Subscribe & Follow:

Z_Investment application

รีวิว FINNOMENA App เพื่อนคุ่คิด มิตรคนซื้อกองทุน

รีวิว FINNOMENA App เพื่อนคุ่คิด มิตรคนซื้อกองทุน   ปู่วอร์เรน บัฟเฟตต์ ยังมี ชาร์ลี มังเกอร์   บิล เกตส์ ยังมี สตีฟ บัลเมอร์   ปีนี้ถนนของการลงทุนเต็มไปด้วยความท้าทายจริง ๆ อยู่ ๆ พี่ทรัมป์ก็ทวีตข้อความ, อยู่ๆค่าเงินตุรกีก็อ่อนค่ารุนแรง, อัตราดอกเบี้ยอาร์เจนติน่าก็พุ่งกระฉูด   การมีเพื่อนคู่คิดที่ดี ก็จะช่วยให้เตรียมตัวรับมือได้ดี ลดโอกาสเสียหายไปได้ไม่มากก็น้อยนะครับ   ผมได้ลองเล่นแอป FINNOMENA วันนี้เลยเอารีวิวให้อ่านกันว่าเป็นอย่างไรบ้าง   =======   ผมว่า FINNOMENA เป็นแอปที่เข้าใจความต้องการของนักลงทุนอย่างพวกเราในยุคนี้นะครับ ใช้งานง่าย ดูแล้วสบายตา ที่สำคัญฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย!        ที่มา: FINNOMENA App   ก่อนจะอ่านต่อ แนะนำให้โหลดมาลองเล่นไปพร้อมกันเลยนะครับ   สำหรับ Google Play: https://finno.me/finno7d19d   สำหรับ Apple Store: https://finno.me/finno0a66c   ถ้าโหลดแล้วมาเริ่มดูกันเลยครับว่า มีฟังก์ชันอะไรเด่น ๆ บ้าง   =======   1. การลงทุนในตัวเอง คือสิ่งที่สำคัญที่สุด   “การลงทุนในตัวเอง พัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง” คือเคล็ดลับของของสุดยอดนักลงทุนต้นแบบหลาย ๆ คน   กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียวฉันใด การใช้ประโยชน์จากสะสมความรู้ต้องเกิดจากความพยายามในทุก ๆ วัน เป็นระยะเวลายาวนานฉันนั้น   ในแอปนี้ จะมีข้อมูลทั้งที่เป็นเรื่องอัพเดท ข้อมูลข่าวสารให้ทันเหตุการณ์ เช่น Markets, business นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเชิงลึกในแท็บ Feed พร้อมแนะนำกลยุทธ์การลงทุนในแท็บ Port อ่านแล้วเพลินดีครับ             ที่มา: FINNOMENA App   แม้ว่าหลายเรื่องจะเป็นเรื่องที่เราสามารถหาความรู้ได้จากแหล่งข้อมูลอื่น แต่จุดเด่นของ FINNOMENA App คือการรวบรวมเหล่ากูรูด้านการเงินมากที่สุดในเมืองไทยมาช่วยให้ความเห็นในหลาย ๆ แง่มุม ช่วยเปิดโลกทัศน์ ชวนให้เราคิด และเข้าใจสถานการณ์โลกการเงิน การลงทุนได้มากขึ้น   =======   2. รวมข้อมูลกองทุนที่ต้องการ ไว้ในแอปเดียว   “การลงทุนโดยที่ไม่ผ่านการวิเคราะห์ ก็เหมือนกับเล่นไพ่แล้วไม่ได้ดูไพ่ในมือ” เป็นคำพูดของ Peter Lynch ผู้จัดการกองทุนที่พูดได้เห็นภาพแบบชัดเจน   ต่อให้เป็นการลงทุนในกองทุน มีผู้เชี่ยวชาญบริหารจัดการให้ แต่เราก็ควรหาข้อมูล นำมาวิเคราะห์ก่อนเลือกกองครับ                                                                                              ที่มา: FINNOMENA App   ปุ่มตรงกลางของแอป “Fund” ตามชื่อเลยครับ คือฟังก์ชันที่ไว้ดูข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนในทุกแง่มุม จากเดิมที่ต้องเข้าไปดูในแต่ละเวป เพื่อดูผลตอบแทนย้อนหลัง (ได้สูงสุด 20 ปี) แบ่งแยกตามประเภทของกองทุน, นโยบายการลงทุน, Fund Factsheet, ค่าธรรมเนียม หรือสินทรัพย์ที่กองทุนนั้น ๆ เข้าไปลงทุน และการลงทุนขั้นต่ำเป็นต้น       […]

แอปลงทุนสั่งได้ ตามใจนักลงทุน

สำหรับหัวอกนักลงทุนทั้งหลาย ผมเชื่อว่าปัญหาคงจะหนีไม่พ้น   “ไม่รู้จะซื้อหุ้นอะไรดี” “ไม่มีเวลาติดตามตลาด” “เดินทางบ่อยแล้วต้องปิดเครื่อง ทำให้ไม่ได้ติดตามตลาด” เห็นด้วยไหมครับ?   แต่ผมว่านักลงทุนยุคนี้โชคดีนะครับ ตั้งแต่มีแอปลงทุนออกมาให้เราใช้ ชีวิตของนักลงทุนอย่างพวกเราก็ง่ายขึ้นเยอะเลย   สำหรับผม เมื่อก่อนใช้เวลาทำการบ้านหาข้อมูลเป็นวันๆ นั่งจดมือหงิก นั่งพิมพ์ใน excel จนตาลาย แต่เดี๋ยวนี้ไม่กี่คลิกก็ได้ข้อมูลที่ต้องการ ซื้อขายหุ้นได้มั่นใจขึ้น   ======================   “แอปลงทุนสั่งได้ ตามใจนักลงทุน”   นี่คือ นิยามที่ผมให้กับ Finansia HERO หรือ ฟินันเซีย ฮีโร่ นั่นเองครับ เป็นแอปล่าสุดที่ผมได้ทดลองใช้   แอปของค่ายนี้เหมือนแก้วสารพัดนึกสำหรับนักลงทุนรายย่อยอย่างพวกเรา นักลงทุนอยากได้อะไร เป็นนักลงทุนสไตล์ไหน เค้าก็จัดให้… มีทุกฟังก์ชั่น ที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับเรามากที่สุด (customize ได้แม้กระทั่งอยากให้หน้าจอ ของเราหน้าตาเป็นยังไง ก็ปรับได้หมด)   ผมออกตัวก่อนว่า สไตล์การลงทุนของผม มี 2 แบบ คือ   1) หาหุ้นพื้นฐานดี แล้วหาจังหวะเข้าทำ ด้วยการใช้กราฟเทคนิค และ 2) อีกแบบคือสแกนหากราฟเทคนิคสวยๆ แล้วก็ค่อยย้อนมาดูพื้นฐาน ถ้าพื้นฐานดีถึงจะจัดหนัก   เอาเป็นว่า ขอลงทุนเฉพาะหุ้นที่ดี และกราฟสวยพอ ที่เหลือถ้าหุ้นจะวิ่งต่อผมก็ยอมตกรถ ไม่เป็นไรครับ   เดี๋ยวบทความตอนแรกนี้ ผมจะเล่าให้ฟังว่าทำไม Finansia HERO ถึงช่วยให้ชีวิตนักลงทุนรายย่อยอย่างพวกเรา หาหุ้นที่จะลงทุนได้ง่ายขึ้นเยอะ ผมให้ความสำคัญตรงนี้เยอะหน่อย เพราะมองว่า ถ้าเราเลือกหุ้นให้ดีตั้งแต่แรก ก็จะมีชัยมากกว่าครึ่งครับ !!!!   Finansia HERO มีทั้งสำหรับคอมพิวเตอร์และมือถือ จริงๆ แอปในมือถือก็เพียงพอสำหรับการเทรดแล้วครับ แต่ถ้ามีเวลา แนะนำให้โหลดโปรแกรมลงมาในคอม จะเห็นว่าฟังก์ชันเทพมากๆ ครับ (แต่สำหรับสาวก Mac book ยังไม่รองรับนะครับ แต่ถ้าลง Windows ได้ก็โอเค ใช้ได้ครับ)   ======================   สำหรับคนที่มีตัวเลขหรือหลักเกณฑ์ในใจ Finansia HERO จะช่วยเราหาหุ้นในดวงใจยังไง?   1) Scanner: DIY Conditional Search   จะเอาผลประกอบการแบบไหน รายได้โตเท่าไหร่, อัตราส่วนทางการเงินเป็นแบบไหน ก็เลือกสแกนได้เลย ผมว่าฟังก์ชันนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่รู้จะเริ่มหาหุ้นยังไง มีให้เลือกเยอะเลย จัดพอร์ตได้ตามใจเลยครับ ความเจ๋งของแอปนี้คือไปผสมกับการสแกนกราฟเทคนิคตามสไตล์เราได้เช่นกัน (คงเป็นที่มาว่าทำไมเรียก DIY Conditional Search) เพราะเป็นสูตรของเราเอง Do It Yourself จริงๆ ตอบโจทย์ผมมากครับ   กราฟฟิค: DIY Conditional Searchที่มา: Finansia Hero   แก้ไขไส้ในยังได้เลยครับ เช่น ถ้าผมอยากได้เกณฑ์เข้มหน่อยก็มาปรับ เช่น ROE > 20%, รายได้ต้องเติบโต 20% ขึ้นไป, กราฟต้องเป็นขาขึ้นเท่านั้น และกราฟต้องมี รูปแบบ 3 white soldiers (แท่งบวกติดสัก 3 แท่ง) หน้าตาก็จะออกมาประมาณนี้ครับ (เป็นเพียงยกตัวอย่างสมมติ ไม่ได้มีเจตนาแนะนำซื้อ หรือ ขายหุ้นแต่อย่างใด)   กราฟฟิค: Conditional Search แบบปรับ Criteriaที่มา: Finansia Hero   เร็วมากๆ ครับ คลิกแปบเดี๋ยวก็เจอหุ้นที่เข้าเกณฑ์ของเรา ไม่ต้องเสียเวลามานั่งดูงบหรือกราฟทีละตัว แค่กดวันละไม่กี่นาทีก็ได้หุ้น watch list ไว้ทำการบ้านต่อได้ละครับ   มองผิวเผินก็อาจจะบอกว่าไม่เห็นต่างกับเจ้าอื่นเลย แต่ความเจ๋งอยู่ที่แอปนี้สามารถ สแกนแบบ real time ได้และถ้าเจอตัวที่ชอบก็สามารถสั่งซื้อได้เลย อย่างรวดเร็วครับ   กราฟฟิค: Conditional Search ที่สามารถสั่งซื้อหุ้นได้ทันทีที่มา: Finansia Hero แล้วถ้าไม่มีตัวเลขในใจจะสแกนแบบใช้สูตรสำเร็จได้หรือไม่?   2) มีให้เลือกเยอะมากกก […]

4 ฟังก์ชั่นชื่นชอบ กับ Yuanta Beyond แอปที่ปรึกษาการลงทุนอัจฉริยะ

“รู้ไหมครับว่า เดือนๆหนึ่งนักลงทุนไทย เสียเวลาจ้องหน้าจอคอม เฝ้าหุ้นไปเท่าไหร่?”   เป็นคำถามที่พี่รัน นิรันดร์ ประวิทย์ธนา หนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแอป Yuanta Beyond ตั้งคำถามแทงใจดำกับพี่น้อง นักลงทุนในงานสัมมนา “เคล็ด (ไม่) ลับ สร้างเงินล้าน” ของ บล.หยวนต้า ที่ผมไปนั่งฟังเมื่อวันก่อน   ยังไม่ทันจะมีใครยกมือตอบ พี่รันก็รีบบอกทันทีเลยครับว่า 10 ล้านชั่วโมงต่อเดือน !!!   โอ้โห… งง กันไปตามๆกัน (ถ้าเป็นการ์ตูน คงมีก้อนความคิดโผล่ขึ้นในห้องมากมายว่า “10 ล้านชั่วโมงนี่ เอาไปทำอะไรได้อีกเยอะมากนะเนี่ย”)   และสิ่งที่น่าเจ็บใจมากที่สุดคืออะไร ทราบไหมครับ มีคนที่ทำกำไรจริงๆแค่ 10% เท่านั้น ที่เหลือส่วนใหญ่เจ๊งทั้งน้านนน (อุตส่าห์นั่งเฝ้าจอคอมแท้ๆเชียว เพื่อ …..??)   วันนี้ผมก็เลยจะมาเล่า 4 ฟังก์ชั่นชื่นชอบของผม ในแอป Yuanta Beyond หลังจากได้มีโอกาสไปฟังงานสัมมนา “เคล็ด (ไม่) ลับ สร้างเงินล้าน” ของ บล.หยวนต้า ว่าน่าจะช่วย เพิ่มผลตอบแทนลงทุนให้ดีขึ้นได้ยังไงบ้างครับ   ======================= ความรู้สึกนักลงทุนส่วนใหญ่ กับการลงมือลงทุนจริงมักจะสวนทางกัน นี่คือข้อสรุปเบื้องต้นที่ผมเห็นจากการที่ พี่เจตอาทร และพี่ภูริภัทร นักวิเคราะห์มือเก๋าอารมณ์ดี อีกผู้อยู่เบื้องหลังของการปั้นแอปอัจฉริยะของหยวนต้าได้ทำการสำรวจ โดยให้นักลงทุนตอบคำถามภายในห้องสัมมนา (เรียกเสียงฮือฮาได้เป็นระยะๆเลยละครับ คุยกันสนุกมากกกกก) ผมยกตัวอย่างบางคำถามเป็นน้ำจิ้มละกันครับ 1. “การลงทุนแบบ DCA เทียบกับ Buy and Hold แบบไหนให้ผลตอบแทนมากกว่า” คนส่วนใหญ่ตอบว่า Buy and Hold 2. และนักลงทุนส่วนใหญ่มองว่า การเลือกหุ้นให้ถูกตัว เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อผลตอบแทนที่จะได้รับ เมื่อถูกถามว่า “ท่านคิดว่า ผลตอบแทนโดยเฉลี่ย มาจากปัจจัยข้อไหนมากที่สุด” ก่อนที่จะไปดูคำตอบ คิดยังไงกันบ้างครับ? “การลงทุน DCA ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยน้อยกว่า Buy and Hold แต่เราแนะนำให้ DCA” เป็นคำแนะนำจากพี่เจตอาทรครับ พี่เจตอาทรโชว์ให้เห็นว่า สถิติไม่ว่าจะเป็นประเทศไหน หรือพอร์ตแบบใด เช่น หุ้นอย่างเดียว, หุ้นผสมตราสารหนี้ หรือ ตราสารหนี้อย่างเดียว ล้วนแล้วแต่ได้ข้อสรุปเดียวกันว่า การซื้อหุ้นแล้วถือยาว (Buy and Hold) ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า การซื้อแบบ เฉลี่ยในแต่ละเดือน (DCA) การซื้อหุ้นแล้วถือยาว (Buy and Hold) ได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า การซื้อแบบ เฉลี่ยในแต่ละเดือน (DCA) ที่มา: งานสัมมนา “เคล็ด (ไม่) ลับ สร้างเงินล้าน” ของ บล.หยวนต้า แต่เหตุผลที่พี่เจตอาทร แนะนำให้ลองดู กลยุทธ์การซื้อเฉลี่ย เพราะการคาดเดาตลาดทำได้ยากมาก ถึงมากที่สุด เราไม่มีทางรู้เลยว่า จุดที่เราซื้อ เป็นจุดที่อยู่ยอดดอย หรือไม่ ถ้าเราเลือกใช้กลยุทธ์ซื้อแล้วถือยาว แบบจัดหนักจัดเต็ม แต่จุดที่เลือกกลับเป็น ณ จุดยอดดอย คงไม่ต้องบอกว่า ต้องทนทุกข์ทรมาน อึดอัดใจไปอีกกี่ปีนะครับ หัวใจสำคัญคือ “DCA ช่วยลดความเสียใจจากโอกาสขาดทุนได้” ครับ “และอย่าซื้อหุ้นตัวเดียว อย่าหลงรักหุ้นตัวเดียวเป็นอันขาด” เพราะแม้จะไม่ใช่วิธีที่จะช่วยให้เรารวยเร็วๆได้ แต่อย่างน้อยก็เป็นวิธีที่จะช่วยให้เรา อยู่รอดได้ในระยะยาว เพราะถ้าเราเลือกหุ้นที่ดี มีคุณภาพ เราก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการจับจังหวะการลงทุนแล้ว ยิ่งตลาดมีจังหวะเหวี่ยงลงมาเราก็มีโอกาสได้ต้นทุนที่ต่ำลง ถ้าเรามีวินัยลงทุนซื้อเฉลี่ยไปเรื่อยๆ (สำหรับกองทุน ตามสถิติย้อนหลังแล้ว แบบ passive จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่สูงกว่ากองทุนแบบ Active) แต่จริงๆแล้ว กลยุทธ์ buy and hold ก็ดีนะครับ เหมาะสำหรับคนที่เชี่ยวชาญ เข้าใจกิจการนั้นๆแบบทะลุปรุโปร่ง และคัดเลือกหุ้นได้แม่น ในราคาที่เหมาะสม แต่คนส่วนใหญ่มักจะทำไม่ได้ ดังนั้นในทางปฏิบัติ DCA จึงให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวในขณะที่ความเสี่ยงไม่มากเกินไป ที่มา: งานสัมมนา “เคล็ด (ไม่) ลับ สร้างเงินล้าน” ของ บล.หยวนต้า 1. ทำไม ผมถึงชอบฟังก์ชั่น […]

Subscribe & Follow

error: Content is protected !!