Subscribe & Follow:

Category :

STOCK

ทำไมควรเปิดใจเริ่มลงทุนต่างประเทศ?

“ทำไมควรเปิดใจเริ่มลงทุนต่างประเทศ?” มีประโยคหนึ่งของปู่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ บิดาด้านการลงทุนหุ้นคุณค่าระดับโลก ที่อ่านครั้งแรกอาจจะงงๆ แต่พออ่านอีกครั้งแล้ว ผมว่าคนที่เริ่มลงทุนน่าจะเข้าใจดี “You are neither right nor wrong because the crowd disagrees with you” คุณอาจจะผิดหรือถูกก็ได้ จากการที่คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับคุณ ผมยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆคือ ถ้าเราคิดว่า หุ้นตัวนี้น่าจะดี แต่ถ้าคนส่วนใหญ่ในตลาด ยังไม่เห็นด้วยว่าหุ้นตัวนี้ดีจริง ก็คงจะไม่สนใจที่จะซื้อ (ราคาหุ้นตัวนั้นก็คงจะไม่ขึ้น) “You are right because your data and reasoning are right” สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการลงทุน คือการได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และมีเหตุมีผลในการตัดสินใจลงทุน ซึ่งแน่นอนว่า เราคงไม่รู้ว่าการตัดสินใจลงทุนของเราจะถูกเมื่อไร เพราะฉะนั้น สิ่งที่สำคัญกว่าคือว่าเราเลือกลงทุนแบบนั้น “เพราะอะไร?” ============== “ในภาพใหญ่เศรษฐกิจโลกยังคงเติบโตได้ดี” ที่มา: Citi Research นักวิเคราะห์จาก Citibank คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกยังมีโอกาสเติบโตสดใสที่ 3.4% ในปีนี้ และยังไม่เห็นการชะลอตัวเหมือนกับที่หลายคนเริ่มกังวลครับ “นโยบายปฏิรูปภาษีและการเพิ่มงบประมาณด้านการคลัง” คือสองปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสหรัฐ เช่นเดียวกับเศรษฐกิจจีน ที่นักวิเคราะห์ Citibank มองว่าอยู่ในช่วงปฏิรูปเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้สูงถึง 6.7% ในปีนี้ นอกจากนี้ยังมองว่า ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกยังเติบโตได้แข็งแกร่ง ทำให้โอกาสลงทุนยังสดใสครับ ==============     ที่มา: Citi Research    “โอกาสลงทุนสดใส แต่ต้องเลือกลงทุน”…

เมื่อข้อมูลคือสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในโลก และโอกาสเป็นสิ่งที่จำเป็น (ฟังก์ชัน Top Hit)

ผมว่า …. สมัยนี้ “ข้อมูล คือสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในโลก ไม่ใช่น้ำมันอีกต่อไปแล้ว”   สมัยก่อน ธุรกิจแค่รู้ว่าลูกค้าชอบอะไรก็เพียงพอแล้ว แต่มาปัจจุบัน ต้องเข้าใจถึงพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าที่เป็นเป้าหมาย เข้าใจเค้าให้มากกว่าที่คนอื่นเข้าใจ ไม่เพียงแต่รู้ว่าสนใจอะไร แต่ยังต้องรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ลูกค้าไม่สนใจอีกด้วย   การลงทุนก็เช่นกันครับ   การที่เรามีข้อมูลจากการเทรด ข้อมูลจากตลาดมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้เรามีโอกาสเข้าใจพฤติกรรมของผู้เล่นคนอื่นมากเท่านั้น   ยิ่งเราเข้าใจมากแค่ไหน เราก็ยิ่งมีโอกาสเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จเท่านั้น (ผมใช้คำว่ามีโอกาสนะครับ) ================   “วันนี้จะเล่น หุ้น หรือ DW ตัวไหนดี?”   เป็นอีกหนึ่งคำถามที่นักลงทุนมักจะมีในใจทุกๆเช้า ใช่มั๊ยครับ? บางคนเลือกที่จะรอให้ทางโบรคทำการบ้านมาให้ แล้วแนะนำว่าเราควรเล่นตัวไหน, บางคนใช้วิธี “เพื่อนบอก” หรือบางคนก็รอดู Most active ว่าตอนนี้คนส่วนใหญ่เล่นตัวไหนอยู่ (ตัวที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุดในแต่ละวัน)   จะดีมั๊ย? ถ้ามีอีกหนึ่งฟังก์ชันมาให้เป็นทางเลือก   ================   “Top Hit Real Time ฟังก์ชันใหม่ จับกระแสว่าตอนนี้ตลาดสนใจตัวไหน”        ภาพ ไลน์ DW13   Top Hit Real time เป็นฟังก์ชันใหม่ในไลน์แอดของ DW13 ครับ   ตามชื่อเค้าเลยครับ “Top Hit” คือหุ้นหรือดัชนีอ้างอิงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ฮิตที่สุด “Real Time” คือ ณ เวลานั้นๆ…

หุ้น 6 ประเภทของปีเตอร์ ลินช์

“Invest in what you know” เป็นประโยคเด็ดของ Peter Lynch นักลงทุนที่ผมชื่นชอบมากครับ เค้าบอกให้ลงทุนเฉพาะสิ่งที่เรารู้เท่านั้น อันไหนไม่รู้ก็ยังไม่ต้องลงทุน ซึ่งหุ้นทั้งหมดแบ่งเป็น 6 ประเภท แต่ละประเภทมีความแตกต่างกันไป แล้วถ้าถามว่าแบบไหนละที่จะเหมาะกับคุณ? ผมเลยคิดว่าตอนนี้คงไม่มีการอธิบายไหนที่จะเข้าใจง่าย และโดนใจไปเท่ากับการอธิบายผ่านตัวละครเรื่อง “เมีย 2018” ที่กำลังออกอากาศทางช่อง One อยู่ตอนนี้ ใครดูหนังต้องอ่าน ใครอ่านแล้วต้องดูครับ ! =============== 1) หุ้นแข็งแกร่ง : “อรุณา” นางเอก สายตรองที่แท้ ทรู ครับ เธอเสียสละ ออกจากงานเพื่อมาดูแลลูก ดูแลครอบครัว ดูแลสามี ทำทุกอย่างไม่มีบกพร่อง โชคชะตาพลิกผัน เมื่อถูกอดีตสามีอย่าง พี่ธาดา นอกใจ…. แล้วก็ยังต้องมาต่อสู้สงครามประสาท กับน้องสาวของตัวเอง ที่มาแย่งสามีของเธอไป (ถ้าเป็นชีวิตจริง จะเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสุดๆ ) “แม้จะเจอมรสุมชีวิตที่ถาโถมกระหน่ำเข้ามา” เธอก็ยังลุกขึ้นสู้ชีวิต หาเลี้ยงชีพด้วยลำแข้งของตัวเอง สตรองสุดๆครับ ดูเรื่องราวของเธอแล้ว ผมต้องยกให้เธอเป็นหุ้นแข็งแกร่งครับ เพราะลักษณะของหุ้นแข็งแกร่ง คือ ต้องมีพื้นฐานดี, ทนทานต่อทุกสภาวะเศรษฐกิจ, กำไรเติบโตสม่ำเสมอ และแม้ว่าจะเจอวิกฤติเศรษฐกิจ หุ้นกลุ่มนี้ก็จะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก และมักจะสามารถฟื้นตัวได้เร็ว ข้อเสีย คืออาจจะเป็นหุ้นที่ไม่หวือหวา นักลงทุนสายเก็งกำไรอาจจะเบื่อได้นะครับ =============== 2) หุ้นวัฏจักร : “กันยา” แหม… ชัดเจนเลยครับ น้องกันยาของพี่ณา เหวี่ยงได้โล่มาก ตอนที่อารมณ์ดี อยากเอาใจพี่ธาดา ก็ทำตัวน่ารัก ทำตัวดีชนิดที่ผู้ชายคนไหนอยู่ใกล้ก็ต้องหลงเสน่ห์แน่ๆ…

“ทำไมกระแสเงินสด ถึงเป็นเส้นเลือดของธุรกิจ”

“ทำไมกระแสเงินสด ถึงเป็นเส้นเลือดของธุรกิจ” “ถ้าผมอยากรู้ว่าบริษัทไหน น่าลงทุนหรือไม่ ผมจะไม่ถามนักวิเคราะห์หุ้นครับ” คุณปู่วอร์เรน บัฟเฟตต์เคยพูดในที่ประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อนานมาแล้ว สิ่งที่ปู่จะทำคือ การเข้าไปคุยกับนักวิเคราะห์สินเชื่อของธนาคาร เหตุผลคือ นักวิเคราะห์หุ้นหลายคนจะเน้นเรื่องกำไรของบริษัท แต่นักวิเคราะห์สินเชื่อจะเน้นเรื่องกระแสเงินสด (ว่าจริงๆแล้วมีเงินอยู่กระเป๋าเท่าไร จะมีโอกาสจ่ายเงินคืนธนาคารหรือไม่) คุณปู่เชื่อว่า การลงทุนที่ดี คือการลงทุนในหุ้นที่มีคุณภาพ เติบโตได้อย่างยั่งยืน และการบริหารกระแสเงินสดที่ดี คือ สิ่งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอดได้ในระยะยาว ไม่ใช่ตัวเลขกำไรสวยๆที่โชว์ในบัญชีครับ =========== “กระแสเงินสดเปรียบเสมือนกับเส้นเลือดหล่อเลี้ยงร่างกาย” เป็นการเปรียบเทียบให้เห็นความสำคัญของกระแสเงินสดที่ชัดเจนมากครับ ในมุมมองของ พี่วรรณี จันทามงคล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ด้านบัญชีและการเงิน บมจ. โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ หรือ HMPRO พี่วรรณี เล่าให้ผมฟังเมื่อไม่นานมานี้ว่า ตอนนี้ HMPRO มีจำนวนสาขาในไทยกว่า 86 สาขา, มีสินค้าขายภายในร้านกว่า 4 หมื่นรายการ, มียอดขายทะลุ 64,000 ล้านบาทเมื่อปีที่แล้ว และด้วยมูลค่าตลาด (Market Cap) เกือบ 1.8 แสนล้านบาท ทำให้ HMPRO ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำสินค้าวัสดุ และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านของไทยในทุกมิติครับ =========== “คุณอิก เชื่อไหมว่า HMPRO เกือบจะไม่มีวันนี้ เพราะเจอวิกฤติต้มยำกุ้งคะ” พี่วรรณี เล่าให้ผมฟังด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ผลจากวิกฤติเศรษฐกิจครั้งประวัติศาสตร์ครั้งนั้น ทำให้กำลังซื้อของคนไทยหายไปมากครับ แต่ประเด็นสำคัญคือ แม้ว่ายอดขายจะลดลงบ้าง แต่พี่วรรณีบอกว่า ยังพอขายได้ ทำให้บริษัทยังมีกำไร “คำว่ามีกำไร พี่หมายถึงว่ามีกำไรทางบัญชีนะคะ แต่ที่ HMPRO เกือบเจอวิกฤติ คือตอนนั้น…

สรุปงาน Analyst meeting หุ้น JKN วันที 11 มิถุนายน 2561

สรุปงาน Analyst meeting หุ้น JKN วันที 11 มิถุนายน 2561 จุดยืนของ JKN คืออะไร ธุรกิจแนวไหน? * ขายยาเสพติดทางสายตา * คุณจักรพงษ์ (แอน) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ถือหุ้นใหญ่ให้นิยามที่ชัดเจนมากครับ ว่า JKN เป็น Global content management and distributor พูดง่ายๆ ก็คือเป็นผู้บริหารจัดการและจัดจำหน่ายคอนเทนต์ ทั้งละครและรายการต่างๆ “From Thailand, but not only Thailand !! คุณแอนได้กล่าวไว้ * หลายๆ คนมีภาพว่า JKN เป็นบริษัทขายหนังอินเดีย คุณแอนก็เน้นย้ำหลายครั้งว่า JKN ขายหนังทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นอินเดีย เกาหลี จีน ไทย * คอนเทนต์จาก JKN เป็นเหมือนสาวสวยอมตะ เพราะบริษัทไม่ได้เป็นแค่คนกลางในการซื้อมาขายไป แต่มีการ Localization พัฒนาสินค้าให้สวยงามและเข้ากับท้องถิ่น แบบพร้อมขายได้เลย และยังทำการตลาดด้วยแนวคิด Superstar Marketing เพราะเมื่อคนชื่นชอบในตัวนักแสดง ก็จะทำให้เกิดกระแส สามารถขายหนัง ละคร เพลง และอื่นๆ ได้ง่ายและมากขึ้น * มีการขายลิขสิทธิ์เพลงประกอบซีรีส์ รวมถึงการอนุญาตให้ต่างประเทศใช้ทำนองเพลง แต่ดัดแปลงเนื้อร้องให้เป็นภาษาของประเทศนั้นๆ * เพราะคอนเทนต์คือที่สุดของทุกอย่าง (Content is king) ไม่ว่าช่องทางของสื่อจะเปลี่ยนไปเป็นอะไร…

สรุป สัมมนา Global Investment กับเอเซีย พลัส (11 มิ.ย. 2561)

“จังหวะดีๆ เกิดขึ้นครั้งเดียวในชีวิต ถ้าเราไม่คว้าโอกาสนั้น นี่จบเลย”   นี่เป็นคำพูดที่กลั่นมาจากประสบการณ์ของ ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ในงานสัมมนา “ASP Global Investment Seminar” ช่วงปลายเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา   ไม่มีใครทราบหรอกครับว่า วิกฤติครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่นายใหญ่แห่งค่ายเอเซีย พลัส เล่าให้ฟังต่อว่า วิกฤติคือโอกาสเสมอ   “ผมชอบศึกษาประวัติศาสตร์มาเยอะ และมักจะมีจังหวะซื้อขาย (กิจการ) ดีๆ ในราคาถูก จะเห็นว่าบทเรียนเก่าๆ แต่มักจะมีโอกาสเกิดในที่ใหม่ๆครับ”   ไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้งปี 1997 หรือวิกฤติ subprime ในปี 2008 ก็เห็นชัดเจนครับว่า ทุกๆครั้งที่เกิดวิกฤติ ก็มักจะสร้างโอกาสให้เราได้ซื้อหุ้นแบรนด์ดีๆ แบรนด์ดังๆระดับโลกในราคาที่ถูกมาก เช่น การซื้อธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง Bank of America ช่วง subprime ในราคา 6 เหรียญ ตอนนี้พุ่งมา 5 เด้งแล้วครับ   ==========   “ความรู้ที่เราได้รับจากต่างประเทศ มักจะมาเสริมกับจังหวะวงจรเศรษฐกิจของไทยเสมอ”   ดร.ก้องเกียรติชี้ให้เห็นประโยชน์อีกข้อสำหรับการลงทุนในต่างประเทศครับ เช่นแนวโน้มธุรกิจค้าปลีก โชห่วย จะถูกล้มกระดาน โดยร้านสะดวกซื้อ หรือค้าปลีกหลายแห่งก็จะถูกล้มกระดานโดยธุรกิจ E-commerce เช่น Amazon   คนที่ได้ลงทุนไม่ว่าจะทางตรง หรือทางอ้อมในต่างประเทศ และได้ติดตามข่าวสารก็จะทำให้เราเข้าใจแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า นั่นหมายความว่า…

แอปลงทุนสั่งได้ ตามใจนักลงทุน

สำหรับหัวอกนักลงทุนทั้งหลาย ผมเชื่อว่าปัญหาคงจะหนีไม่พ้น   “ไม่รู้จะซื้อหุ้นอะไรดี” “ไม่มีเวลาติดตามตลาด” “เดินทางบ่อยแล้วต้องปิดเครื่อง ทำให้ไม่ได้ติดตามตลาด” เห็นด้วยไหมครับ?   แต่ผมว่านักลงทุนยุคนี้โชคดีนะครับ ตั้งแต่มีแอปลงทุนออกมาให้เราใช้ ชีวิตของนักลงทุนอย่างพวกเราก็ง่ายขึ้นเยอะเลย   สำหรับผม เมื่อก่อนใช้เวลาทำการบ้านหาข้อมูลเป็นวันๆ นั่งจดมือหงิก นั่งพิมพ์ใน excel จนตาลาย แต่เดี๋ยวนี้ไม่กี่คลิกก็ได้ข้อมูลที่ต้องการ ซื้อขายหุ้นได้มั่นใจขึ้น   ======================   “แอปลงทุนสั่งได้ ตามใจนักลงทุน”   นี่คือ นิยามที่ผมให้กับ Finansia HERO หรือ ฟินันเซีย ฮีโร่ นั่นเองครับ เป็นแอปล่าสุดที่ผมได้ทดลองใช้   แอปของค่ายนี้เหมือนแก้วสารพัดนึกสำหรับนักลงทุนรายย่อยอย่างพวกเรา นักลงทุนอยากได้อะไร เป็นนักลงทุนสไตล์ไหน เค้าก็จัดให้… มีทุกฟังก์ชั่น ที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับเรามากที่สุด (customize ได้แม้กระทั่งอยากให้หน้าจอ ของเราหน้าตาเป็นยังไง ก็ปรับได้หมด)   ผมออกตัวก่อนว่า สไตล์การลงทุนของผม มี 2 แบบ คือ   1) หาหุ้นพื้นฐานดี แล้วหาจังหวะเข้าทำ ด้วยการใช้กราฟเทคนิค และ 2) อีกแบบคือสแกนหากราฟเทคนิคสวยๆ แล้วก็ค่อยย้อนมาดูพื้นฐาน ถ้าพื้นฐานดีถึงจะจัดหนัก   เอาเป็นว่า ขอลงทุนเฉพาะหุ้นที่ดี และกราฟสวยพอ ที่เหลือถ้าหุ้นจะวิ่งต่อผมก็ยอมตกรถ ไม่เป็นไรครับ   เดี๋ยวบทความตอนแรกนี้ ผมจะเล่าให้ฟังว่าทำไม Finansia HERO ถึงช่วยให้ชีวิตนักลงทุนรายย่อยอย่างพวกเรา หาหุ้นที่จะลงทุนได้ง่ายขึ้นเยอะ ผมให้ความสำคัญตรงนี้เยอะหน่อย เพราะมองว่า ถ้าเราเลือกหุ้นให้ดีตั้งแต่แรก…

error: Content is protected !!