกองทุนไหน ก็สามารถตัดสินใจซื้อขายผ่านแอปได้เลย

และที่ชอบมากอีกอย่างคือ เราสามารถดูภาพรวมพอร์ตกองทุนของเราได้ ว่าเราซื้ออะไรไปบ้าง ช่วยทำให้การวางแผนการเงินของเราทำได้ง่ายขึ้นเยอะเลยครับ

ความเห็นของ ถามอีก กับอิก

ถ้าจะมองหาโอกาสลงทุนระยะยาว ส่วนตัวมองว่า ตลาดเวียดนามยังไงก็คงจะต้องอยู่ในพอร์ตเรา ส่วนจะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่รับได้ครับ

หลายคนก็คิดว่าอยากจะเข้าไปลงทุนเวียดนามครับ แต่เอาเข้าจริง ๆ การหาข้อมูลเพื่อลงทุนต่างประเทศเองมันไม่ง่ายเลย และต้องเลือกกองทุนให้ดี เพราะลักษณะและสไตล์การลงทุนก็จะไม่เหมือนกันทำให้การหาตัวช่วยก็จะตอบโจทย์เราได้ครับ

ส่วนตัวลองใช้แอป FinVest แล้วรู้สึกว่าใช้งานง่าย  ตั้งแต่การออกแบบดีไซน์ให้อ่านง่าย ใช้คำสั้น ๆ กระชับ ๆ หรือการหากองทุนที่เราสนใจได้ง่าย แถมแนะนำอีกว่าเราควรลงทุนอะไร (เปิดบัญชีครั้งเดียว แต่สามารถเลือกได้มากถึง 16 บลจ. และที่สำคัญคือฟรี ไม่คิดค่าธรรมเนียมเพิ่มครับ) เป็นแอปที่เหมาะกับนักลงทุนทุกกลุ่ม ทั้งมือใหม่ และมือเก๋า

แม้ว่าจะเป็นแอปที่พอดูหน้าบ้านแล้วใช้งานง่ายมาก แต่จริง ๆ หลังบ้านทีมผู้บริหารและผู้จัดการกองทุนทำงานหนักมากครับ กว่าจะเฟ้นหาแต่ละกองทุนมาให้เราได้ ผ่านกระบวนการมากมาย และยังอัพเดทให้ทุกสัปดาห์ด้วย

และที่สำคัญ FinVest เป็นแอปที่มีความน่าเชื่อถือด้วย เพราะถูกออกแบบขึ้นมาจากความร่วมมือของบริษัทชั้นแนวหน้า เช่น บมจ.กสิกรไทย, ลู อินเตอร์เนชันแนล (ผิง อัน กรุ๊ป เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่) และบลน. โรโบเวลธ์ จำกัด ซึ่งได้รับการกำกับดูแลและอนุมัติจาก ก.ล.ต.

ลองโหลดแอปมาลองใช้ก่อนครับ แล้วจะรู้ว่าการลงทุนในกองทุนทั้งในไทยและต่างประเทศง่ายกว่าที่เราคิด แต่อย่าลืมหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุนด้วยนะครับ

ปล. มีโปรโมชั่นซื้อกองทุนที่แอปแนะนำครบ 2 หมื่นบาทรับเงินคืนเข้า FinVest Wallet 40 บาท รับคืนสูงสุด 100,000 บาท

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์นี้ครับ https://bit.ly/3qvqcUX และสามารถดาวน์โหลด FinVest มาลองใช้กันได้ที่ลิงค์นี้ครับ https://finvest.onelink.me/CoWV/2a5ddeaa

อย่าลืมนะครับว่า เริ่มต้นวันนี้ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต #ถามอีกกับอิก ☺ 

ส่งข่าวสารถึงมือผ่าน คลิกเลย

#ถ้าไม่อยากพลาดแนวคิดการลงทุนและไอเดียการลงทุนดีๆ อย่าลืมกด subscribe และ กดกระดิ่งนะครับ คลิกเลย

TAM-EIG

TAM-EIG

1271
error: Content is protected !!