ปรับพอร์ตอย่างไร ในยุคที่โลกหมุนเร็ว จนตำราเดิมใช้ไม่ได้?

9
ปรับพอร์ตอย่างไร ในยุคที่โลกหมุนเร็ว จนตำราเดิมใช้ไม่ได้?

เพื่อนๆ เคยรู้สึกไหมครับว่า ทุกวันนี้เปิดรับข่าวสารทีไรก็เจอแต่เรื่องชวนปวดหัว ทั้งสงครามการค้า เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไวอย่าง AI หรือความขัดแย้งต่างๆ ที่เกิดขึ้นพร้อมกันจนเดาทางตลาดไม่ถูก ถ้าเพื่อนๆ กำลังสับสนว่าควรเอาเงินไปวางไว้ตรงไหนดี

วันนี้ผมขอสรุปไอเดียจากงานสัมมนาใหญ่แห่งปี K WEALTH Forum 2026: Your Future-Ready Wealth ​ โดย K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย มาเล่าให้ฟังแบบง่ายๆ กันครับ

[เมื่อ “ตำราเดิม” อาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป]

โลกเราตอนนี้ไม่ได้เปลี่ยนแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่งนะครับ แต่มันเปลี่ยนโครงสร้างขนานใหญ่พร้อมๆ กัน ทั้งการแบ่งขั้วอำนาจ สังคมสูงวัย และ AI

ดร. พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ จากธนาคารกสิกรไทย ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจและเห็นภาพชัดเจนมากครับว่า:
“โลกที่กำลังเปลี่ยน ไม่ได้เปลี่ยนทีละเรื่อง ตอนนี้เปลี่ยนหลาย ๆ เรื่องพร้อมกัน… ในเมื่อโครงสร้างของโลกมันเปลี่ยนขนาดนี้ กลยุทธ์เดิมๆ ที่เคยใช้วิธีเดิมในการเล็งมองสินทรัพย์แต่ละประเภทว่ามันจะขึ้นหรือจะลง มันใช้ไม่ได้ ความเชื่อที่เราจะเลือกว่าสินทรัพย์ตัวนึงที่มันจะชนะได้ตลอดในเวลานี้ มันก็ไม่เกิดขึ้น”

นั่นแปลว่า ยุคนี้การหา “หุ้นตัวเดียวที่เก่งที่สุด” แล้วกอดไว้แน่นๆ อาจจะไม่รอด เราต้องมี “ระบบ” ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงครับ

[3 ไอเดียลงทุนที่เพื่อนๆ น่าเก็บไปพิจารณาในปี 2026]

1. ตามรอยเม็ดเงิน AI สู่ “เอเชีย” และ “ยุโรป” ช่วงที่ผ่านมาเพื่อนๆ หลายคนน่าจะได้กำไรจากหุ้นเทคฯ ฝั่งอเมริกามาเยอะ แต่ตอนนี้ราคามันค่อนข้างตึงตัวแล้วครับ รู้ไหมครับว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทุ่มเงินลงทุนด้าน AI กว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ สุดท้ายเงินมันไหลมาที่ “เอเชีย” บ้านเรานี่เอง

คุณ Alexander Treves, Managing Director, Head of Investment Specialist- Asia, J.P. Morgan Asset Management บอกว่า เอเชียเป็นคนผลิตชิป (Semiconductor) ถึง 70% ของโลก หุ้นเทคฯ ในเอเชียตอนนี้ราคาถูกกว่าอเมริกาถึงครึ่งหนึ่ง แต่กลับมีความสามารถในการทำกำไรมากกว่าถึง 2 เท่า นอกจากนี้ “ยุโรป” ก็เป็นอีกตลาดที่กำไรดีแต่ราคาถูกกว่าอเมริกาครึ่งนึงเหมือนกัน ไอเดียคือ อาจจะลองแบ่งกำไรจากอเมริกา โยกมาเข้าเอเชียและยุโรปดูบ้างครับ

2. “โครงสร้างพื้นฐาน” (Infrastructure) พระเอกตัวจริงที่คนมักลืม เวลาพูดถึง AI เรามักจะนึกถึงซอฟต์แวร์หรือชิป แต่เบื้องหลังที่ขาดไม่ได้เลยคือ “พลังงานไฟฟ้า” ครับ AI กินไฟดุมาก และมีการประเมินว่า โลกเราจำเป็นต้องลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ พวกนี้ถึง 160 ล้านล้านดอลลาร์ ไปจนถึงปี 2040 เลยทีเดียว จุดเด่นของหุ้นกลุ่มนี้คือ ราคาไม่แพง มักมีสัญญาระยะยาวกับรัฐบาล ทำให้มีรายได้สม่ำเสมอและทนทานต่อเงินเฟ้อได้ดีครับ

3. ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) และ ตราสารหนี้ ปีนี้ถ้าดูการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ตัวขับเคลื่อนหลักๆ จะมาจากฝั่ง “ตลาดเกิดใหม่” ไม่ว่าจะเป็น จีน อินเดีย อาเซียน หรือลาตินอเมริกา และที่น่าสนใจไม่แพ้หุ้นก็คือ “ตราสารหนี้ในตลาดเกิดใหม่” เพราะตอนนี้ให้ดอกเบี้ยค่อนข้างสูงและเครดิตดี ถือเป็นตัวช่วยซับแรงกระแทกให้พอร์ตได้ดีมากครับ

Mr. John Woods, Chief Investment Officer and Head of Investment Solutions – Asia จาก Lombard Odier
ยังเสริมว่าในเชิงสมรภูมิภูมิรัฐศาสตร์ สหรัฐฯ ยังครองความได้เปรียบด้านเทคโนโลยี ในขณะที่จีนต้องเผชิญกับความเปราะบางด้านพลังงานอย่างรุนแรง เนื่องจากแหล่งนำเข้าน้ำมันหลักทั้งรัสเซีย อิหร่าน และเวเนซุเอลา ต่างตกอยู่ในภาวะวิกฤต

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันสหรัฐฯ คือ “ศักยภาพเชิงเศรษฐกิจเพื่อการสงคราม” (Warmaking Capability) ที่จีนรุกคืบเข้ามาจนทัดเทียมมากขึ้นในภาคการผลิตไฟฟ้าและอุตสาหกรรมหนัก ส่งผลให้สหรัฐฯ จำเป็นต้องเร่งปกป้องตลาดในประเทศ และสร้างห่วงโซ่อุปทานในกลุ่มพันธมิตร เพื่อความมั่นคงระยะยาว”

[โลกกำลังก้าวเข้าสู่ปรากฏการณ์ “The Great Repricing”]

​ ​ นางสาวศิริพร สุวรรณการ, CFA, CFP® K WEALTH CIO ธนาคารกสิกรไทย มองว่าโลกกำลังก้าวเข้าสู่ปรากฏการณ์ “The Great Repricing” หรือการปรับมูลค่าสินทรัพย์ครั้งใหญ่ ท่ามกลางกติกาเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างสิ้นเชิง โดยตลาดจะเริ่มให้มูลค่ากับสินทรัพย์ที่สามารถเก็บเกี่ยวประโยชน์จากภูมิทัศน์ใหม่ของโลกได้มากที่สุด ซึ่งถือเป็นการปิดฉากยุคแห่งการ “กระจุกตัว” และเริ่มต้นยุคแห่งการ “กระจายพอร์ต” (From Concentration to Diversification) มากขึ้น

​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ซึ่งจากข้อมูล Global Equity Map 2026 พบสัญญาณชัดเจนว่าตลาดหุ้นที่เคยร้อนแรงอย่าง NASDAQ และ S&P500 กำลังเผชิญภาวะมูลค่าตึงตัว (High Valuation) และการลงทุนที่กระจุกตัวหนาแน่นเกินไป ขณะที่หุ้นที่มีการเติบโตของกำไร (Earnings Leadership) เริ่มขยายตัวออกไปนอกสหรัฐฯ มุ่งหน้าสู่หุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและระดับราคาที่ยังไม่แพง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและยุโรปที่มีความโดดเด่นอย่างมาก

[จัดพอร์ตยังไงให้ “นอนหลับสบาย”]

รู้ไอเดียแล้ว แต่ถ้าจัดพอร์ตไม่ดี เวลามีข่าวร้ายเพื่อนๆ ก็อาจจะนอนไม่หลับอยู่ดี ลองเอาหลักการ “1 เป้าหมาย 1 พอร์ต” ไปใช้ดูครับ แทนที่จะเทเงินทั้งหมดกองรวมกัน ลองแบ่งเงินเป็นก้อนๆ ตามเป้าหมายชีวิต:

พอร์ตซิ่ง (Short-term): เงินก้อนที่เพื่อนๆ รับความเสี่ยงได้สูง อยากจะลุยหุ้นเติบโตแรงๆ หรือจับจังหวะตลาดสั้นๆ ก็ใส่ในพอร์ตนี้เลย

พอร์ตหลัก (Core Portfolio): อันนี้สำคัญสุด! ควรเป็นเงินก้อนใหญ่ประมาณ 50-70% ของสินทรัพย์ทั้งหมด ให้เน้นกระจายการลงทุนแบบผสมผสาน (Multi-asset) ทั่วโลก ให้พอร์ตเป็นเหมือนรถ “สะเทินน้ำสะเทินบก” ที่ไม่ต้องวิ่งเร็วที่สุดตอนตลาดดี แต่ตอนตลาดแย่ก็ต้องไม่พังทลายลงมา

พอร์ตเกษียณ (Retirement): เงินก้อนนี้เรามองยาวๆ 10-15 ปีขึ้นไป สามารถทนความผันผวนระยะสั้นของหุ้นที่มีอนาคตไกลๆ อย่างสหรัฐฯ หรือ จีน ได้ครับ

และเพื่อให้นักลงทุนก้าวทันทุกสถานการณ์ นายวีระพล บดีรัฐ Lead Wealth Advisor, K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย แนะนำ “KEWIN” AI อัจฉริยะผู้ทำหน้าที่เสมือน “ผู้เฝ้าพอร์ตส่วนตัว” ที่ออกแบบมาเพื่อเข้าใจตัวตน เป้าหมาย และระดับความเสี่ยงของนักลงทุนแต่ละรายอย่างแท้จริง

จุดเด่นของ KEWIN คือการทำงานประสานกับทีม K WEALTH CIO เพื่อนำอินไซต์การลงทุนจากทั่วโลกมาวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ก่อนกลั่นกรองออกมาเป็นคำแนะนำและกลยุทธ์ที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ช่วยให้เราสามารถตัดสินใจปรับพอร์ตได้อย่างแม่นยำ ทันจังหวะ และสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว เพื่อสร้างและปกป้องความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืนในโลกการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

โดยเพื่อน ๆ สามารถติดตามบทวิเคราะห์และความรู้การลงทุนจาก K WEALTH ได้ที่ https://www.kasikornbank.com/k_4s4sJ77

ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

โลกในปี 2026 ไม่ได้วัดกันว่าใครเดาทางตลาดเก่งกว่ากัน แต่วัดกันที่การมีวินัยและการกระจายความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ถ้าเราแบ่งเงินลงทุนตามเป้าหมายชัดเจน ต่อให้ตลาดจะผันผวนแค่ไหน เราก็จะยังยิ้มรับและ “นอนหลับสบาย” ได้แน่นอนครับ

สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่สนใจในผลิตภัณฑ์ทางการลงทุนของธนาคารกสิกร ก็สามารถเข้าไปใช้งานในแอปพลิเคชั่น KPLUS ในเมนู “ลงทุน” หรือสามารถติดต่อ Call Center ของทางธนาคารกสิกรได้ครับ โทร 02-888- 8888

คำเตือน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษานโยบายการลงทุนจากหนังสือชี้ชวนก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอ ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ข้อมูลที่ปรากฏอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้และไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน

 

เนื้อหานี้สนับสนุนโดยธนาคารกสิกรไทย

#KWEALTH #FUTURE-READY WEALTH FORUM 2026 #TAMEIG

Picture of TAM-EIG

TAM-EIG

9

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save
error: Content is protected !!