Subscribe & Follow:

Category :

ลงทุนนอกโลก

9 สิ่งที่คนเวียดนามจะเล่าให้

วันก่อนเจอเพื่อนเวียดนาม คุณ Hai Yen Ho เป็น ผู้ช่วยบก.นิตยสารหัวดังในเวียดนามฉบับนึง และแลกเปลี่ยนความเห็นกับคุณหมอ กล้า ชเนษฎ์ ศรีสุโข   ทำให้ผมมีมุมมองที่มองเวียดนามเปลี่ยนไป และค่อนข้างน่าแปลกใจในหลายเรื่องครับ   =========   1. ตอนนี้คนเวียดนามที่รวยแบบสุด ๆมีมากขึ้นอย่างน่าตกใจ (หลายคนสามารถซื้อของหรูหราได้สบายๆ แต่อาจจะยังไม่ซื้อรถสปอร์ตเพราะถนนอาจจะยังไม่เอื้อกับการขับรถเร็ว ๆ) คนที่รวยก็ส่วนใหญ่จะทำหลายธุรกิจ เรียกได้ว่าเป็นอาณาจักรเลยแหละครับ   2. คนเวียดนามมีนิสัยสู้คน เค้าเลยบอกว่าสมัยก่อนเลยรบกับประเทศมหาอำนาจบ่อย ๆ (เค้าบอกว่าไม่เหมือนคนไทยที่ ชอบเจรจา มากกว่าสู้รบ ทำให้เราไม่ตกเป็นเมืองขึ้นของใคร อันนี้จริงไหมครับ ?)   3. อดีตเวียดนามเคยรบชนะ มหาอำนาจเยอะเสียด้วยเช่น สหรัฐฝรั่งเศส ญี่ปุ่น “ผู้ใหญ่จะยกตัวอย่างเรื่องนี้ด้วยการปลุกใจคนรุ่นใหม่ให้เห็นว่าเราสามารถทำได้” คุณ Ho บอกว่าอันนี้สอนกันมานานละครับ และได้ผลซะด้วย เพราะแม้จะเป็นเรื่องที่ดูแวบ แรกอาจจะคิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่คนเวียดนามเป็นคนใจถึง สู้ยิบตา ทำให้ประสบความสำเร็จมากมาย   4. นิสัยนักสู้ของเวียดนามเนี่ยแหละครับที่ทำให้เด็กวัยรุ่นยุคนี้สู้ยิบตา ไม่ slow life ดิ้นรนเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น (อาจจะมีการโกงบ้าง แต่เพราะเค้าเพิ่งผ่านสงครามมา เลยยังมีบ้างที่มองว่าเอา สิ่งที่เห็นตรงหน้าดีกว่า การมองยาวๆ)   “แต่ถ้าจะทำธุรกิจกับคนเวียดนามยังต้องเจรจาดี ๆ นะครับ เข้าใจตรงกันนะ” มีหลายคนเข็ดขยาดกลับมาก็เยอะเหมือนกัน (แต่ส่วนตัวมองว่า น่าจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ครับ)   5. เมื่อก่อนคนเวียดนามชอบสินค้าคนไทยนะครับแต่ตอนนี้เค้าบอกว่า ถ้าสินค้าอะไรก็ตามที่เวียดนามผลิตได้ ใกล้เคียงกับของไทย เค้าจะซื้อของเวียดนาม   ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะตอนนี้โรงงานของคนเวียดนามเก่งขึ้นมาก ๆ   และตอนนี้ก็เริ่มทำสินค้าของตัวเองมากขึ้นละครับ เช่น รถ vinfast สัญชาติเวียดนาม (คนเวียดนามภูมิใจมาก ๆ)   6. คนเวียดนามมีความชาตินิยมสูงมาก ๆ ครับผมเองก็เห็นมากับตาตอนไปโฮจิมินท์ กับฮานอย จะเห็นเลยว่าร้าน fast food แบรนด์ดัง ๆ เองก็ยังเจาะตลาดเวียดนามไม่ค่อยได้ (ยกเว้น Starbucks พอจะได้ แต่ก็ไม่สู้กาแฟท้องถิ่น)   7. ตอนนี้หลาย ๆ แบรนด์ที่เป็นสินค้าระดับหรู เช่น นาฬิกาแบรนด์ดัง ๆ เริ่มไปเปิดตลาดเวียดนามมากขึ้น รุ่นที่ขายดี ส่วนใหญ่จะเป็น limited edition ที่ออกแบบมาเพื่อคนเวียดนามเท่านั้น (ยอมจ่ายแพง ถ้าเป็นรุ่น limited edition)…

สิ่งที่ปู่บัฟเฟตต์ สุดยอดนักลงทุนระดับโลกอยากบอกคนรุ่นใหม่ครับ!

“ถ้าสมมุติว่าผมบอกว่า ผมจะซื้อรถในฝันให้คุณสักหนึ่งคัน” “คุณสามารถเลือกรถยนต์อะไรก็ได้ที่คุณต้องการ”    “และถ้าคุณตัดสินใจซื้อรถคันไหนได้แล้ว รถจะไปรอคุณอยู่ที่บ้าน รอให้คุณมาขับเลย” ปู่บัฟเฟตต์กำลังจะเปรียบเทียบอะไรบางอย่างครับ โอเคอ่านต่อนะ   คนฟังเองก็ตั้งใจฟัง อย่างใจจดใจจ่อครับ   “แล้วให้คุณคิดเลยนะว่า รถคันนี้มันจะเป็นรถคันที่สำคัญที่สุดในชีวิต” “เงื่อนไขคือ มันจะเป็นเพียงแค่รถคันเดียว ที่คุณจะสามารถเลือกได้ และใช้มันไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต” เอาละ…. เริ่มตื่นเต้นแล้วสิ ปู่บัฟเฟตต์จะให้ทำอะไรกันเนี่ย   เรายังไม่ทันคิด ปู่ก็รีบตอบทันทีครับว่า “ถ้าคุณรู้แบบนี้ คุณจะดูแลรักษารถคันนั้นอย่างไร?”   ปู่อธิบายต่อทันทีว่าคุณเองก็คงจะอ่านคู่มือก่อนที่จะขับรถคันนี้ประมาณสี่รอบ ซ้ำแล้วซ้ำอีก จริงไหมครับ?   คุณก็คงจะเก็บรถคันนี้เอาไว้ในโรงเก็บรถ, ปกป้องมันตลอดเวลา, เปลี่ยนน้ำมันเครื่องแทบจะทุกรอบของการตรวจสภาพ   “ถ้ารถคันโปรดคันนี้มีสนิม คุณก็คงจะรีบขัดให้สนิมมันออกไป ก่อนที่สนิมจะแพร่กระจายเกาะกินรถทั้งคัน”   “เรียกได้ว่า ฝุ่นไม่ให้เกาะ ไรไม่ให้ตอม” จริงไหมครับ   เหตุผลคือ คุณรู้ว่าคุณจะต้องใช้รถคันนี้ไปอีกนานเท่านานจนกว่าชีวิตจะหาไม่   ปู่แก เปรียบเทียบขนาดนี้เราพอจะเดาได้ไหมครับว่าปู่หมายถึงอะไร   ติ๊กต๊อก….. เฉลยครับ “ปู่หมายถึงร่างกายและจิตใจของเราครับ”   วิธีที่เราดูแลรักษารถคันโปรด ที่ดูแลแบบสุดชีวิต เราเองก็จะต้องดูแลร่างกายและจิตใจแบบนั้นเช่นกันครับ   “คุณมีแค่จิตใจ ดวงเดียว และร่างกายเพียงแค่อันเดียว ที่คุณจะใช้ไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต” “ถ้าเราไม่เริ่มดูและทั้งจิตใจและร่างกายตั้งแต่ตอนที่ยังเด็ก ยังเป็นวัยรุ่น”   ตอนที่คุณแก่ตัวลง รถของคุณ (ร่างกายและจิตใจ) ก็คงจะเก่าและสนิมกินไปทั้งคัน   “ถ้าคุณไม่เริ่มต้นดูแลทั้งร่างกายและจิตใจตั้งแต่วันนี้” “ตอนที่คุณอายุ 40-50 ร่างกายของคุณก็คงจะโรยราและอาจจะเปรียบเสมือนรถที่ไม่สามารถเดินทางไปไหนได้   ส่วนตัวผม….ถึงแม้ว่าจะอายุมากแล้ว ผมยังมีความสุขในทุกวินาทีที่ได้ใช้ชีวิตและร่างกายก็แข็งแรง มันเป็นสิ่งที่รู้สึกดีมากๆ (ปู่อายุ…

สรุปมุมมองการลงทุนของ คุณมาร์ค โมเบียส ราชาตลาดหุ้นเกิดใหม่นักลงทุนระดับโลก

#ลงทุนนอกโลก โดยถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน   สัปดาห์ล่าสุดตลาดหุ้นไทยโหดเหลือเกิน ร่วงรวดเดียว 65 จุด เกือบหลุด 1,600 จุด   วันนี้ชวนมาฟังมุมมองของ พี่มาร์ค โมเบียส (สุดยอดกองทุนชื่อดัง อย่าง ) Templeton Emerging Markets Group ที่บริหารเงินของนักลงทุน 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.2 ล้านล้านบาท    ลุยกันเลยครับ   ============   1.“ตอนนี้ยอมรับว่ายากที่จะหาผลตอบแทนดีๆจากการลงทุนในโลกตอนนี้” คุณมาร์ค โมเบียส เปิดมาได้โดนใจเม่าน้อยมากครับ   แต่ยังมองว่าตลาดเกิดใหม่ยังเป็นตลาดที่น่าจะให้ผลตอบแทนลงทุนที่ดี โดยส่วนใหญ่จะเป็นประเทศที่มีความเสี่ยง เช่น ตุรกี อาร์เจนติน่า แต่อย่าลืมว่าแม้ประเทศเหล่านี้จะให้ผลตอบแทนสวยหรูแต่ก็เต็มไปด้วยความเสี่ยงครับ   ============   2. ความเสี่ยงคือสงครามการค้า   “คู่ค้าที่สำคัญของประเทศส่วนใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ก็คือ พี่จีนนั่นเองครับ” คุณมาร์คเสริมว่า ถ้าจีนนำเข้าสินค้าและบริการน้อยลงก็จะส่งผลทางอ้อมต่อประเทศในอาเซียน   “เราเลยต้องระมัดระวังในการลงทุน ต้องพิจารณาทุกบริษัทในอาเซียนแบบทุกกระเบียดนิ้ว ว่าจะได้รับผลกระทบจากจีนหรือไม่”   ============   3. เวียดนาม และบังคลาเทศอาจจะได้อานิสงศ์จากสงครามการค้า   ราชาตลาดหุ้นเกิดใหม่บอกว่าตอนนี้ ทั้งเวียดนามและบังคลาเทศเป็นประเทศที่ได้รับประโยชน์จากสงครามการค้า เพราะโรงงานในจีนเริ่มย้ายฐานการผลิตไปที่นั่นแล้ว   “ตอนนี้สินค้าต้นทุนต่ำที่ส่งออกจากจีนไปยังสหรัฐลดลง ซึ่งเป็นผลจากกำแพงภาษีนำเข้าสินค้า” นั่นเลยเป็นโอกาสสำหรับการส่งออกจากประเทศที่มีต้นทุนในการผลิตต่ำอย่าง เวียดนามและบังคลาเทศ (เป็นประเทศที่มีค่าเงินอ่อนค่า)   ตัวเค้าชอบหุ้นส่งออก และหุ้นสินค้าอุปโภคบริโภคเพราะมีค่าแรงสูงขึ้นรวมถึงการจ้างงานที่มากขึ้น  …

error: Content is protected !!