Subscribe & Follow:

INVESTMENT

#ข่าวเช้าตรู่ส่งถึงมือคุณ! โดยเพจ “ถามอีก กับอิก”

  1. ราคาหุ้น Lululemon ผู้นำเสื้อผ้าโยคะและอุปกรณ์กีฬา พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ หลังคนทำงานที่บ้านมากขึ้น   ราคาหุ้นวิ่งฉิว 92% นับตั้งแต่เดือน มีนาคม เพราะคนถูกกักตัว ทำให้มีการซื้อชุดสำหรับการออกกำลังกายมากขึ้นครับ   ทั้งนี้ Lululemon Athletica เป็นผู้นำเสื้อผ้าโยคะและอุปกรณ์กีฬาสัญชาติแคนาดา และตอนนี้ยอดขายกำลังพุ่งหนักมากถึง 35% หลังจากที่หน้าร้านในอเมริกาเหนือ ถูกปิดเพราะเจอโควิดครับ   แสดงให้เห็นว่า Lululemon คือธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากการที่คนถูกกักตัวอย่างมาก เพราะคนหันมาซื้อเสื้อผ้าออกกำลังกาย สำหรับออกกำลังกายที่บ้านมากขึ้น แต่มีเทรนด์ที่เปลี่ยนไปบ้าง   “ก่อนหน้านี้เสื้อผ้าประเภทแฟชั่นขายดีมาก ๆ จากการที่คนมักจะออกกำลังกาย” “แต่ตอนนี้เทรนด์เปลี่ยนแล้วครับ เพราะคนออกกำลังกายที่บ้านทำให้เสื้อผ้าประเภทที่ใส่แล้วสบายตัว ขายดีสุด ๆ”   แต่ก็มีคำถามตามมาว่า อาจจะทำให้อัตราทำกำไรลดลงหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่สินค้าแฟชั่นต่างหากที่สามารถเพิ่มราคาได้   ========   2. Goldman Sachs แนะนำให้ซื้อหุ้นที่ร่วงหนักที่สุดในปีนี้อย่าง บราซิล   นับตั้งแต่ต้นปีหุ้นบราซิล ร่วงหนักกว่า 48% แล้วครับ เพราะได้รับผลกระทบทั้งโควิด-19 และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ร่วงหนัก และสิ่งที่นักลงทุนกังวบคือ กลัวว่าจะกระทบกับสถานะทางการเงินการคลัง และยังไม่นับว่ามีความตึงเครียดทางการเมือง จนทำให้เกิดความกลัวว่าจะลามเป็นวิกฤตเศรษฐกิจครับ   โดย Goldman Sachs มองว่านี่แหละครับคือโอกาสในการสะสมหุ้นบราซิล เพราะมั่นใจว่าสินค้าโภคภัณฑ์จะฟื้นตัวแน่ ๆ ในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ครับ แต่ไม่ได้ให้เหตุผลว่าทำไมครับ   “หุ้นบราซิล มีโอกาสพุ่งไปได้อีก 9% ในปีนี้ครับ” นักวิเคราะห์ Goldman Sachs ฟันธง และเวลาที่ดีที่สุดที่จะเข้าไปทยอยเก็บหุ้นคือช่วงนี้เพราะได้รับผลกระทบหนักจากโควิด-19 ทำให้มีแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติอย่างมาก   ========   3. Nvidia หล่อเลยครับหลังรายงานผลประกอบการโตก้าวกระโดด 39%   ผู้นำด้านการผลิตการ์ดจอระดับโลก รายงานผลประกอบการ รายได้แตะระดับ 3.08 พันล้านเหรียญ โต 39% โหดมากๆครับ เหตุผลที่สำคัญคือ มาจากการทำงานที่บ้าน, การเรียนออนไลน์, และการเล่นเกมครับ   แต่ถามว่าได้รับผลกระทบไหมจากโควิด? คำตอบคือได้รับผลกระทบบ้างครับ จากการที่ supply chain สะดุดของบรรดา supplier   ความโหดคือ ไตรมาสที่สอง Nvidia มองว่าจะมีรายได้ 3.65 พันล้านเหรียญ และมีอัตราทำกำไรอยู่ที่ 58.6%   ถ้าไปดูไส้ในจะเห็นว่า ธุรกิจเกมเติบโต 25% มีมูลค่า 1.9 พันล้านเหรียญ แต่ตัวที่เติบโตมากที่สุดคือ ชิพคอมพิวเตอร์สำหรับการทำ Data Center ครับ โดยเติบโตมากถึง 80%!! แตะระดับ 1.14 พันล้านเหรียญได้เป็นครั้งแรก   นับตั้งแต่ต้นปี หุ้น Nvidia บวกมาแล้วกว่า 50% และกำลังพิจารณาจ่ายเงินปันผล และซื้อหุ้นคืนครับ   ========   4. #ถามทันที สีจิ้นผิง จะนำประเทศไปทางไหนหลังโควิด-19?   ถามอีก กับรศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   คุยอะไรกันบ้าง?   08:28 การประชุมครั้งนี้ เป็นสัญลักษณ์การก้าวข้ามผ่านโควิด-19   23:49 คุณสีจิ้นผิง ประกาศ 6 ข้อที่ World Health Assembly   34:33 กลยุทธ์ที่ ทรัมป์ ใช้ต่างจาก สี จิ้น ผิง อย่างไร?   49:42 เทคโนโลยีจีนสู้อเมริกาได้หรือยัง?   1:01:09 ถ้าจีนเป็นมหาอำนาจ สุดท้ายเราจะถูกกลืนหรือไม่?   ดูทาง Youtube https://youtu.be/isflhACAfgw   ฟังทาง Soundcloud: https://bit.ly/2ZoWS7i   ฟังทาง Spotify: https://spoti.fi/2za2fN3   ======== […]

#ข่าวเช้าตรู่ส่งถึงมือคุณ! โดยเพจ “ถามอีก กับอิก”

  1. ยอดขายบริษัทแม่ของ Victoria’s Secret เจ็บหนัก ร่วง 37% เจอพิษโควิด   L Brands คือบริษัทแม่ของ Victoria’s Secret แบรนด์ชั้นนำด้านความงามและชุดชั้นในสุภาพสตรี รายงานขาดทุน 3 ไตรมาสติดต่อกันแล้วครับ และรายได้เองก็ร่วง 37% หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากโควิด ทำให้ต้องปิดสาขาไปก่อนครับ   “รายได้ล่าสุดอยู่ที่ 1.65 พันล้านเหรียญ ในขณะที่ขาดทุน 296.9 ร้อยล้านเหรียญ” แต่ถ้านับเฉพาะแบรนด์ Victoria’s Secret เจ็บหนักกว่าแบรนด์อื่น ๆ ในเครือครับ ร่วงไป 46% (ยอดขายต่อสาขาเดิมร่วง 13%)   แต่จุดที่น่าสนใจคือ แบรนด์ Bath & Body Works ผู้นำผลิตภัณฑ์บำรุงผิว มียอดขายหน้าร้านลดลง 18% แต่ยอดขายออนไลน์พุ่งกระฉูดเลยครับ เพิ่มขึ้น 85% โดยยอดขายที่มาแรงส่วนใหญ่เป็นเจลล้างมือ และสบู่หอม ๆ ขายดีมากๆทางออนไลน์ครับ   ตอนนี้บริษัทแม่กำลังพิจารณาปิดสาขา Victoria’s Secret และ PINK รวมกันกว่า 250 สาขา เพราะใช้เงินลงทุนเยอะ และตอนนี้ยอดขายหายวับไปกับตาเลยครับ   สู้ ๆ ครับ   ========   2. Samsara networks ยักษ์ใหญ่ด้าน internet of things ระดมทุนได้ 400 ล้านเหรียญ   ช่วงนี้จะเริ่มเห็นการระดมทุนของเหล่า startup มากขึ้นเพื่อเสริมสภาพคล่องครับ รายล่าสุดคือ Samsara networks ทำให้ตอนนี้มี valuation ลดลงเหลือ 5.4 พันล้านเหรียญ (ยอมขายหุ้นราคาถูกลงครับ เพื่อให้มีตังเข้าบริษัท ดีกว่าเพิ่มทุนไม่ได้เลยว่างั้นเถอะ)   “ผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากโควิด 19 ตอนนี้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ” ผู้บริหารบอกครับ และอาจจะต้องมีการปลดพนักงาน 300 ตำแหน่ง คิดเป็นสัดส่วน 18% ลดต้นทุนครับ   Samsara เก่งเรื่องเทคโนโลยี และแพลตฟอร์ม สำหรับ sensor ที่จะเอาไปใช้ในเทคโนโลยี internet of things ครับ   จริงๆแล้วรอบนี้ไม่ใช่รอบแรกของการเพิ่มทุนครับ ก่อนหน้านี้คือช่วงเดือน กันยายนปีที่แล้ว ทำให้มูลค่าระดมทุนตอนนี้สูงถึง 930 ล้านเหรียญ “พวกเรามั่นใจว่ารายได้เติบโตแน่นอน แต่ตอนนี้เศรษฐกิจพังจริง ๆ”   ทั้งนี้ internet of things เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่ยังไงก็เกิดแน่ๆครับ แต่จะใช้เวลานานแค่ไหน ยังไม่มีใครตอบได้ นั่นเลยเป็นที่มาว่าทำไมบริษัทถึงต้องรีบระดมทุน เพื่อความอยู๋รอดรอวันสดใสกลับมาอีกครั้งครับ   ========   3. Expedia มีรายได้ร่วง 15% หลังเจอแรงกระแทกจากโควิด ทำให้คนไม่ท่องเที่ยว   แพลตฟอร์มจองทริปท่องเที่ยวตอนนี้กำลังเป๋ มากๆครับ หลังจากที่โควิด-19 ถล่มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ทำให้ขาดทุน 285 ล้านเหรียญครับ   Expedia เพิ่งจะระดมทุนเมื่อเดือนที่แล้วได้ไปทั้งหมด 3.2 พันล้านเหรียญเพื่อเสริมสภาพคล่อง และสถานะทางการเงิน   ทั้งนี้ Expedia มีรายได้ลดลง 15% “จริง ๆ แล้วช่วงเดือนมกราคม ยอดจองที่พักยังถือว่าไปได้สวยเพราะส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบในแถบเอเชีย” “แต่เดือนกุมภาพันธ์นี่สิครับ ยอดจองลงเละ” และเดือนมีนาคม คงไม่ต้องบอกว่าเกิดอะไรขึ้นครับ ทางอเมริกาเหนือ ยกเลิกการจองเกือบทั้งหมดเลยเพราะกลัวโรคระบาด   ไม่ใช่แค่ผลกระทบจากโควิดเท่านั้นครับ แต่ Expedia ยังได้รับผลกระทบจากการปรับอัลกอริธึ่ม ของ Google ทำให้คนเห็นน้อยลงด้วยครับ   “พวกเราพึ่งพา google พอสมควร ซึ่งเราไม่ได้ตัดสินใจที่ฉลาดมากนักในการทำธุรกิจ” ผู้บริหารบอกว่าอนาคตจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจกันหน่อยครับ   ========   4. #ถามทันที! […]

#ข่าวเช้าตรู่ส่งถึงมือคุณ! โดยเพจ “ถามอีก กับอิก”

  1. เฟสบุค เปิดตัว เฟสบุคช็อป จับตลาดซื้อขาย ออนไลน์   เอาละครับ พี่มาร์คมาลงสนามนี้เต็มตัวละครับ “พวกเราเพิ่งเปิดตัว Facebook Shops วันนี้” ไอเดียก็คือว่าอยากให้ธุรกิจเล็ก ๆ สามารถเปิดร้านค้าแล้วขายสินค้าออนไลน์ผ่านแอปในเครือได้อย่างง่ายดาย   พี่มาร์ค บอกว่า แค่คนมาดูที่ร้านค้าของเรา (ออนไลน์) เค้าก็จะสามารถเห็น story ของธุรกิจ และเห็นผลิตภัณฑ์ และสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ทันที สะดวกมาก ๆ ครับ   เหตุผลหลัก ๆ เพราะตอนนี้แอปในเครือ ทั้งเฟสบุค, messenger, IG, whatapp รวมๆกันแล้วมีผู้ใช้งานมากกว่า 3 พันล้านคน โหดมาก ๆ ครับ   “นี่เป็นอีก การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะช่วยให้เฟสบุค บุกตลาดค้าขายออนไลน์ครับ” พี่มาร์ค อธิบายเพิ่มเติมครับ   พี่มาร์ค บอกว่า สิ่งที่สำคัญคือ ฟรี และง่ายที่จะสร้าง และเมื่อสร้างร้านของคุณขึ้นมา มันก็จะขึ้นไปอยู่ในเฟสบุค และ IG ทั้งนี้ยังตอบโจทย์อีกอย่างนึงคือ ลูกค้าเองก็ไม่ต้องเปลี่ยนแอปไป ๆ มา ๆ ให้เสียเวลาครับ   ไม่ใช่แค่นี้ครับ เฟสบุค ยังจะจับมือกับพันธมิตรเช่น Shopify, BigCommerce, WooCommerce, Channel Advisor, CedCommerce, Cafe24, Tienda Nube และ Feedonomics เพื่อช่วยเสริม ecosystem ของการค้าขายออนไลน์   ไม่ใช่แค่นี้ครับ ในอนาคตร้านค้าจะใช้ AI, AR เทคโนโลยีเพื่อสร้างประสบการณ์ในการช็อปปิ้งออนไลน์ (อันนี้น่าตื่นเต้นมากครับ) เช่น ลูกค้าสามารถลองใส่ แว่นกันแดดในโลกออนไลน์, สามารถทดลองทาสีลิปสติก หรือแต่งหน้าว่า ถ้าแต่งหน้าแล้วหน้าตาจะออกมายังไง   หรือเลือกซื้อ เฟอร์นิเจอร์ ก่อนเอามาตกแต่งบ้าน จะทำให้บ้านมีหน้าตายังไง   โหดจริง ๆ ครับพี่มาร์ค   =======   2. Microsoft เปิดเกมรุก ซื้อกิจการ Softomotive   Softomotive เพิ่งก่อตั้งในปี 2005 เองครับ ปัจจุบันมีพนักงาน 150 คน โดยมีสำนักงานใหญ่ที่ลอนดอน อังกฤษครับ ทั้งนี้ Softomotive เก่งเรื่องเทคโนโลยีหลังบ้าน ช่วยให้คอมพิวเตอร์ทำงานได้ฉลาดมากขึ้น ทำให้ลูกค้าประหยัดตัง และเวลาได้มากขึ้นครับ หลัก ๆ แล้วตอนนี้ลูกค้าคือ ธนาคาร, ประกัน, โทรคมนาคม, โรงพยาบาล รวมๆกันแล้วกว่า 7,000 รายครับ   ดีลนี้ไม่ได้บอกว่า ซื้อกิจการด้วยมูลค่าเท่าไหร่ครับ   โดยคุณสัตยา นาเดลลา บอกว่า ตั้งใจอยากให้ Softomotive มาช่วยเสริมธุรกิจ ทั้ง Windows, Office, cloud   จะเห็นว่า ช่วงนี้บริษัทเทคโนโลยีที่มีสายป่านยาวๆ และผลประกอบการสวยๆเริ่มทยอยปิดดีลซื้อกิจการ เสริมความแข็งแกร่งของบริษัทมาเรื่อยๆ น่าติดตามครับว่าหลังจากนี้จะต่อยอดธุรกิจออกมาในรูปแบบไหน   ========   3. ผลประกอบการค้าปลีกยักษ์ใหญ่ Walmart สวยหรู หลังยอดขายออนไลน์พุ่ง   ในช่วงไตรมาสแรก Walmart มีกำไรเพิ่มขึ้นมาเป็น 3.99 พันล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจาก 3.84 พันล้านเหรียญ ในขณะที่รายได้เองก็เพิ่มขึ้น 8.6% มาที่ 1.34 แสนล้านเหรียญ!   หลายธุรกิจปลดพนักงานครับ แต่ Walmart จ้างพนักงานเพิ่มขึ้นมากถึง 2 แสนราย เพราะยอดโตจริงๆครับ   ความเจ๋งคือ ยอดขายออนไลน์โตหนักมากถึง 74% ในสหรัฐ หลังจากที่ลูกค้าซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค รวมถึงรถจักรยานในช่วงที่เกิดโรคระบาด (หา… ซื้อจักรยานเนี่ยนะ)   […]

#ข่าวเช้าตรู่ส่งถึงมือคุณ! โดยเพจ “ถามอีก กับอิก”

  1. Uber ปลดพนักงาน 3,000 คนหลังจากเลือดไหลไม่หยุด ขาดทุนต่อเนื่อง   จริง ๆ แล้วก่อนหน้านี้ Uber เพิ่งจะลดคนไป 3,700 คนเองนะครับ เมื่อสัก 2 สัปดาห์ที่แล้ว (วันที่ 6 พ.ค.) แต่สถานการณ์โควิด แม้ว่าจะทำให้ยอดสั่งอาหาร UberEats เพิ่มขึ้นก็จริง (เพิ่มขึ้น 50%)   แต่ธุรกิจหลักซึ่งก็คือ แอปเรียกแท็กซี่ยอดหายไปเลยครับ ทำให้ธุรกิจขาดทุนหนัก จนต้องตัดสินใจที่ยากลำบาก   “นอกจากนี้ เราจำเป็นต้องปิด และรวมสำนักงาน 45 แห่งทั่วโลก และอาจจะต้องขายบริษัทบางอย่างที่อาจจะไม่ทำกำไร” แต่ Dara Khosrowshahi สุดยอด CEO บอกว่าตอนนี้งบดุลเรายังแข็งแรง และธุรกิจสั่งอาหาร ตอนนี้ก็กำลังไปได้สวยนะ   เบื้องต้นมองว่าเมื่อการลดต้นทุนพนักงาน และลดเงินเดือนของคณะกรรมการ จะช่วยลดต้นทุนได้ทั้งหมด 1 พันล้านเหรียญ   ก่อนหน้านี้ Uber บอกว่าจะมีกำไร EBITDA ภายในปีนี้ แต่พอเจอสถานการณ์แบบนี้คงต้องมีการปรับเป้าหมายกันใหม่ครับ   แม้ว่าสถานการณ์อาจจะยังยากลำบาก แต่ Uber บอกว่ายังยืนยันว่าจะเดินหน้าลุยซื้อคู่แข่ง Grubhub ซึ่งเป็นแอปสั่งอาหารออนไลน์ ซึ่งถ้าดีลนี้จบก็จะทำให้กลายเป็นยักษ์ใหญ่แอปสั่งอาหารของสหรัฐ (แต่ยังไม่ทราบว่าจะจบดีลได้เมื่อไหร่นะครับ)   ========   2. เอาแล้ว! Tiktok ดึงตัวหัวหน้าแผนก streaming ของ Disney มาเป็น CEO คนใหม่   Tiktok เป็นแอปที่คนเล่นกันทั้งโลก (ที่เป็นวีดีโอสั้นๆ และคนเต้นตามกันเยอะ ๆ) และยอดโตมาก ๆ ช่วงที่ใช้มาตรการกักตัว ล่าสุดดึง คุณ Kevin Mayer มาจาก Disney   น่าจับตามองที่ Tiktok บริษัทจีนกล้าดึงตัว และให้ไปเริ่มงานวันที่ 1 มิถุนายนนี้เลยครับ และเมื่อมีข่าวนี้หุ้นก็วิ่งเลยครับบวกไปเกือบ 10%   จริงๆแล้ว สิ่งที่ฮือฮามากๆ คือ คุณ Kevin Mayer มีผลงานดีมากๆเพราะยอด Disney+ คนโหลดเข้าเป้ามาก ๆ ครับ มากถึง 54.5 ล้านคน   และที่สำคัญเค้าเคยถูกวางตัวว่าจะก้าวขึ้นมาเป็น CEO คนใหม่ของ Disney ด้วยซ้ำครับ เพราะฉะนั้นช็อตนี้ surprise มาก ๆ ไม่ใช่แค่นี้ครับคุณ Kevin ยังเป็นหัวหอกที่อยู่เบื้องหลังดีลซื้อกิจการ Lucasfilm ที่เป็นเจ้าของแฟรนไชส์ Starwars, รวมไปถึง Pixar, Marvel, 21st Century Fox ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของ Disney ครับ   “ผมชอบทำงานที่ Disney มาก แต่ในเมื่อโอกาสมาถึง ใครจะกล้าปฏิเสธ” คุณ Kevin บอกครับ   น่าสนใจว่าบริษัท Tiktok ที่ตอนนี้มี valuation มากถึง 7.8 หมื่นล้านเหรียญจะเดินหมากอย่างไรในอนาคต   ========   3. SoftBank เริ่มจุก เริ่มทยอยขายสัดส่วนใน T-Mobile รักษาธุรกิจหลักไว้   ไม่น่าเชื่อว่าจะมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร เมื่อ Softbank ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี ของคุณมาซาโยชิ ซัน ขาดทุนหนักมาก 1.3 หมื่นล้านเหรียญ ในขณะที่กองทุนที่เคยเป็นความหวังอย่าง Vision Fund เองก็เจ็บหนักขาดทุน 1.8 หมื่นล้านเหรียญ (Uber ก็เป็นหนึ่งในนั้น)   นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ Softbank เลยจำเป็นต้องมองหาคนมาซื้อ บริษัทที่ตัวเองถืออยู่นั่นคือ T-Mobile ครับ เพื่อเอาเงินสดมาเลี้ยงบริษัท และคาดการณ์เบื้องต้นคือน่าจะขายให้กับบริษัทแม่นั่นคือ Deutsche […]

#ข่าวเช้าตรู่ส่งถึงมือคุณ! โดยเพจ “ถามอีก กับอิก”

  1. เทรนด์นี้มาแน่! เมื่อ Apple ซื้อกิจการ NextVR ผู้ให้บริการ VR   เป็นการเปิดศึก VR เต็มตัวแล้วครับเมื่อ Apple ประกาศเข้าซื้อ NextVR ที่เพิ่งก่อตั้งเมื่อปี 2009 นี้เอง   “Apple เข้าซื้อบริษัทเทคโนโลยีขนาดเล็กเรื่อยๆอยู่แล้ว และเราไม่อยากจะบอกจุดประสงค์หรือเหตุผลในการซื้อเท่าไหร่” โฆษกของ Apple ขออุบเอาไว้ก่อนครับ โดยไม่ได้บอกว่าการซื้อรอบนี้มีมูลค่าเท่าไหร่ แต่เบื้องต้นมองว่าจะมีมูลค่า 100 ล้านเหรียญครับ   จุดที่น่าสนใจคือ NextVR เก่งในด้านถ่ายทอดสด และทำ live หรือ บันทึกเหตุการณ์ต่างๆเช่น กีฬา และคอนเสิร์ต ในรูปแบบ VR ครับ ปัจจุบันมีพนักงาน 95 คนครับ   นอกจากนี้ยังได้เจรจากับ NBA ในการทำถ่ายทอดสด Highlights การแข่งขันรอบสุดท้ายของบาสเกตบอล และได้มีการระดมทุนสูงถึง 116 ล้านเหรียญก่อนหน้านี้   เฮีย Tim Cook เคยบอกไว้เหมือนกันครับว่านับจากนี้ไป การบุกตะลุยธุรกิจ AR, VR จะเป็นกลยุทธ์ใหม่ที่บริษัท Apple ให้ความสนใจ   แต่ยังไม่ชัดเจนว่าธุรกิจจะเปิดตัวเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกนี้เมื่อไหร่ แต่คิดว่าน่าจะใกล้ความฝันทุกขณะแล้วครับ คงต้องคอยดูว่าระหว่าง Apple กับเฟสบุคใครจะเปิดตัวและเอาจริงเอาจังเรื่องนี้ได้ประสบความสำเร็จก่อนกันครับ   ========   2. Nike เริ่มกลับมาเปิดสาขาในสหรัฐแล้วครับแต่ยอมรับว่า โควิด-19 กระทบธุรกิจหนักพอควร   “ธุรกิจในอเมริกาเหนือ, ยุโรป และเอเชีย มีแนวโน้มได้รับผลกระทบหนักเหมือนกันครับ” แต่ข่าวดีทั้งนี้ Nike เริ่มกลับมาเปิดสาขาใน 15 ประเทศแล้วครับ เช่น เยอรมนี, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์ และสหรัฐ   ในขณะที่ตอนนี้สาขาในจีนและเกาหลีใต้เริ่มกลับมาดำเนินการเปิดตามปกติในสัดส่วน 95% แล้วครับ   และจุดที่น่าสนใจคือ ตอนนี้แบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาชื่อดังอย่าง Nike เริ่มเห็นแนวโน้มยอดขายทางออนไลน์เติบโตอย่างก้าวกระโดดครับ (ผ่านทางเวปไซต์ และผ่านทางแอปโทรศัพท์มือถือ) และคิดว่าจะช่วยชดเชยขาดทุนในภูมิภาคอื่นได้บ้างครับ   ปัจจุบัน Nike มีจำนวนสาขา 384 แห่งในสหรัฐ (รวมถึง Converse) และเมื่อรวมสาขาในต่างประเทศก็มีมากกว่า 750 สาขาเลย ครับ   “แต่แน่นอนครับ การปิดสาขาย่อมส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ” และอีกประเด็นที่ได้รับผลกระทบคือ การส่งสินค้าให้กับผู้ค้าส่ง ทำให้รายได้ลดลงและมีสต๊อคสินค้าในมือมากขึ้น   ซึ่งไม่ใช่เฉพาะ Nike ที่เจอแรงกระแทกครับ แต่ Under Armour คู่แข่งเองก็เช่นกันที่มองว่าผลประกอบการมีโอกาสลดลงมากถึง 60% ในไตรมาสหน้าครับ ส่วน Adidas ก็กำลังได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐเพื่อต่อสายป่านให้ยาวขึ้นครับ   ========   3. GM ปลดพนักงานแผนกรถยนต์ไร้คนขับ โดยลดสัดส่วนประมาณ 8% ของพนักงานทั้งหมดครับ   เป็นอีกแผนกที่ได้รับผลกระทบทางอ้อมจากโควิดครับ โดยหลักแล้วเป็นการปลดพนักงานวิศวกร และบางส่วนก็ปลดแผนกทรัพยากรบุคคลด้วยครับ   GM มีพนักงานประมาณ 1,800 คนในแผนกรถยนต์ไร้คนขับ และการปลดครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาที่การแพร่ระบาดโควิด 19 ทำให้โรงงานผลิตหยุดชะงักไปและทำให้ยอดขายรถยนต์ทั้งโลกลดลงอย่างเห็นได้ชัด   หลัก ๆ แล้วการปลดพนักงานรอบนี้เป็นเพราะต้องการรักษาเงินสดครับ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เพิ่งจะสั่งหยุดโรงงานผลิตแห่งนึงไป   เช่นเดียวกับ คู่แข่งอย่าง Ford Motor ครับที่เพิ่งประกาศว่าจะเลื่อนแผนในการเปิดตัวรถยนต์ไร้คนขับจากปีหน้า กลายเป็นปี 2022 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ครับ   ========   4. เฮีย Ray Dalio ฟันธงวิกฤตโควิดจะทำให้โลกเปลี่ยนขั้วอำนาจ   #ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก   ผู้ก่อตั้ง Hedgefund ที่ใหญ่ที่สุดในโลกให้สัมภาษณ์อย่างเป็นกันเอง กับ Nikkei Asian Review ครับ   มาลุยเติมความรู้กันครับ   https://www.facebook.com/309527089143639/posts/2931394990290156/?d=n   […]

เฮีย Ray Dalio ฟันธงวิกฤตโควิดจะทำให้โลกเปลี่ยนขั้วอำนาจ

  #ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก   ผู้ก่อตั้ง Hedgefund ที่ใหญ่ที่สุดในโลกให้สัมภาษณ์อย่างเป็นกันเอง กับ Nikkei Asian Review ครับ   มาลุยเติมความรู้กันครับ   ============   เจ้าไวรัสกำลังสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่!   1. ไวรัส ทำให้เศรษฐกิจถดถอย แต่จะว่าไปแล้วจริง ๆ เศรษฐกิจโลกเองก็เปราะบางอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนมีไวรัสเสียอีกครับ   2. ในขณะเดียวกันธนาคารกลางทั่วโลกเองก็เริ่มหมดกระสุนในการช่วยประเทศที่มีหนี้เยอะมากๆ และมีความเหลื่อมล้ำ ซึ่งมันคล้ายๆกับช่วง 1930-1945 เลยครับ (ตอนนี้เราเลยเห็นว่ารัฐบาลต่างๆและธนาคารกลางหลาย ๆ แห่งพยายามพิมเงินออกมา เพื่อเติมรายได้ และอุดรูรั่วในงบดุลให้ทั้งประชาชนและบริษัท)   3. ประเด็นคืออย่างนี้ครับ วิกฤตรอบนี้อาจจะทำให้ประชาชนหรือ บริษัท หรือแม้แต่ประเทศอาจจะเจ๊งได้เลย ถ้าหากไม่มีเงินเก็บมากพอครับ   และถ้ามองในภาพใหญ่วิกฤตรอบนี้กำลังจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลก และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของความเป็นมหาอำนาจ และระเบียบโลกเลยครับ   4. สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้คือ การปะทะกันระหว่างอำนาจและความมั่งคั่ง ซึ่งก็เหมือนๆกันแหละครับที่จะมีการปะทะกันทางความคิดถึงความชอบทำของระบบทุนนิยมและสังคมนิยม โดยเฉพาะใน สหรัฐ และในจีนครับ   ============   สิ่งที่สหรัฐ จะได้รับจากการเปลี่ยนแปลงรอบนี้   1. ในระยะสั้น สหรัฐจะยังเป็นมหาอำนาจในด้าน สกุลเงินดอลลาร์ เพราะแต่ละประเทศจะต้องการระดมทุนหนี้ ในสกุลเงินดอลลาร์ ซึ่งน่าจะยังทำให้สหรัฐยังคงสถานะการเป็นมหาอำนาจได้อีก (อย่างน้อยๆก็ในระยะนี้)   2. แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการผิดนัดชำระหนี้ หรือมีการพิมพ์เงินดอลลาร์ ในช่วง 2-3 ปีนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือค่าเงินดอลลาร์จะร่วงลง และลดลงในฐานะที่เป็นสกุลเงินสำรอง   3. “ในท้ายที่สุดก็จะเป็นตัวบั่นทอนความเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของสหรัฐครับ” เหตุผลเพราะในอดีต ความยิ่งใหญ่ของแต่ละมหาอำนาจก็ล้วนแล้วแต่เกิดจากการ เพิ่มขึ้นหรือลดลง ของภาระหนี้ และบทบาทของสกุลเงินของมหาอำนาจในเวลานั้น   4. คล้าย ๆ กับที่อาณาจักรอังกฤษ และเนเธอร์แลนด์เคยประสบพบเจอมา ในอดีต (และในท้ายที่สุดก็นำไปสู่การล่มสลายของบทบาทการเป็นเงินสำรอง และบทบาทความเป็นมหาอำนาจครับ)   ============   จีนมีโอกาสสูงมาก ที่จะเป็นมหาอำนาจ และเงินหยวนจะกลายเป็นสกุลเงินสำรองที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกครับ   1. เฮีย Ray Dalio มั่นใจว่าจีนจะกลายเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจที่สำคัญมากที่สุดในโลก ภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ครับ   2. และก็ยังมั่นใจด้วยว่าสหรัฐจะเป็นคู่แข่ง ด้านมหาอำนาจไปอีกสักระยะครับ และแน่นอนว่าการปะทะของพญาช้างสาร ย่อมส่งผลกระทบไปทั้งโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ   3. ถ้าเป็นมุมของสกุลเงิน ก็มั่นใจว่าเงินหยวนจะได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างช้า ๆ เพราะสกุลเงินสำรองที่ได้รับการยอมรับระดับโลก มักจะมาช้ากว่าการเป็นมหาอำนาจ   4. และการที่จะก้าวขึ้นมาเป้นสกุลเงินสำรอง ที่ทั้งโลกให้การยอมรับจะต้องมีตลาดทุนที่เปิด (อิสระเสรี) และมั่นใจว่าจีนจะมีความสำคัญต่อโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 10 ปีข้างหน้านี้ครับ   ============   มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลต่าง ๆ ถือว่าช่วยได้เยอะ   1. แต่จริง ๆ แล้วผลกระทบเศรษฐกิจอาจจะไม่มาก ถ้าหากว่าโลกใบนี้ไม่มีหนี้สินมากมายเหมือนในปัจจุบัน   หลัก ๆ แล้วคนที่จะอยู่รอด หรือบริษัทไหน หรือประเทศไหนที่จะอยู่รอด ขึ้นอยู่กับว่ามีเงินเก็บแค่ไหน เมื่อเทียบกับภาระหนี้สิน “คนไหนที่มีงบดุลที่แข็งแรงก็จะเป็นผู้ชนะ” “คนไหนที่มีหนี้สินเยอะก็จะเจ็บหนัก”   2. สิ่งหนึ่งที่น่าพอใจคือ รัฐบาลต่าง ๆ จัดเต็มมากๆทั้งพิมพ์เงินและสร้างหนี้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นความจำเป็นเพื่อที่จะเสริมความแข็งแรงของงบดุลของตัวเอง   3. สำหรับประเทศในตลาดเกิดใหม่ ที่มีงบดุลที่อ่อนแอ และไม่สามารถพิมพ์เงินออกมาได้กำลังจะเจอปัญหาด้านหนี้ และอัตราเงินเฟ้อ   นอกจากนี้จะยังต้องการความช่วยเหลือด้านการเงินมหาศาล เพราะมิฉะนั้นก็คงจะต้องเจ๊งไป   ============   ระเบียบโลกจะเปลี่ยนไปแน่นอน และจะกระทบกับระบบทุนนิยม   1. เฮีย Ray Dalio มั่นใจว่าจะเกิดการต่อสู้ทางความคิดระหว่างระบบทุนนิยมและระบบสังคมนิยมครับ และจะทำให้เกิดการกระจายความมั่งคั่งอย่างมหาศาล   2. สิ่งที่ Ray Dalio กังวลคือกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์เหมือนช่วงยุค 1930 ครับ ซึ่งมองว่าอาจจะใช้เวลาในการจัดระเบียบสังคมใหม่อย่างน้อยๆก็ 5 ปีครับ หลังจากนั้นจะเห็นภาพชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้ชนะหรือผู้แพ้จากศึกนี้   3. ในระยะสั้นสหรัฐจะเจอกับปัญหาการปรับโครงสร้างหนี้ครั้งใหญ่ แต่ในท้ายที่สุดก็จะผ่านไปได้ด้วยดี […]

#ข่าวเช้าตรู่ส่งถึงมือคุณ! โดยเพจ “ถามอีก กับอิก”

  1. ประธานเฟด บอกว่าอาจจะต้องใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้นเพื่อฟื้นเศรษฐกิจสหรัฐ   “ผู้กำหนดนโยบายควรจะใช้อาวุธทางการเงินเพื่อช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจ” คุณเจอโรม พาวเวล ฟันธงครับ เพราะจำเป็นต้องทำให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจจะไม่ดำดิ่งเหมือนตอนช่วง The Great Depression   แต่ท่านก็ไม่ได้บอกนะ ว่าควรจะใช้มาตรการอะไรเพิ่มเติม และควรจะใช้เมื่อไหร่ครับ   ตอนนี้ธนาคารกลางสหรัฐจัดเต็มลดดอกเบี้ยเหลือเกือบ 0% แล้ว ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐได้ใช้เม็ดเงินกว่า 3 ล้านล้านเหรียญ   สิ่งที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ คือ GDP ไตรมาสที่สองนี้จะร่วงหนัก และคุณพาวเวลเองก็มองว่าภาวะเศรษฐกิจขาลงนี้ไม่รู้ว่าจะลากยาวแค่ไหน และมองว่าน่าจะแย่กว่าวิกฤตภาวะเศรษฐกิจถดถอยนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง   “แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้เรายังไม่คิดถึงการใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบ” คุณพาวเวล ยืนยันครับ แม้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจจะชะลอตัวลง   เป้าหมายที่จะพยายามทำให้ได้ คือ ใช้เครื่องมือที่มีอยู่ในมือ ในการสร้างเสถียรภาพให้เกิดขึ้นในเศรษฐกิจและตลาดการเงิน และเม็ดเงินที่จะเข้ามาช่วยเหลือเพิ่มเติม ก็น่าจะมาจากรัฐบาล   “นโยบายการคลังคงจะเยอะมากแน่ ๆ ครับ แต่ก็ถือว่าคุ้มเพราะจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงความเสียหายทางเศรษฐกิจ และทำให้เศรษฐกิจเราฟื้นได้อย่างแข็งแกร่ง”   ========   2. ผู้นำผู้ผลิตเครื่องเทศ สมุนไพร McCormick & Company เห็นสัญญานความต้องการเพิ่มหนักมากในจีน   บริษัท McCormick & Company เป็นหนึ่งในเจ้าตลาดผู้ผลิตเครื่องเทศ สมุนไพร และเครื่องปรุงรส ของสหรัฐครับ เป็นบริษัทระดับตำนานเลยแหละครับ ก่อตั้งนับตั้งแต่ปี 1889   “ตอนนี้เราเห็นการเติบโต อย่างหนักมาก ๆ ในตลาดจีน” CEO คนเก่งคุณ Lawrence Kurzius บอกครับ แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 บ้าง   ตรงนี้น่าสนใจเหมือนกันครับ เพราะเค้าบอกว่าเหตุผลที่ทำให้ธุรกิจของเค้าเติบโตหนักมาก เป็นตัวเลข 2 หลัก เป็นเพราะตอนนี้พฤติกรรมผู้บริโภคในจีนเริ่มเปลี่ยนครับ เช่น การทำอาหารที่บ้าน ตอนนี้กลายเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงมากๆครับ และจะเป็นเทรนด์ที่อยู่กับเราไปอีกนานแสนนานครับ   คุณ Kurzius มองว่าเทรนด์นี้จะเกิดขึ้นทั่วโลก เช่นในสหรัฐตอนนี้ก็กำลังตามหลังจีนประมาณ 2-3 เดือน ความหมายคือ ในเมืองจีนสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้ว นั่นแปลว่า ความต้องการเครื่องเทศ สมุนไพร เครื่องปรุงรสเองก็คงจะมาแรงมากในสหรัฐเช่นกัน ถ้าหากสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้เหมือนจีนครับ   “ตอนช่วงกักตัว ประชาชนทั่วไปส่วนใหญ่เรียนรู้การทำอาหาร” และมั่นใจว่าจะเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมคนไปอย่างถาวรครับ   ========   3. กองทุนการลงทุนของมหาวิทยาลัย Yale จัดหุ้นเพิ่มหนักมากในช่วงสิ้นเดือน มีนาคม   ในช่วงหุ้นตกหนัก นักลงทุนส่วนใหญ่กลัวครับ แต่กองทุนการลงทุนของมหาวิทยาลัย Yale University จัดหนักซื้อทั้งหุ้นเทคโนโลยี และ ETF แบบรัว ๆ เลยครับ   การซื้อในรอบนี้ ทำให้การถือครองหุ้นของมหาวิทยาลัย Yale สูงถึง 267.4 ล้านเหรียญ หรือเกือบ 8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าจากปลายปีที่แล้วครับ   ถ้าไปดูไส้ในก็จะเห็นว่า Yale เข้าซื้อทั้ง SPDR S&P 500, Vanguard FTSE Developed Markets ETF   “เหตุผลที่ลงทุนใน ETF เป็นเพราะต้องการปรับพอร์ต เพื่อให้สินทรัพย์ในพอร์ตเป็นไปตามเป้าหมายระยะยาว”   ทั้งนี้ถ้าหากดูมูลค่าของกองทุนทั้งหมด มีมูลค่าสูงถึง 3.03 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 1 ล้านล้านบาท!!! โหดสุดๆครับ โดยมีนโยบายว่า จะเข้าไปลงทุนในหุ้นท้องถิ่นประมาณ 2.75%, และหุ้นต่างประเทศในสัดส่วน 13.75%   สิ่งที่น่าสนใจคือ Yale ซื้อหุ้นเทคโนโลยีเป็นรายตัวด้วยนะครับ เช่น Slack, Zoom Video Communications ที่ได้ประโยชน์จากโควิด   เป็นหุ้นสองตัว ที่คนใช้เพิ่มมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากมาตรการกักตัวทั้งโลกครับ ทำให้คนทำงานที่บ้านมากขึ้น และคุยกันทาง video conference มากขึ้น และรายได้ของทั้งสองบริษัทเองก็โตหนักมาก และนั่นคือเหตุผลที่ Yale […]

#ข่าวเช้าตรู่ส่งถึงมือคุณ! โดยเพจ “ถามอีก กับอิก”

  1. Luckin Coffee ประกาศไล่ CEO ออกจากตำแหน่งหลังถูกตรวจสอบเรื่องการโกงยอดขาย   #ถันอี้ #谈亿 #ถามอีกกับอิกเรื่องลงทุนจีน   เป็นประเด็นดราม่าที่ยืดเยื้อมานานครับ นับตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย. ที่ถูกเปิดโปงว่า Luckin Coffee เชนร้านกาแฟชื่อดังของจีน ที่โกงยอดขาย 2.2 พันล้านหยวน หรือ กว่า 1 หมื่นล้านบาท   “ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงการตรวจสอบอย่างเข้มข้น” ในขณะที่ตอนนี้ผู้บริหารระดับสูงรวมถึง ผู้ร่วมก่อตั้งก็ถูกบีบ ถูกเด้งออกจากตำแหน่งไป และหุ้นในสหรัฐเองก็ถูกระงับการซื้อขายนับตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย. ในขณะที่ราคาหุ้นก็ร่วงหนัก 83% ภายในไม่กี่วันครับ   ช่วงก่อนหน้านี้ Luckin มาแรงหนักมากๆ โดยใช้เวลาเพียง 2.5 ปี ก็มีจำนวนสาขามากถึง 4,500 สาขา มาแรงแซงทางโค้งเชนร้านกาแฟอย่าง Starbucks ก่อนจะตกม้าตายจากกรณีการโกงทางบัญชีครับ   ล่าสุด Luckin ได้แต่งตั้งคุณ Wenbao Cao อดีตผู้บริหารระดับสูงของ mcDonald’s ในจีนเป็นเวลานานกว่า 23 ปี มาเป็นคณะกรรมการ   กลายเป็นมหากาพย์ที่สะท้านวงการ การลงทุนครับ   ========   2. ค้าปลีกสหรัฐเจอพิษโควิด ทยอยเจ๊ง ล่าสุด ! JC Penny เจรจาขอกู้เงิน 450 ล้านเหรียญ   เรื่องนี้ก็เช่นกันครับกลายเป็นมหากาพย์ที่ ไม่น่าเชื่อว่าจะมาถึงจุดนี้ เมื่อ JC Penny อดีตห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่ที่สุดในหสรัฐ แต่ตอนนี้กำลังเข้าสู่กระบวนการยื่นล้มละลายครับ   “ตามกระแสข่าว บอกว่า ภายในศุกร์นี้กำลังจะยื่นขอล้มละลายครับ” ในขณะที่ตอนนี้มีสาขา 846 แห่ง และยังมีการจ้างงานสูงถึง 9 หมื่นคน เบื้องต้นอาจจะต้องมีการปิดสาขา 200 แห่ง   ตอนนี้สหรัฐเตรียมที่จะปลดล็อก มาตรการ Lockdown และกลับมาเปิดธุรกิจอีกครั้ง ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีรายได้เท่าเดิมหรือไม่ แต่รายจ่ายยังมีเยอะมากมาย   สำหรับธุรกิจค้าปลีก ตอนนี้อยู่ในช่วงหัวเลี้วหัวต่อมากครับ ทั้งถูกกระทบจากค้าปลีกออนไลน์ และยังต้องแบบต้นทุนคงที่ ทำให้ตอนนี้กำลังทยอยเจ๊งไปทีละเจ้า สองเจ้าละครับ   ในช่วงต้นสัปดาห์เพิ่งจะมีร้านค้าปลีก รายหนึ่ง Stage Stores เพิ่งจะยื่นล้มละลายไป เพราะสายป่านหมด และไม่สามารถหาแหล่งเงินทุนได้   ในขณะเดียวกันมีอีกเจ้า คือ Neiman Marcus เชนห้างสรรพสินค้าสุดหรู ที่เก่งเรื่องเสื้อผ้า, กระเป๋า, เครื่องสำอาง แต่ตอนนี้ได้ยื่นขอล้มละลายไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วและขอเงินกู้เพิ่ม 675 ล้านเหรียญเพื่อฟื้นฟูกิจการ   เหนื่อยพอควรเลยครับ   ========   3. พลิกวิกฤตเป็นโอกาส Ryanair เตรียมกว้านซื้อเครื่องบิน และเตรียมซื้อกิจการคู่แข่งที่กำลังแย่   อาจจะเป็นกรณีศึกษาระดับตำนานได้เหมือนกันครับ เมื่อสายการบินต้นทุนต่ำ ของสาธารณรัฐไอร์แลนด์ สายการบินยอดฮิตที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในทวีปยุโรป ให้บริการมากกว่า 1,800 เที่ยวบิน/วัน จากฐานบิน 85 แห่ง ประกาศเตรียมกว้านซื้อเครื่องบิน และซื้อกิจการคู่แข่ง   พลิกวิกฤตเป็นโอกาสจริงๆครับ เพราะตอนนี้หลายสายการบินกำลังจะไปไม่รอด และนั่นหมายความว่าเครื่องบินเองก็จะมีราคาที่ถูกลง อย่างลดกระหน่ำ summer sale   “ตอนนี้เราเห็นโอกาส แต่เราก็ไม่ได้ประมาทกับความท้าทายที่ตอนนี้อุตสาหกรรมการบินกำลังเผชิญหน้านะครับ” ผู้บริหารบอกครับ โดยได้มีการวิพากย์วิจารณ์สายการบินหลายๆแห่งที่กำลังได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐสูงถึง 3 หมื่นล้านยูโร ทั้งๆที่บางส่วนเกิดจาการบริหารผิดพลาดเอง   “การที่รัฐบาลยื่นมือเข้ามาช่วย สายการบินที่อ่อนแอ กลายเป็นการทำลายกฏการแข่งขัน และกฏของการช่วยเหลือจากทางภาครัฐ”   จุดที่น่าสนใจคือ Ryanair มีเงินสดในมือมากถึง 4.1 พันล้านเหรียญ และนี่คงจะเป็นสิ่งที่เค้ากล้าพูดได้เต็มปาก ว่ารัฐบาลไม่ควรยื่นมือเข้ามาช่วยสายการบินเลย   ในขณะที่สายการบินอื่นกำลังดูเรื่องความอยู่รอด แต่ Ryanair ได้สั่งซื้อเครื่องบินแบบรัวๆ มากถึง /00 ลำในช่วง 4-5 ปีข้างหน้า เพื่อรอวันเติบโตหลังจบโควิด   โหดจริง ๆ ครับ […]

#ข่าวเช้าตรู่ส่งถึงมือคุณ! โดยเพจ “ถามอีก กับอิก”

  1. สัญญานดี! เซี่ยงไฮ้ Disneyland ขายตั๋วหมด ตั้งแต่เปิดวันแรกหลังเจอวิกฤตโควิด   #ถันอี้ #谈亿 #ถามอีกกับอิกเรื่องลงทุนจีน    ไม่น่าเชื่อครับว่า Disneyland ขายตั๋ววันแรกก็ขายหมดโดยใช้เวลาไม่กี่นาทีครับ หลังจากที่ปิดมานาน 3 เดือนเศษ ๆ ปิดมาตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม   “แปลว่า คนจีนไม่กลัวที่จะกลับไปเที่ยวสวนสนุกแล้วครับ” โดย Disneyland เซี่ยงไฮ้เป็นแห่งแรกที่เปิดนับตั้งแต่เจอวิกฤตโควิด 19   แต่! จะว่าไปแล้วการที่ขายตั๋วหมดส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะสวนสนุกแห่งนี้จำกัดคนเข้าไปเที่ยวครับ จากเดิม ที่ มีความสามารถในการรองรับคน 8 หมื่นคนต่อวัน แต่รอบนี้เปิดรับแค่ 24,000 คนนั่นแปลว่า เปิดรับแค่ 30% ของจำนวนทั้งหมดครับ   ทั้งนี้ Disney จะใช้มาตรการ QR Code มาช่วยตรวจสุขภาพ และนักท่องเที่ยวจำเป็นต้องใส่หน้ากาก ยกเว้นตอนทานอาหาร   (ลองฟังย้อนหลัง https://www.youtube.com/watch?v=Ft-ldAIpiuw&t=10s ว่าจีนมีวิธีบริหารจัดการอย่างไร)   อย่างน้อยเป็นสัญญานที่ดีว่า พอวิกฤตทุกอย่างจบ ก็มีแนวโน้ม   ========   2. Elon Musk เปิดโรงงาน Tesla ผลิตในสหรัฐแม้ รัฐบาลท้องถิ่นจะค้านก็ตาม   เป็นเรื่องดราม่ามาหลายสัปดาห์แล้วครับ หลังจากที่รัฐบาลท้องถิ่นในแคลิฟอร์เนีย ยังห้ามไม่อยากให้ Tesla กลับมาผลิตเพราะเกรงว่าพนักงานจะติดโควิดครับ   ทำให้เฮีย Elon Musk ควันออกหูเลยครับพร้อมขู่ว่าจะย้ายฐานการผลิต และสำนักงานใหญ่ออกจากแคลิฟอร์เนีย และจะย้ายไปเนวาดา   ล่าสุด เฮีย Elon Musk บอกพนักงานในโรงงานผลิตให้เตรียมตัวมาทำงานได้แล้ว และการให้พักงานจะยุติวันอาทิตย์นี้ (ความหมายคือ พร้อมกลับมาผลิตได้อีกครั้ง) และบอกว่าจะมีทีมบริหารติดต่อให้กลับมาทำงานภายใน 24 ชั่วโมง   ทั้งนี้ รัฐบาลท้องถิ่นบอกว่า Tesla จำเป็นต้องคุมเข้ม และใช้มาตรการเข้มข้นมากขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าจะมีความปลอดภัย แต่ล่าสุด Tesla ฟ้องร้องรัฐบาลท้องถิ่นเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ (ตอนนี้มีคำสั่งซื้อค้างไว้จำนวนมาก และ Tesla ผลิตยังไม่ทัน แต่ดันเจอมาตรการปิดเมืองทำให้การผลิตหยุดชะงักไปเพิ่มเติมอีก)   “ตอนนี้ Tesla เริ่มกลับมาผลิตแล้ว ซึ่งผิดกฏ เมือง เคาน์ตี้” “ตัวผมจะไปอยู่ที่ไลน์การผลิตที่โรงงานเช่นกัน” “ถ้าใครก็ตามถูกจับ ผมจะบอกเจ้าหน้าที่เองว่า ขอให้ผมเป็นคนเดียวที่ถูกจับ” เฮีย Elon Musk ใจเด็ดมากครับ   ========   3. มหาเศรษฐีอินเดีย เจ้าของสายการบิน IndiGo เตรียมเข้าประมูลสายการบิน Virgin Australia   หลังจากที่ Virgin Australia ไปต่อไม่ไหว และประกาศล้มละลายไปก่อนหน้านี้ ล่าสุด เจ้าของสายการบินในอินเดีย อย่าง Indigo คือ คุณ Rahul Bhatia บอกชัดเจนแล้วว่ากำลังอยู่ในช่วงวิเคราะห์ศักยภาพ และความพร้อมในการเข้าไปซื้อกิจการครับ   “ตอนนี้ยังไม่มีการตัดสินใจใด ๆ ทั้งสิ้น และจะไม่ใช่สายการบิน IndiGo ที่จะเข้าไปซื้อกิจการ” แต่จะเป็นบริษัทแม่ นั่นคือ InterGlobe Enterprise เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปครับ   ตอนนี้ไม่ใช่เจ้านี้เจ้าเดียวครับที่จ้องตาเป็นมัน อยากเข้าไปฮุบสายการบิน Virgin Australia ของคุณ Richard Brandson ครับ (ตอนนี้มีมากถึง 20 สายการบินที่แสดงความจำนงอยากเข้าไปร่วมประมูลด้วย)   เหตุผลเพราะ Virgin Australia มีเครือข่ายและแบรนด์ที่แข็งแกร่งมากๆในออสเตรเลีย และมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นรองเพียงแค่สายการบินแห่งชาติเท่านั้น (อาจจะมองว่า ถ้าพ้นช่วงวิกฤตโควิดไป ก็มีโอกาสฟื้นตัวได้เหมือนเดิม)   แต่คนที่จะเข้าไปซื้อก็คงต้องคิดหนักเหมือนกัน เพราะ Virgin เองกำลังแบกภาระหนี้สินมหาศาลครับ สูงถึง 4.5 พันล้านเหรียญ และมีเจ้าหนี้มากถึง 1 หมื่นราย   ไม่ง่ายเลยครับ   ========   4. […]

#ข่าวเช้าตรู่ส่งถึงมือคุณ! โดยเพจ “ถามอีก กับอิก”

  1. Uber เริ่มฟื้นหลัง CEO บอกว่ายอดการใช้บริการเริ่มดีขึ้นในช่วงเดือนเมษายน   Uber ประกาศผลประกอบการขาดทุน กว่า 2.9 พันล้านเหรียญ แต่จริงๆก้ไม่ได้ผิดคาดอะไรครับ ในขณะที่ Uber ก็ปลดพนักงานไป 3,700 คนเมื่อวันก่อนครับ   “รายได้ของ Uber อยู่ที่ 3.54 พันล้านเหรียญ” โดยยอดรายได้จากการจองแท็กซี่ 1.087 หมื่นล้านเหรียญ ลดลง 5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่ถ้านับเฉพาะเดือนเมษายนก็ร่วงหนัก 80% เลยครับ (ทำให้หุ้นก่อนหน้านี้ร่วงลงไปเละเทะ)   ในขณะที่ธุรกิจส่ง อาหาร Uber Eats ยอดจองอยู่ที่ 4.68 พันล้านเหรียญครับ เป็นพระเอกเลยครับ ยอดเติบโต 50% จากพฤติกรรมคนที่สั่งอาหาร delivery เยอะมาก   “ตอนนี้มองว่าผ่านพ้นจุดต่ำสุดเดือน เมษายนไปแล้ว” ผู้บริหาร CEO มาดเท่อย่างคุณ Khosrowshahi บอกครับ ทำให้ราคาหุ้นวิ่งฉิวเลยครับ   ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ CEO เคยบอกว่า uber น่าจะเริ่มมีกำไรแล้วในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ แต่พอเจอโควิดเข้าไป ตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการในปีนี้ก็มองว่า EBITDA ยังมีโอกาสขาดทุน 1.35 พันล้านเหรียญ   และไม่ได้บอกว่าจะมีโอกาสกลับมากำไรเมื่อไหร่ครับ   ========   2. นักลงทุนชื่อดัง Paul Tudor Jones จัดบิทคอย เข้าพอร์ต โดยมองว่าเอาไว้ป้องกันความเสี่ยงอัตราเงินเฟ้อ   “กลยุทธ์ในการลงทุนเพื่อให้ได้กำไรสูงที่สุดตอนนี้คือ การเป็นเจ้าของม้าที่วิ่งเร็วที่สุด” นักลงทุน Hedge Fund ชื่อดัง Paul Tudor Jones เกริ่นมาน่าสนใจครับ และท่านมองว่า บิทคอย คือ ม้าที่เร็วที่สุดตัวนั้นครับ   คุณ Jones มองว่า บิทคอยคือสินทรัพย์ที่ควรมีในพอร์ตเพราะรัฐบาลใช้นโยบายการคลังจัดหนัก และใช้นโวบายพิมเงินเป็นว่าเล่น “ผมมองว่า ตอนนี้มีการพิมเงิน 3.9 ล้านล้านเหรียญ นับตั้งแต่เดือนกพ.”   และท่านมองว่าสิ่งที่จะตามมาคือเงินเฟ้อครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ก็อยู่ในช่วงการมองหาว่าสินทรัพย์ไหนบ้างที่จะเป็นตัวช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้ ซึ่งมองว่าทองคำ, พันธบัตร, หุ้นบางตัว, สกุลเงินบางอย่าง สินค้าโภคภัณฑ์ ก็น่าจะเป็นตัวเลือกได้เช่นกัน   แต่ที่ฮือฮามากที่สุด คือ บิทคอย ครับ “บิทคอย ทำให้ผมนึกถึงทองคำตอนที่ผมเริ่มเข้าวงการการ เงิน ในปี 1976”   ========   3. ผู้บริหาร Hilton มอง ว่าธุรกิจโรงแรมมีแนวโน้มฟื้นตัวช้าจากผลกระทบจากโควิดครับ   รายได้ของ Hilton ยักษ์ใหญ่อาณาจักรโรงแรมระดับโลก (มีจำนวนโรงแรมทั้งหมด 6,100 แห่ง) ลดลง 13% ครับในขณะที่สุดยอด CEO อย่าง Christopher Nassetta บอกว่า ยังมีหลายอย่างที่จะแย่ลงกว่าที่เราเห็นอยู่ครับ   ในเดือน เมษายน revpar รายได้ต่อห้องพักว่าง ลดลงอย่างน่าตกใจถึง 90% ครับ เหตุผลเพราะการแบนการท่องเที่ยว   “เรามองว่าผลกระทบจากโควิดจะหนักหน่วงมากในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้” การจะฟื้นคืนของทั้งอุตสาหกรรมจะใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะกลับมาเหมือนเดิมครับ โดยตัวแปรที่สำคัญคือ การทำวิจัยด้านยา และวัคซีน ครับ   ในสหรัฐยอดจองที่พักลดลงไปต่ำกว่าระดับ 30% ครับ และตอนนี้พนักงานกว่า 70% ถูกให้พักงาน หรือให้ออกไป   สู้ ๆ นะครับ   ========   4. #คุยกับอิก | ปู่บัฟเฟต์อยากบอกอะไรในประชุมผู้ถือหุ้น 2020?   หลังจากที่ผ่านการประชุมผู้ถือหุ้นไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มาชวนคุยว่าเราเรียนรู้อะไรได้บ้างครับ   คลิกเพื่อดูคลิป https://youtu.be/Lf7SMJrUN-8?t=577   ========   […]

#ข่าวเช้าตรู่ส่งถึงมือคุณ! โดยเพจ “ถามอีก กับอิก”

1. หุ้น Peloton ให้บริการฟิตเนสทางออนไลน์มียอดขายเพิ่มขึ้น 66% ได้รับอานิสงส์จากโควิด   รายได้ไตรมาสล่าสุดสูงถึง 524.6 ล้านเหรียญเพิ่มขึ้น 66% ครับ ส่วนยอดสมาชิกที่จ่ายตังเองก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเช่นกันครับ เพิ่มขึ้น 64% สูงถึง 886,000 ราย   Peloton คือ startup ที่ถูกเปรียบเทียบว่าเป็น Apple แห่งโลกฟิตเนสเลยครับ เพราะใช้ทั้งระบบที่ดี และอุปกรณ์เจ๋งๆมาปฏิวัติวงการออกกำลังกายที่บ้าน (เพิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อปีที่แล้วเองครับ)   “ความต้องการรถจักรยาน ไปปั่นที่บ้านตอนนี้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดครับ” โดยมองว่ายอดขายปีนี้ทั้งปี อาจจะทะลุ 1.72 พันล้านเหรียญได้ และมองว่ามีโอกาสทำกำไรได้ 30-40 ล้านเหรียญ   เหตุผลหลัก ๆ คือ ช่วงการใช้มาตรการกักตัวทำให้คนที่ยังออกกำลังกายก็เลยมองหาทางเลือก ซึ่ง Peloton มีระบบที่สามารถรองรับได้อยู่แล้วครับ และเป็นจุดแข็งที่เค้าทำได้ดีกว่าคนอื่น   เท่านี้แหละครับราคาหุ้นวิ่งเป็นม้าเลยครับ ล่าสุดนัตั้งแต่ต้นปีราคาบวกมาแล้วกว่า 34% ครับ   ========   2. Lyft สวนกระแสราคาหุ้นวิ่งหนักมาก มีรายงานว่ายอดใช้บริการเพิ่มขึ้นแม้คู่แข่งอย่าง Uber เพิ่งปลดพนักงานครั้งใหญ่   Lyft เพิ่งจะประกาศขาดทุนไป 398.1 ล้านเหรียญในขณะที่รายได้ เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 955.7 ล้านเหรียญ   แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากโควิดบ้าง แต่ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการมากถึง 21.2 ล้านคนเพิ่มขึ้น 3% ครับ   ในขณะที่เมื่อวานนี้ Uber คู่แข่งคนสำคัญเพิ่งจะปลดพนักงานมากถึง 3,700 คน จากพนักงานทั้งหมด 26,900 คน หรือ 14%   แต่ก็ใช้ว่า Lyft จะไม่ปลดนะครับ ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพิ่งจะลดคนไป 17% คิดเป็นจำนวนคนเกือบ 1 พันคน (โดยหลักๆเป็นแผนกรถยนต์ไร้คนขับ) แต่มองว่าไม่น่าจะลดคนเพิ่มเติมแล้วครับเพราะในท้ายที่สุดธุรกิจรถยนต์ไร้คนขับจะเป็นอนาคตของ Lyft ทำให้จำเป็นต้องมีงบสำหรับการทำวิจัยและพัฒนาครับ   สิ่งที่ Lyft ทำคือยกเลิกคูปอง และยกเลิกการจ้างคนเพิ่มครับเพื่อรักษากระแสเงินสดเอาไว้ จนกว่าความต้องการใช้บริการจะฟื้นคืนมา   หนักจริง ๆ ครับรอบนี้   ========   3. Paypal ประกาศผลประกอบการลดลงหนักมาก ได้รับผลกระทบจากโควิดเต็ม ๆ ครับ   ยอดกำไรไตรมาสแรกของ Paypal ยักษ์ใหญ่ระบบชำระเงินสหรัฐเหลือเพียง 84 ล้านเหรียญลดลง 86% จากปีที่แล้วครับ เป็นตัวเลขที่บอกชัดเจนแล้วว่าได้รับผลกระทบเต็ม ๆ จากโควิดครับ   แต่สัญญานธุรกิจในเดือน เมษายนเริ่มฟื้นแล้วครับ โดยมีจำนวนคนที่ใช้บริการแบบ active เพิ่มขึ้นมากถึง 7.4 ล้านราย และวันที่ 1 พ.ค. เองก็มียอดใช้จ่ายสูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ครับ   เหตุผลหลักๆคือ ตอนนี้หลายธุรกิจเริ่มตั้งตัวได้หลังจากที่ซวนเซ จากช่วงถูกกักตัว โดยล่าสุดมีผู้ประกอบการกลับมาเปิดธุรกิจและขายสินค้าทางออนไลน์มากขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญแล้วครับ   “ตอนนี้ร้านค้าทุกแห่งหันมาใช้กลยุทธ์เจาะตลาดออนไลน์มากขึ้น และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ เราเติบโตหนักมากในเดือนนี้” ผู้บริหารบอกครับโดยมั่นใจว่าจะมีสมาชิกเพิ่มขึ้น 15-20 ล้านรายในไตรมาสที่สองนี้ครับ   ส่วนหนึ่งจะมาจากบริษัทลูกนั่นคือ Honey Science บริษัทคูปองออนไลน์ ที่ Paypal เพิ่งจะซื้อกิจการในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาในมูลค่า 4 พันล้านเหรียญ   ========   4. #ช่วยทันที | New (Ab) normal ของเศรษฐกิจ ธุรกิจระดับโลกจะเป็นอย่างไร?   ถามอีก กับดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัยลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด   และ พี่ต้นสน ดร.สันติธาร เสถียรไทย ประธานทีมเศรษฐกิจและกรรมการผู้จัดการใหญ่ Sea Group   คลิกเพื่อดูคลิป https://youtu.be/bXTcm_ULyn4   ========   5. ใกล้ถึงเป้าหมายแล้วครับ อัพเดทยอดระดมทุน […]

Subscribe & Follow