ด่วน! ปู่บัฟเฟตต์มองยังไงในภาวะตลาดแบบนี้ (ตอนที่ 2)

474

#ลงทุนนอกโลก โดยถามอีกกับอิก

 

ตอนที่แล้วปู่บัฟเฟตต์ให้ข้อคิดว่า ตลาดหุ้นร่วงหนักก็ยิ่งดี สำหรับมุมมองของการเข้าซื้อธุรกิจที่ดี ซึ่งแตกต่างจากการซื้อหุ้นในกระดานครับ

 

ส่วนตอนนี้จะเน้นไปที่ข้อคิดเตือนใจนักลงทุนรายย่อยอย่างพวกเราได้ครับ

 

========

 

1. ปู่ไม่ยอมบอกเหตุผลว่าทำไม ปู่ถึงขายหุ้น Wells Fargo ในไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้ว (คาดว่าน่าจะเป็นเพราะมีปัญหาอื้อฉาว และไม่สามารถแก้ไขได้)

 

แต่แกจะค่อย ๆ รินขายหุ้น Wells Fargo ธนาคารยักษ์ใหญ่ออกมาเรื่อย ๆ

 

2. ธุรกิจสหรัฐเริ่มที่จะเติบโตน้อยลงก็จริง แต่ปู่มองว่าเป็นการชะลอลงจากระดับที่ดี

 

“ตอนนี้เป็นโอกาสที่ดีมากในการมองหาธุรกิจที่ดี ในราคาถูก”

 

3. การมุ่งแต่มองหาผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดี มัวแต่มองหา yield ที่ดี มันช่างเป็นสิ่งที่โง่เขลายิ่งนัก แต่ก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์แหละ” ปู่บอกครับ

 

แต่หมายเหตุ แกหมายถึงอย่ามัวแต่หาโอกาสลงทุน เพียงเพราะคาดหวังอยากจะได้ผลตอบแทนดี ๆ จนลืมความเสี่ยงไป

 

“ถ้าสมมิตว่า สุดท้ายแล้วคุณลงทุนได้ผลตอบแทนเพียงแค่ 1%” “สิ่งที่คุณควรทำคือ การหาวิธีในการใช้ชีวิตให้ได้แม้จะมีเงินแค่นั้น” อย่าเอาเงินไปลงทุนในสิ่งที่เสี่ยงจนเกินตัวเป็นอันขาด นั่นเป็นสิ่งที่อันตรายมาก ๆ

 

4. อัตราดอกเบี้ยตอนนี้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินมากๆ ซึ่งไม่ดีสำหรับธุรกิจประกัน แต่ดีสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้น

 

“เพราะเป็นธุรกิจที่สัญญากับลูกค้าว่าจะจ่ายตังให้เฉลี่ยปีละ 3-5% แต่กลับสามารถหาผลตอบแทนในการลงทุนได้เพียงปีละ 1-2%” เห็นภาพมากๆเลยครับปู่

 

5. ปู่บอกว่าตอนนี้เราอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติครับเพราะปู่บอกว่า “นักเศรษฐศาสตร์ที่เจ๋ง ๆ ไม่เคยคาดหรอกครับว่าคุณจะเจอภาวะดอกเบี้ยติดลบ”

 

แต่ยังไงก็เชื่อว่าธุรกิจธนาคารก็จะมีวิธีในการมองหาโอกาสในการทำเงินได้ แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดอกเบี้ยต่ำก็ตาม

 

6. การลงทุนแบบ passive investing จะได้รับความนิยมมากขึ้น (ไม่เน้นซื้อขายบ่อย ๆ และการเน้นสร้างผลตอบแทนและความเสี่ยงในระดับที่ใกล้เคียงกับดัชนี)

 

“จริง ๆ แล้วผมชอบซื้อ index fund มากกว่าการซื้อหุ้นบริษัทยักษ์ใหญ่หลายๆแห่งด้วยซ้ำ” แกอธิบายว่า การที่เราซื้อ index fund ก็เท่ากับว่าเป็นการลงทุนในธุรกิจดี ๆ มากถึง 500 แห่งพร้อม ๆ กัน

 

“นี่มันคือ สุดยอดบริษัทยักษ์ใหญ่แล้วละ”

 

7. ปู่ย้ำว่าตอนนี้ เงินสดของ Berkshire มีมากถึง 1.28 แสนล้านเหรียญ “พวกเราต้องการอยากจะซื้อ (หุ้น) มากกว่านี้” แต่แกก็มีหลายอย่างต้องพิจารณาก่อนเข้าลงทุนแหละครับ ตอนนี้อาจจะยังไม่เจอมากมายนัก

 

8. สิ่งที่ปู่สามารถวิเคราะห์ได้คือ มูลค่าธุรกิจจะเป็นเท่าไหร่ในอีก 20 ปี หรือ 30 ปีข้างหน้า แต่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่า 6 เดือนนับจากนี้ไป จะเป็นอย่างไร

 

9. การปรับพฤติกรรมการใช้จ่ายของเราให้เพียงพอกับรายได้ที่มี เป็นสิ่งที่ง่ายกว่าการที่หารายได้ให้มากพอกับไลฟ์สไตล์ที่หรูหรา (โอววว คมกริป)

 

10. ”ผมชอบซื้อหุ้นในวันที่ตกแรงๆ มากกว่าการขายหุ้น” แกยกตัวอย่างว่า วันนี้ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนักมาก มันไม่ใช่เวลามาขายหุ้น แต่มันเป็นเวลาในการมองหาธุรกิจที่ดีต่างหาก

 

11. ธุรกิจมีมูลค่าเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆในระยะยาว จากการเอากำไรสะสมไปลงทุนต่อเนื่อง

 

12.ปู่บัฟเฟตต์มองว่า โคโรนา น่าจะกระทบระยะสั้นและมองว่า ช่วงฤดูร้อน ก็น่าจะหายแล้ว

 

“มันเป็นโรคที่น่ากลัวนะ แต่ว่าจะไม่กระทบกับการตัดสินใจในการลงทุน”

 

13. หลายครั้งเราฉลาดขึ้นก็จริง แต่เราไม่ค่อยเฉลียว” เหตุผลเป็นเพราะเรามีอารมณ์ที่ไม่นิ่งครับ

 

“คุณสามารถสอนคนอะไรก็ได้นะ” เช่น สอนให้อ่านหนังสืออาจารย์เกรแฮม หรือเราสามารถส่งให้ไปเรียนมหาวิทยาลัย แต่เวลาที่เค้าตกใจกลัว เค้าก็ตกใจกลัวจริงๆ (ทำให้ลงทุนผิดพลาดได้)

 

========

 

อ่านย้อนหลัง ตอนที่ 1

https://www.facebook.com/309527089143639/posts/2752224928207164/?d=n

 

========

 

เริ่มต้นวันนี้ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต

 

อิสรภาพชีวิต !! อยู่ไหนก็ไม่พลาด อย่าลืมกดติดตามนะครับ หรือเพิ่มช่องทางการสื่อสารได้เลย

 

ส่งข่าวสารถึงมือผ่าน Line@: http://bit.ly/TAM-EIG_LINE
คลิกเลย

TAM-EIG

TAM-EIG

474

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save
error: Content is protected !!