ปรับพอร์ตอย่างไร ในยุคที่โลกหมุนเร็ว จนตำราเดิมใช้ไม่ได้? TAM-EIG 11 hours ago ปรับพอร์ตอย่างไร ในยุคที่โลกหมุนเร็ว จนตำราเดิมใช้ไม่ได้? เพื่อนๆ เคยรู้สึกไหมครับว่า ทุกวันนี้เปิดรับข่าวสารทีไรก็เจอแต่เรื่องชวนปวดหัว ทั้งสงครามการค้า เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไวอย่าง AI หรือความขัดแย้งต่างๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมกันจนเดาทางตลาดไม่ถูก ถ้าเพื่อนๆ กำลังสับสนว่าควรเอาเงินไปวางไว้ตรงไหนดี วันนี้ผมขอสรุปไอเดียจากงานสัมมนาใหญ่แห่งปี K WEALTH Forum 2026: Your Future-Ready Wealth โดย K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย มาเล่าให้ฟังแบบง่ายๆ กันครับ[เมื่อ “ตำราเดิม” อาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป]โลกเราตอนนี้ไม่ได้เปลี่ยนแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่งนะครับ แต่มันเปลี่ยนโครงสร้างขนานใหญ่พร้อมๆ กัน ทั้งการแบ่งขั้วอำนาจ สังคมสูงวัย และ AIดร. พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ จากธนาคารกสิกรไทย ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจและเห็นภาพชัดเจนมากครับว่า:“โลกที่กำลังเปลี่ยน ไม่ได้เปลี่ยนทีละเรื่อง ตอนนี้เปลี่ยนหลาย ๆ เรื่องพร้อมกัน… ในเมื่อโครงสร้างของโลกมันเปลี่ยนขนาดนี้ กลยุทธ์เดิมๆ ที่เคยใช้วิธีเดิมในการเล็งมองสินทรัพย์แต่ละประเภทว่ามันจะขึ้นหรือจะลง มันใช้ไม่ได้ ความเชื่อที่เราจะเลือกว่าสินทรัพย์ตัวนึงที่มันจะชนะได้ตลอดในเวลานี้ มันก็ไม่เกิดขึ้น”นั่นแปลว่า ยุคนี้การหา “หุ้นตัวเดียวที่เก่งที่สุด” แล้วกอดไว้แน่นๆ อาจจะไม่รอด เราต้องมี “ระบบ” ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงครับ [3 ไอเดียลงทุนที่เพื่อนๆ น่าเก็บไปพิจารณาในปี 2026]1. ตามรอยเม็ดเงิน AI สู่ “เอเชีย” และ “ยุโรป” ช่วงที่ผ่านมาเพื่อนๆ หลายคนน่าจะได้กำไรจากหุ้นเทคฯ ฝั่งอเมริกามาเยอะ แต่ตอนนี้ราคามันค่อนข้างตึงตัวแล้วครับ รู้ไหมครับว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทุ่มเงินลงทุนด้าน AI กว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ สุดท้ายเงินมันไหลมาที่ “เอเชีย” บ้านเรานี่เองคุณ Alexander Treves, Managing Director, Head of Investment Specialist- Asia, J.P. Morgan Asset Management บอกว่า เอเชียเป็นคนผลิตชิป (Semiconductor) ถึง 70% ของโลก หุ้นเทคฯ ในเอเชียตอนนี้ราคาถูกกว่าอเมริกาถึงครึ่งหนึ่ง แต่กลับมีความสามารถในการทำกำไรมากกว่าถึง 2 เท่า นอกจากนี้ “ยุโรป” ก็เป็นอีกตลาดที่กำไรดีแต่ราคาถูกกว่าอเมริกาครึ่งนึงเหมือนกัน ไอเดียคือ อาจจะลองแบ่งกำไรจากอเมริกา โยกมาเข้าเอเชียและยุโรปดูบ้างครับ2. “โครงสร้างพื้นฐาน” (Infrastructure) พระเอกตัวจริงที่คนมักลืม เวลาพูดถึง AI เรามักจะนึกถึงซอฟต์แวร์หรือชิป แต่เบื้องหลังที่ขาดไม่ได้เลยคือ “พลังงานไฟฟ้า” ครับ AI กินไฟดุมาก และมีการประเมินว่า โลกเราจำเป็นต้องลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ พวกนี้ถึง 160 ล้านล้านดอลลาร์ ไปจนถึงปี 2040 เลยทีเดียว จุดเด่นของหุ้นกลุ่มนี้คือ ราคาไม่แพง มักมีสัญญาระยะยาวกับรัฐบาล ทำให้มีรายได้สม่ำเสมอและทนทานต่อเงินเฟ้อได้ดีครับ3. ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) และ ตราสารหนี้ ปีนี้ถ้าดูการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ตัวขับเคลื่อนหลักๆ จะมาจากฝั่ง “ตลาดเกิดใหม่” ไม่ว่าจะเป็น จีน อินเดีย อาเซียน หรือลาตินอเมริกา และที่น่าสนใจไม่แพ้หุ้นก็คือ “ตราสารหนี้ในตลาดเกิดใหม่” เพราะตอนนี้ให้ดอกเบี้ยค่อนข้างสูงและเครดิตดี ถือเป็นตัวช่วยซับแรงกระแทกให้พอร์ตได้ดีมากครับMr. John Woods, Chief Investment Officer and Head of Investment Solutions – Asia จาก Lombard Odierยังเสริมว่าในเชิงสมรภูมิภูมิรัฐศาสตร์ สหรัฐฯ ยังครองความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี ในขณะที่จีนต้องเผชิญกับความเปราะบางด้านพลังงานอย่างรุนแรง เนื่องจากแหล่งนำเข้าน้ำมันหลักทั้งรัสเซีย อิหร่าน และเวเนซุเอลา ต่างตกอยู่ในภาวะวิกฤต อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันสหรัฐฯ คือ “ศักยภาพเชิงเศรษฐกิจเพื่อการสงคราม” (Warmaking Capability) ที่จีนรุกคืบเข้ามาจนทัดเทียมมากขึ้นในภาคการผลิตไฟฟ้าและอุตสาหกรรมหนัก ส่งผลให้สหรัฐฯ จำเป็นต้องเร่งปกป้องตลาดในประเทศ และสร้างห่วงโซ่อุปทานในกลุ่มพันธมิตร เพื่อความมั่นคงระยะยาว” [โลกกำลังก้าวเข้าสู่ปรากฏการณ์ “The Great Repricing”] นางสาวศิริพร สุวรรณการ, CFA, CFP® K WEALTH CIO ธนาคารกสิกรไทย มองว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ปรากฏการณ์ “The Great Repricing” หรือการปรับมูลค่าสินทรัพย์ครั้งใหญ่ ท่ามกลางกติกาเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างสิ้นเชิง โดยตลาดจะเริ่มให้มูลค่ากับสินทรัพย์ที่สามารถเก็บเกี่ยวประโยชน์จากภูมิทัศน์ใหม่ของโลกได้มากที่สุด ซึ่งถือเป็นการปิดฉากยุคแห่งการ “กระจุกตัว” และเริ่มต้นยุคแห่งการ “กระจายพอร์ต” (From Concentration to Diversification) มากขึ้น ซึ่งจากข้อมูล Global Equity Map 2026 พบสัญญาณชัดเจนว่าตลาดหุ้นที่เคยร้อนแรงอย่าง NASDAQ และ S&P500 กำลังเผชิญภาวะมูลค่าตึงตัว (High Valuation) และการลงทุนที่กระจุกตัวหนาแน่นเกินไป ขณะที่หุ้นที่มีการเติบโตของกำไร (Earnings Leadership) เริ่มขยายตัวออกไปนอกสหรัฐฯ มุ่งหน้าสู่หุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและระดับราคาที่ยังไม่แพง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและยุโรปที่มีความโดดเด่นอย่างมาก [จัดพอร์ตยังไงให้ “นอนหลับสบาย”]รู้ไอเดียแล้ว แต่ถ้าจัดพอร์ตไม่ดี เวลามีข่าวร้ายเพื่อนๆ ก็อาจจะนอนไม่หลับอยู่ดี ลองเอาหลักการ “1 เป้าหมาย 1 พอร์ต” ไปใช้ดูครับ แทนที่จะเทเงินทั้งหมดกองรวมกัน ลองแบ่งเงินเป็นก้อนๆ ตามเป้าหมายชีวิต:พอร์ตซิ่ง (Short-term): เงินก้อนที่เพื่อนๆ รับความเสี่ยงได้สูง อยากจะลุยหุ้นเติบโตแรงๆ หรือจับจังหวะตลาดสั้นๆ ก็ใส่ในพอร์ตนี้เลยพอร์ตหลัก (Core Portfolio): อันนี้สำคัญสุด! ควรเป็นเงินก้อนใหญ่ประมาณ 50-70% ของสินทรัพย์ทั้งหมด ให้เน้นกระจายการลงทุนแบบผสมผสาน (Multi-asset) ทั่วโลก ให้พอร์ตเป็นเหมือนรถ “สะเทินน้ำสะเทินบก” ที่ไม่ต้องวิ่งเร็วที่สุดตอนตลาดดี แต่ตอนตลาดแย่ก็ต้องไม่พังทลายลงมาพอร์ตเกษียณ (Retirement): เงินก้อนนี้เรามองยาวๆ 10-15 ปีขึ้นไป สามารถทนความผันผวนระยะสั้นของหุ้นที่มีอนาคตไกลๆ อย่างสหรัฐฯ หรือ จีน ได้ครับและเพื่อให้นักลงทุนก้าวทันทุกสถานการณ์ นายวีระพล บดีรัฐ Lead Wealth Advisor, K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย แนะนำ “KEWIN” AI อัจฉริยะผู้ทำหน้าที่เสมือน “ผู้เฝ้าพอร์ตส่วนตัว” ที่ออกแบบมาเพื่อเข้าใจตัวตน เป้าหมาย และระดับความเสี่ยงของนักลงทุนแต่ละรายอย่างแท้จริงจุดเด่นของ KEWIN คือการทำงานประสานกับทีม K WEALTH CIO เพื่อนำอินไซต์การลงทุนจากทั่วโลกมาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ก่อนกลั่นกรองออกมาเป็นคำแนะนำและกลยุทธ์ที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ช่วยให้เราสามารถตัดสินใจปรับพอร์ตได้อย่างแม่นยำ ทันจังหวะ และสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว เพื่อสร้างและปกป้องความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืนในโลกการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาโดยเพื่อน ๆ สามารถติดตามบทวิเคราะห์และความรู้การลงทุนจาก K WEALTH ได้ที่ https://www.kasikornbank.com/k_4s4sJ77ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุนโลกในปี 2026 ไม่ได้วัดกันว่าใครเดาทางตลาดเก่งกว่ากัน แต่วัดกันที่การมีวินัยและการกระจายความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ถ้าเราแบ่งเงินลงทุนตามเป้าหมายชัดเจน ต่อให้ตลาดจะผันผวนแค่ไหน เราก็จะยังยิ้มรับและ “นอนหลับสบาย” ได้แน่นอนครับสำหรับเพื่อนๆคนไหนที่สนใจในผลิตภัณฑ์ทางการลงทุนของธนาคารกสิกร ก็สามารถเข้าไปใช้งานในแอปพลิเคชั่น KPLUS ในเมนู “ลงทุน” หรือสามารถติดต่อ Call Center ของทางธนาคารกสิกรได้ครับ โทร 02-888- 8888คำเตือน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษานโยบายการลงทุนจากหนังสือชี้ชวนก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ข้อมูลที่ปรากฏอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้และไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เนื้อหานี้สนับสนุนโดยธนาคารกสิกรไทย#KWEALTH #FUTURE-READY WEALTH FORUM 2026 #TAMEIG