Subscribe & Follow:

Z_fund

อย่าเพิ่งพูดว่าชนะ หากยังไม่ชนะสงคราม

อย่าเพิ่งพูดว่าชนะ หากยังไม่ชนะสงคราม “แนวคิดของพวกเรา คือไม่ต้องการชนะในสนามรบ แต่เราต้องการชนะสงครามระยะยาว” คุณจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ซีไอเอ็มบี–พรินซิเพิล  เล่าให้ผมฟังด้วยสายตาที่มุ่งมั่นครับ สนามรบที่คุณจุมพล หมายถึงคือ การลงทุนแบบเก็งกำไรในแต่ละสินทรัพย์ระยะสั้นๆ เข้าเร็ว–ออกเร็ว (นักลงทุนส่วนใหญ่ชอบลงทุนสไตล์นี้ครับ) แต่ชัยชนะในการทำสงคราม นั่นคือการสร้างผลตอบแทนระยะยาว เป็นสิ่งที่บลจ.ซีไอเอ็มบี–พรินซิเพิล ให้ความสำคัญมากกว่าครับ คุณจุมพล แม่ทัพใหญ่ขยายความ “แนวคิด” ซึ่งภายหลังเป็น “ปรัชญาการลงทุน” ที่ทีมงานยึดเป็นหลักคิด หลักการทำงาน และหลักการลงทุนมาโดยตลอด แหม… แค่ฟังแค่นี้ ผมก็รู้สึกฮึกเหิมและอยากรู้แล้วครับว่า บลจ.ค่ายนี้เค้ามีแนวคิดในการเลือกลงทุนอย่างไร? ลุยอ่านต่อเลยครับ คุณจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด ========================== “ในปี 2013 ตอนนั้นเราบริหารสินทรัพย์ให้ลูกค้า 25,000 ล้านบาท ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 155,000 ล้านบาท” คุณจุมพลขอเล่าผลลัพธ์ให้ผมฟังก่อนครับ  ในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา สินทรัพย์ภายใต้การบริหารเติบโตก้าวกระโดดกว่า 6 เท่า และคุณจุมพลเล่าให้ฟังอย่างภาคภูมิใจครับ ผลลัพธ์ถัดมา คือ รางวัลที่ บลจ.ซีไอเอ็มบี–พรินซิเพิล ได้รับในปีที่ผ่านมา 3 รางวัลทั้งจาก Morningstar Thailand Fund Awards 2018 หนึ่งรางวัลจากวารสารการเงินธนาคาร และอีกหนึ่งรางวัลจากสมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ          ภาพ รางวัล จาก Morningstar Thailand Fund Awards 2018                                    ภาพ รางวัลจาก การเงินการธนาคาร  ภาพ รางวัลจาก กองทุนสำรองเลี้ยงชีพแห่งประเทศไทย ========================== เราสามารถเรียนรู้อะไรได้บ้าง จากปรัชญาการลงทุนที่ทำให้ บลจ. ซีไอเอ็มบี–พรินซิเพิล เป็นผู้นำด้านการลงทุนเพื่อผลตอบแทนระยะยาว และได้รับรางวัลมากมาย? 1. เน้นลงทุนระยะยาว “บริษัท Principal Financial Group เน้นการลงทุนระยะยาว” “DNA ของเค้าคือการทำ retirement service เน้นการสร้างผลตอบแทนในวัยเกษียณให้กับนักลงทุน” เราให้นิยามตัวเองว่าเป็น “Long term investor” คุณจุมพลพูดสั้นๆเพื่ออธิบายความเป็นตัวตนของบลจ.ซีไอเอ็มบี–พรินซิเพิล                          ผลตอบแทน 3 ปีย้อนหลังของกองทุนเมื่อเทียบกับตลาด                      ผลตอบแทน 3 ปีย้อนหลังของกองทุนเมื่อเทียบกับตลาด (1)  % ต่อปี (Annualized Return)   /   (2)  % ต่อปี (Annualized Return) หากกองทุนจัดตั้งมาแล้ว 1 ปีขึ้นไป  /   ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต สังเกตเห็นไหมครับว่า ในบางปีอาจจะให้ผลตอบแทนที่แย่กว่าตลาด แต่ในระยะยาวให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจครับ ส่วนตัวผมเห็นด้วยกับแนวทางนี้นะครับ เพราะคนส่วนใหญ่ใจร้อนขึ้น ลงทุนเช้าวันนี้ ก็อยากขายทำกำไรให้ได้ตอนบ่ายเลย ในความเป็นจริงถามว่าทำได้ไหม? ก็มีวิธีทำได้นะครับ แต่ไม่เหมาะกับทุกคน เพราะการลงทุนในสนามจริง จะมีปัจจัยเข้ามากระทบมากมาย อาจจะทำให้กำไรที่เราหามาอย่างยากลำบาก หายไปแบบน่าเจ็บใจ (เป็นเหตุผลที่พอร์ตของนักลงทุนส่วนใหญ่ไม่โตขึ้น แม้ว่าจะลงทุนมานานก็ตาม เห็นด้วยไหมครับ?) การที่บลจ.ซีไอเอ็มบี–พรินซิเพิล เน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพ และเน้นสร้างผลตอบแทนระยะยาว ไม่หวังทำกำไรสั้นๆ จะช่วยทำให้ไม่หวั่นไหว กับความผันผวนของตลาด เปรียบเสมือนกับการปลูกต้นกล้า ที่มีรากแก้วที่แข็งแรงในวันนี้ เพื่อรอวันเก็บเกี่ยว วันผลิดอกออกผลในอนาคต ========================== 2. ผู้จัดการกองทุนวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานรอบด้าน “ก่อนที่จะลงทุนในแต่ละสินทรัพย์ ผู้จัดการกองทุนจะใช้วิธีการทำงานแบบรู้ 360 องศา”  ผู้จัดการกองทุนต้องไปพูดคุยผู้บริหารแต่ละบริษัท คู่ค้า คู่แข่ง และลูกค้า วิเคราะห์แบบ 360 องศาให้รอบด้าน ให้แน่ใจว่าเป้นบริษัทที่ดี มีขีดความสามารถในการแข่งขัน (เน้นสไตล์ bottom up หรือ วิเคราะห์หุ้นรายตัวโดยไม่ได้สนใจดัชนี)  “สิ่งที่ผมอยากเห็น คือ passion ของผู้บริหาร และดูว่าเค้าเข้าใจธุรกิจที่เค้าทำมากแค่ไหน เพราะนี่คือสิ่งที่จะทำให้ธุรกิจเกิดความยั่งยืน ซึ่งตรงกับปรัชญาการลงทุนของเรา”  ในแต่ละปี ผู้จัดการกองทุนจะพบกับผู้บริหารกว่า 200 บริษัท หลังจากนั้นผู้จัดการกองทุนจะใส่ข้อมูลเข้าสู่ระบบเพื่อให้ผู้จัดการกองทุนในเครือที่อยู่ในสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย  ช่วยกันให้ความเห็นว่าหุ้นตัวนี้เป็นอย่างไร  ส่วนตัวผมชอบ วิธีการทำงานนี้มากครับ เพราะคงจะเป็นไปไม่ได้เลยที่นักลงทุนทั่วไปจะมีโอกาสเข้าไปพูดคุย กับผู้บริหารได้มากขนาดนี้ ทั้งๆที่เราจะฝากเงินที่เราหามาทั้งชิวิตเพื่อหวังผลตอบแทนจากการลงทุนในบริษัทนั้นๆ และข้อดีของการที่ บลจ.ค่ายนี้มีเครือข่ายในต่างประเทศ ตรงนี้สำคัญมากครับ เพราะจะช่วยทำให้เห็นแนวโน้มการลงทุนในหุ้นที่ทำธุรกิจคล้ายๆกันในประเทศพัฒนาแล้ว ทำให้ความเสี่ยงในการลงทุนน้อยลงด้วยครับ หลายครั้งอาจจะเห็นโอกาสลงทุนในแบบที่คิดไม่ถึงด้วย ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่น ถ้าเป็นยุคตื่นทอง ทุกคนจะแห่กันไปขุดทอง (ธุรกิจปลายน้ำ) แต่คนที่เห็นแนวโน้มการลงทุนในประเทศอื่นมาก่อนแล้ว อาจจะบอกว่า ไม่เห็นต้องแห่ไปขุดทองตามคนอื่นเลย แนะนำให้ไปลงทุนที่ผู้ผลิต จอบ เสียม หรือธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการขุดทอง  (ธุรกิจต้นน้ำ) ที่คนส่วนใหญ่ยังไม่แห่เข้าไปลงทุน ก็จะมีโอกาสทำกำไรได้สวยสดงดงามกว่า เป็นต้นครับ ========================== “สำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ จะต้องวิเคราะห์ 3 ปัจจัยหลัก” คุณจุมพลอธิบายเสริม การวิเคราะห์ duration (อายุเฉลี่ยของตราสารหนี้) ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยของเศรษฐกิจมหภาค เช่น อัตราเงินเฟ้อ อัตราแลกเปลี่ยน และอัตราดอกเบี้ย ถัดมาคือ การวิเคราะห์ว่าจะลงทุนในตราสารหนี้กลุ่มไหน เช่น ตราสารหนี้ของบริษัท, พันธบัตรรัฐบาลหรือ ลงทุนในประเทศหรือต่างประเทศ และการวิเคราะห์ credit (ความน่าเชื่อถือ) ว่ามีโอกาสผิดนัดชำระหนี้มากน้อยแค่ไหน โดยการวิเคราะห์จะทำร่วมกันโดยฝ่ายการลงทุนตราสารหนี้และฝ่ายบริหารความเสี่ยง “หลังจากที่วิเคราะห์รอบด้านแล้วจะส่งข้อมูลให้ทีมในต่างประเทศช่วยกันวิเคราะห์เป็นข้อมูลประกอบ ก่อนที่ทีมเราจะตัดสินใจลงทุน” แนวทางนี้ดีครับ มีผู้เชี่ยวชาญดูแลให้รอบด้าน เพราะตลาดตราสารหนี้ ถือว่าเป็นตลาดปราบเซียนสำหรับรายย่อยอย่างพวกเราเลย เป็นตลาดที่เราเข้าถึงข้อมูลได้ยากกว่าตลาดหุ้นเยอะเลยครับ และเป็นสินทรัพย์ที่มีความอ่อนไหว กับทั้งอัตราดอกเบี้ย และโอกาสผิดนัดชำระหนี้ (หลายครั้งกว่ารายย่อยจะเห็นแนวโน้มที่ไม่ดี ก็อาจจะสายเกินไปแล้วครับ) […]

Subscribe & Follow

Editor’s pick

error: Content is protected !!