หากเปรียบการทำธุรกิจในปี 2568 ที่ผ่านมาเป็นเหมือนการวิ่งฝ่าพายุ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCG) ไม่เพียงแต่วิ่งผ่านออกมาได้ แต่ยังออกมาในสภาพที่ “ตัวเบาขึ้น” และ “คล่องตัวกว่าเดิม”
ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจโลก สงครามราคาสินค้าจีนที่ทะลักเข้าอาเซียน และค่าเงินบาทที่แข็งค่าจนกระทบรายได้ส่งออก ผลประกอบการปี 2568 ของ SCG กลับซ่อนเรื่องราวที่น่าสนใจไว้เบื้องหลังตัวเลข นั่นคือแม้รายได้จากการขายจะลดลง 3% จากปีก่อน แต่กระแสเงินสด (EBITDA) กลับเติบโตสวนทางขึ้นมาได้ถึง 6% แตะระดับ 5.5 หมื่นล้านบาท
❓ เกิดอะไรขึ้นหลังบ้านของยักษ์ใหญ่รายนี้? และในปี 2569 ที่ถูกเรียกว่า “ปีม้า” SCG กำลังจะควบทะยานไปในทิศทางไหน? ทีม TAMEIG จะชวนเพื่อนๆ มาติดตามกันครับ
[ปีแห่งการ “ยอมเจ็บเพื่อจบ” (The Surgery Year)]
คุณธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม (พี่โป้ง) กรรมการผู้จัดการใหญ่ SCG ย้อนภาพให้เห็นว่า ปีที่ผ่านมาคือปีแห่งการตัดสินใจครั้งใหญ่ เปรียบเสมือนการเข้าห้องผ่าตัดเพื่อเฉือนเนื้อร้ายทิ้ง
SCG เลือกที่จะยุติธุรกิจที่ไม่ทำกำไร (Non-performing businesses) อย่างเช่นแพลตฟอร์ม NocNoc และ ปรับโครงสร้างธุรกิจรีเทล
แม้จะต้องแลกมาด้วยการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษก้อนโตในปี 2568 แต่ผลลัพธ์คือการลดภาระระยะยาว “ปีที่แล้วเราลุยเรื่องลดต้นทุน เราจัดการพวกธุรกิจ Non-performing ให้หมด… ตอนนี้แสดงว่าเราตัวเบาขึ้นแล้ว ส่วนผมก็ผอมเพรียวขึ้นนิดหน่อยด้วย” พี่โป้ง (CEO) กล่าวเปรียบเทียบภาพลักษณ์องค์กรที่กระชับขึ้น
💰 การ “ผ่าตัด” ครั้งนี้ ไม่ได้ทำไปเปล่าประโยชน์ เพราะคุณจันทนิดา สาริกะภูติ (พี่เปิ้น) CFO หญิงแกร่งของ SCG ยืนยันว่า การยอมเจ็บครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาวถึง 4,300 ล้านบาทต่อปี นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป
🏋️ [ภารกิจปี 69: เข้ายิมสร้าง “ซิกแพค”]
เมื่อร่างกายผอมเพรียวจากการรีดไขมันแล้ว ก้าวต่อไปในปี 2569 ไม่ใช่การพักผ่อน แต่เป็นการเข้ายิมเพื่อ “สร้างกล้ามเนื้อ”
พี่โป้งประกาศกลยุทธ์ปีม้าไว้ภายใต้คอนเซปต์ “เข้มข้น – เข้มแข็ง – เสริมแกร่ง – เอาอยู่” โดยเปรียบเปรยว่า SCG กำลังจะสร้าง “ซิกแพค” (Six-Pack) ให้กับองค์กร:
1️⃣ เข้มข้น (Intensify): คือการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด โดยตั้งเป้าว่ากระแสเงินสดปีนี้ต้องดีกว่าปีที่แล้ว
2️⃣ เข้มแข็ง (Strengthen): คือการปรับโครงสร้างการผลิตแบบ “รวมศูนย์” (Consolidation) เปลี่ยนโรงงานเล็กๆ ที่กระจายตัว ให้กลายเป็นโรงงานใหญ่ระดับภูมิภาคที่อัดแน่นด้วย AI และ Automation เพื่อให้ต้นทุนต่ำพอที่จะสู้กับสินค้าทะลักจากต่างประเทศได้ พร้อมการเติมพอร์ตธุรกิจด้วยของใหม่ที่มีอนาคต อย่างเช่น สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (HVA) สินค้ากรีน และสินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า (SVP)
3️⃣ เสริมแกร่ง (Reinforce): คือการรุกธุรกิจเติบโตระยะยาว เช่น โครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงานลองเซิน ปิโตรเคมิคอลส์ (LSP) เวียดนาม เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบ
4️⃣ เอาอยู่ (Stay resilient): คือการประเมินทั้งโอกาสและความท้าทายรอบด้านอยู่เสมอ เพื่อพร้อมสู้กับทุกสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
🧠 [เจาะลึก 3 ขุนพล: เบื้องหลังการฟิตหุ่น]
ความสำเร็จของกลยุทธ์นี้ ขับเคลื่อนโดย 3 แม่ทัพใหญ่ที่งัดกลเม็ดรุกธุรกิจในสไตล์ของตัวเอง:
1️⃣ ธุรกิจเคมิคอลส์ (SCGC): พลิกวิกฤตด้วย “ก๊าซ” แม้ธุรกิจปิโตรเคมีจะเจ็บหนักที่สุดจากวัฏจักรขาต่ำ แต่คุณศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ SCGC (พี่แสง) มองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ โดยเฉพาะการแก้เกมที่โรงงาน LSP เวียดนาม
ในช่วงที่ราคาน้ำมันแพง SCGC ได้เร่งปรับสูตรการผลิตโรงงานใหม่ ให้หันมาใช้ “ก๊าซ” เป็นวัตถุดิบถึง 80% (จากดีไซน์เดิม 70%)
พร้อมทั้งเดินหน้าเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (HVA) ให้มากกว่าร้อยละ 60 ของยอดขายในธุรกิจปลายน้ำ (Downstream) ในประเทศไทย เพิ่มสัดส่วนสินค้า Green Polymers และขยายบริการโซลูชันสำหรับภาคอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและลดความผันผวนจากวัฏจักรอุตสาหกรรมในระยะยาว และมองว่าปีนี้อุตสาหกรรมจะทรงตัวขึ้น
2️⃣ ธุรกิจซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์: ทางด้านคุณสุรชัย นิ่มละออ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์ (พี่หนุ่ม) ผู้พาธุรกิจซีเมนต์ทำกำไรเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ เปิดเผยเคล็ดลับการลดต้นทุนที่ไม่เหมือนใคร
ในขณะที่คู่แข่งแย่งกันใช้เชื้อเพลิงทดแทนที่ใช้ง่าย (เช่น แกลบ) จนราคาพุ่งสูง ทีมของพี่หนุ่มเลือกเดินเกมยากด้วยการใช้ “เชื้อเพลิงขยะที่ใช้ยาก” (ต้องนำมาบดและสับเอง) ซึ่งมีราคาถูกมาก ผลลัพธ์คือสามารถลดต้นทุนพลังงานไปได้กว่า 2,000 ล้านบาท พร้อมทั้งผลักดันปูนคาร์บอนต่ำ Gen 3 ออกสู่ตลาดเป็นรายแรกของอาเซียน พร้อมเดินหน้าร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในการนำไปใช้จริงในการก่อสร้าง และยังเตรียมพัฒนาปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำ Gen 4 ที่ลดคาร์บอนได้มากขึ้นด้วย
3️⃣ ธุรกิจสมาร์ทลีฟวิง และดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล : สำหรับคุณวิโรจน์ รัตนชัยสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิง และ เอสซีจี ดิสทริบิวชั่นแอนด์รีเทล (พี่บ๊วย) ที่ต้องรับมือกับตลาดอสังหาฯ ซบเซา เลือกใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วย
พี่บ๊วยเล่าว่ามีการลงทุนทำโปรเจกต์ AI รวมกับทางธุรกิจซีเมนต์แอนด์กรีนโซลูชันส์ ไปกว่า 80-90 โครงการ ด้วยงบลงทุนเพียง 50-60 ล้านบาท แต่สามารถสร้างผลตอบแทนกลับมาได้เกือบ 500 ล้านบาท จากการลดของเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สะท้อนความคุ้มค่าระดับท็อปฟอร์ม
พร้อมปรับพอร์ตสินค้า Smart Value Product กลุ่มสินค้าวัสดุก่อสร้าง ยอดขาย 2,800 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 23% ของพอร์ตวัสดุก่อสร้าง และมีแผนขยายต่อ ช่วงกำลังซื้อลดลง สินค้าต่างประเทศทะลักเข้ามา แต่คนยังจำเป็นต้องใช้สินค้า เราจับตลาดนี้ให้เจาะลูกค้าได้ ลูกค้ายังได้สินค้ามีคุณภาพ
ส่วนการค้าปลีก เราปรับโมเดล จากรวมศูนย์กลาง กลับไป localize มากขึ้น ทำให้ปรับนำเสนอสินค้าได้เร็ว ว่องไว ตรงความต้องการ
✅ [มั่นใจ “เอาอยู่”]
เมื่อถามถึงความพร้อมทางการเงิน พี่เปิ้น (CFO) เปรียบเทียบผลงานปี 2568 ว่าเหมือน “นักเรียนมาส่งการบ้านสอบ Final” ซึ่งผลสอบออกมาน่าพอใจ หนี้สินลดลงกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท เงินสดเต็มมือกว่า 5.2 หมื่นล้านบาท และพร้อมจ่ายปันผลรวม 5.0 บาทต่อหุ้น เพื่อดูแลผู้ถือหุ้น
🚀 สุดท้าย พี่โป้ง (CEO) ทิ้งท้ายด้วยความเชื่อมั่นว่า แม้เศรษฐกิจโลกปี 2569 จะดูเหนื่อยและท้าทายกว่าเดิม แต่ด้วยร่างกายใหม่ของ SCG ที่ผ่านการผ่าตัดจนคล่องตัว และกำลังเร่งสร้างกล้ามเนื้อในจุดยุทธศาสตร์
“ผมมั่นใจว่ากลยุทธ์เข้มข้น เข้มแข็ง เสริมแกร่งจะทำให้เอสซีจี ‘เอาอยู่’ พร้อมสู้กับทุกความท้าทาย” พี่โป้ง (CEO)
นี่คือภาพของ SCG ยุคใหม่ ที่ไม่ได้มองแค่การเอาตัวรอด แต่กำลังเตรียมพร้อมร่างกายให้แข็งแกร่งที่สุด เพื่อรอจังหวะที่จะควบทะยานเมื่อลมส่งท้ายมาถึงครับ
#SCG #TAMEIG