Subscribe & Follow:

Z_BUSINESS

ปู่บัฟเฟตต์ให้ข้อคิดบทเรียนล้ำค่าผ่านจดหมายถึงผู้ถือหุ้น และประกาศกำไรสูงถึง 1.2 ล้านล้านบาทในปี 2020

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website #ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก รอคอยมาทั้งปีครับ ในที่สุดก็ออกมาแล้วครับ เชิญเสพอ่านเติมความรู้ไปพร้อมกันเลยครับ ปล.ถ้าชื่นชอบ ฝากกด like กดแชร์ ด้วยนะค้าบบบ #เริ่มจากผลประกอบการของ Berkshire Hathaway ก่อนครับ 1.Berkshire มีกำไร 4.25 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 2020 2. โดยแบ่งเป็นกำไรจากการดำเนินงาน 2.19 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ, 4.9 พันล้านเหรียญจากการขายทำกำไรหุ้น, 2.67 หมื่นล้านเหรียญจากกำไรที่ยังไม่ได้ขายออกมา, และขาดทุนทางบัญชีจากมูลค่าของบริษัทลูกที่ลดลงไป 3. “สิ่งที่พวกเราเน้นที่ Berkshire คือ การเพิ่มกำไรจากการดำเนินงานและ เข้าซื้อกิจการที่ใหญ่ และเป็นกิจการที่ดี” ปู่บัฟเฟตต์บอกครับ 4. แต่ปู่เองก็ยอมรับว่า ปีที่ผ่านมาไม่สามารถทำตามเป้าหมายเหล่านั้นได้ ทั้งในมุมของกำไรจากการดำเนินงานที่ลดลง 9% ในขณะที่ก็ไม่สามารถจบดีลการเข้าซื้อกิจการยักษ์ใหญ่ได้เลย 5. และยอมรับด้วยว่า กำไรหรือขาดทุนจากหุ้นที่ปู่ยังไม่ได้ขายออกมา มันจะขึ้น ๆ ลง ๆ ในแต่ละปี และก็จะผันผวนตามตลาดหุ้น แต่ในท้ายที่สุดปู่บัฟเฟตต์และปู่มังเกอร์เองก็เชื่อว่า จะได้กำไรจากการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ 6. ถ้าดูทั้งพอร์ตของ Berkshire จะเห็นว่าตอนนี้ถือหุ้นอยู่มูลค่าประมาณ 2.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และมองว่าเป็นการสะสมธุรกิจเข้าพอร์ต แต่ไม่ได้ควบคุมการบริหาจัดการของบริษัทเหล่านั้น 7. เพียงแต่จะเติบโตไปพร้อมกับความรุ่งเรืองในระยะยาวของบริษัทที่ Berkshire เข้าไปลงทุน 8. หลายบริษัทในเครือ Berkshire ตอนนี้ได้เอาเงินทุนที่ได้จากการดำเนินงาน ไปต่อยอดขยายธุรกิจ, ซื้อกิจการ, จ่ายหนี้สิน, หรือซื้อหุ้นคืน ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับกำไรในอนาคตได้ 9. “ผมเองเคยพูดประเด็นนี้เมื่อปีที่แล้ว ว่าตัว กำไรสะสมนี่แหละที่ช่วยทำให้ธุรกิจของคนอเมริกันรุ่งเรืองตลอดหลายปีที่ผ่านมา” ปู่ขยายความเพิ่มเติมครับ 10.”แน่นอนว่า บางบริษัทอาจจะทำให้นักลงทุนผิดหวังบ้าง (เพราะกำไรสะสมอาจจะไม่สามารถต่อยอดธุรกิจได้มาก) แต่บางบริษัทก็ทำได้ดี เพราะฉะนั้นเมื่อมองภาพรวมก็จะยังดีอยู่ครับ” ซึ่งตลอด 56 ปีที่ผ่านมา ทาง Berkshire ก็ทำได้ตามความคาดหวังของผู้ถือหุ้นมาโดยตลอดครับ #มีหุ้นบางตัวที่ปู่เองก็คิดผิด และเจ็บตัวหนัก 1. “ส่วนที่ต้องลดมูลค่าทางบัญชีลงมา 1.1 หมื่นล้านเหรียญ” เป็นสิ่งที่ปู่บอกว่าทำผิดพลาดในปี 2016 เพราะเป็นปีที่ปู่เองเข้าไปซื้อ Precision Castparts (PCC) บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องบิน 2. ปู่บอกว่า ปู่จ่ายเงินซื้อกิจการนี้แพงเกินไป แต่ยอมรับว่าปู่คิดผิดเองครับ และมองว่า ตัวเค้ามองศักยภาพของการทำกำไรดีเกินไป และปีที่แล้วการคำนวณที่ผิดพลาดก็ได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรมการบิน (เจอผลกระทบจากโควิด) ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าของ PCC ทำให้ได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ ครับ 3. “แต่จุดที่น่าสนใจคือ การเข้าซื้อกิจการ PCC ทำให้ได้สุดยอด CEO มาอยู่ในเครือครับ” ปู่บอกว่าคุณ Mark Donegan เป็นผู้บริหารที่สุดยอดจริง ๆ มี passion ในการทำธุรกิจ และทุ่มเทพลังงานแรงกาย และแรงใจลงไปในธุรกิจอย่างเต็มที่ 4. “ผมเชื่อว่า สำหรับการเข้าไปลงทุน PCC จะช่วยทำให้ได้ผลตอบแทนที่ดี จากสินทรัพย์ในระยะยาว” “เพียงแต่ว่า ในระยะสั้นตัวผมเองก็คิดผิด ในการวิเคราะห์กำไรในอนาคต และคิดผิดในการคำนวณราคาที่เหมาะสมในการเข้าซื้อกิจการครับ” #คุณปู่พาทัวร์ทำให้เข้าใจโมเดลธุรกิจของ Berkshire ที่แตกต่างจากบิรษัทอื่นๆ 1. “Berkshire ถูกมองว่าเป็นบริษัทกลุ่มขนาดใหญ่ Conglomerate” ซึ่งมักจะเป็นภาพลบเพราะเข้าไปเป็นเจ้าของบริษัทที่แทบจะไม่เกี่ยวข้องกันเลย และถือหุ้นแบบจับฉ่าย ทั้งนี้ปู่ก็มองว่าก็ถูกในบางส่วนนะ 2. เพียงแต่ถ้าเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่โดยทั่วไป มักจะจำกัดแนวทางในการเข้าซื้อกิจการ ซึ่งมีปัญหาใหญ่ตามมาอยู่สองข้อครับ 3. ปัญหาแรก คือ บริษัทที่เจ๋งจริง ๆ ส่วนใหญ่เลยมักจะไม่ค่อยอยากให้เข้ามาซื้อกิจการหรอก นั่นหมายความว่าบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านั้นก็จะเข้าซื้อได้แค่บริษัท so-so ธรรมดา ๆ ที่ไม่มีจุดแข็งที่สำคัญ และไม่มีความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืน เปรียบเทียบคือ เป้าหมายในการเข้าซื้อกิจการก็จะไม่ใช่สระน้ำที่ดีในการตกปลา (เพราะมีแต่บริษัทธรรมดาๆ ไม่มีบริษัทเจ๋งๆเลย แหม… ช่างเปรียบเปรยนะครับ) 4. มากไปกว่านั้นครับ ยังมีอีกปัญหาที่หนักกว่า คือ เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านั้นเริ่มเข้าไปเจรจาขอซื้อกิจการบริษัทขนาดกลาง ๆ สิ่งที่ตามมาคือ จะต้องยอมจ่ายในราคาแพง ราคาพรีเมียม 5. บริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้รู้ซึ้งถึงปัญหาที่จ่ายในราคาที่แพงมากเกินไป และอาจจะต้องดิ้นรนด้วยตัวเอง คุณปู่เปรียบเปรย กับการที่สมมติว่า “ผมจะจ่ายคุณ 10,000 เหรียญเพื่อซื้อสุนัขของคุณ” “แต่จะจ่ายด้วยการ เอาแมว […]

ปู่บัฟเฟตต์ลดสัดส่วน Apple และขายหุ้นธนาคารรัวๆ

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website #ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก 1. ช่วงเช้าที่ผ่านมา Berkshire Hathaway รายงานการปรับพอร์ตการลงทุนในหุ้น มีหลายอย่างที่น่าสนใจครับ 2. เช่นการ ขายหุ้น Apple ทิ้งมากถึง 6% หรือ 57.2 ล้านหุ้น แต่ก็ยังเป็นหุ้นที่มีมูลค่ามากที่สุดในพอร์ตของปู่สูงถึง 1.17 แสนล้านเหรียญครับ คิดเป็นมูลค่าสัดส่วนสูงถึง 40% ของพอร์ตครับ 3. นั่นแปลว่า ถ้าหุ้นดีและขึ้นมาเยอะ ปู่ก็พร้อมขายเหมือนกันครับ โดยปีที่ผ่านมา Apple ขึ้นมามากถึง 80% เลยทีเดียว 4. ถัดมา ปู่ขายหุ้น Wells Fargo ลงไปเกือบ 60% แล้วก็ขาย JPMorgan, PNC Financial Services และ M&T Bank 5. แล้วก็ยังขายหุ้นเหมืองทองคำ Barrick Gold เกลี้ยงพอร์ตหลังจากซื้อมาปีที่แล้ว 6. นอกจากนี้ยังขายทิ้ง Pfizer ทั้งหมดหลังจากซื้อมา และขึ้นมาเยอะจากการค้นพบวัคซีน 7. ไม่ใช่แค่นี้ครับยังทยอยขายหุ้น General Motors ไป 9.4% เหลือ 72.5 ล้านหุ้น แต่ปู่ไม่ได้ขายอย่างเดียวครับ 8. มีทยอยเก็บหุ้นเพิ่มเช่นกันครับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการเครือข่าย Verizon มูลค่า 2.5 แสนล้านบาท หรือ 8.6 พันล้านเหรียญ 9. และซื้อหุ้นน้ำมัน Chevron มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท หรือ 4.1 พันล้านเหรียญ 10. และซื้อหุ้นธุรกิจโบรกเกอร์ประกันภัย Marsh & McClennan มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาทหรือ 499 ล้านเหรียญ 11. ซื้อหุ้นซุปเปอร์มาเกต เพิ่มอย่าง Kroger 34% 12. และซื้อหุ้นยาและสุขภาพ อย่าง Merck ไป 28% มูลค่า 2.3 พันล้านเหรียญ 13. และจัดเพิ่ม Bristol-Myers 11% และ AbbVie 20% ปรับพอร์ตรัว ๆ มากครับปู่ ไตรมาสล่าสุด คิดยังไงกันบ้างพิมคอมเม๊นท์มาแชร์กันหน่อยนะครับ  #เริ่มต้นวันนี้ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต อิสรภาพชีวิต !! อยู่ไหนก็ไม่พลาด อย่าลืมกดติดตามนะครับ หรือเพิ่มช่องทางการสื่อสารได้เลย ส่งข่าวสารถึงมือไม่พลาดทุกการวิเคราะห์ [email protected] คลิกเลย และกด subscribe และ กดกระดิ่งนะครับ คลิกเลย

Tesla ซื้อ bitcoin 4.5 หมื่นล้านบาทเพื่อบริหารเงิน ตอนนี้ราคา bitcoin พุ่งกระฉูดลุ้นทำจุดสูงสุดใหม่

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website #ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก 1. สด  ๆ ร้อน ๆ ครับ เมื่อ Tesla ประกาศเข้าซื้อ bitcoin มูลค่า 1.5 พันล้านเหรียญ หรือกว่า 4.5 หมื่นล้านบาท (ผ่านการแจ้งกลต.) 2. เหตุผลหลัก ๆ คือ ต้องการกระจายความเสี่ยง และมีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการเงินสด และเพิ่มผลตอบแทนเงินสดให้มากที่สุด 3. และเตรียมจะยอมรับ bitcoin ในการซื้อรถของ Tesla แล้วครับ 4. ล่าสุด bitcoin ทะลุ 4.2 หมื่นเหรียญ ลุ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ครับ #เริ่มต้นวันนี้ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต อิสรภาพชีวิต !! อยู่ไหนก็ไม่พลาด อย่าลืมกดติดตามนะครับ หรือเพิ่มช่องทางการสื่อสารได้เลย ส่งข่าวสารถึงมือไม่พลาดทุกการวิเคราะห์ [email protected] คลิกเลย และกด subscribe และ กดกระดิ่งนะครับ คลิกเลย

Apple เตรียมลงทุนใน Kia Motor มูลค่าแสนล้านบาท บุกธุรกิจรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มตัว

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website #ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก 1. เช้านี้หุ้น Kia Motors Corp. วิ่งกระฉูด 15% เลยครับสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1997 หลังจากที่มีรายงานว่า Apple จะเข้าไปลงทุนมูลค่าสูงถึง 3.6 พันล้านเหรียญหรือ 1.08 แสนล้านบาท 2. “ความร่วมมือรอบนี้คือ การบุกทำตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างจริงจัง” เบื้องต้นคาดการณ์ว่าจะสร้างโรงงานผลิตร่วมกันระหว่าง Kia และ Apple ที่จอร์เจีย สหรัฐอเมริกาครับ 3. ทั้งนี้บริษัทเตรียมลงนามสัญญาในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ นี้และเตรียมที่ผลักดันรถยนต์พลังงานไฟฟ้า Apple ในปี 2024 กำลังการผลิตเบื้องต้นอยู่ที่ 1 แสนคันต่อปีครับ 4. อย่างไรก็ตาม หลายคนพยายามคาดหมายกันว่า Apple เตรียมบุกตลาดรถยนต์ไร้คนขับ แต่รายงานเบื้องต้นมองว่า อย่างน้อยต้องใช้เวลาประมาณ 5 ปีในการพัฒนาเทคโนโลยี และเปิดตัวรถยนต์ไร้คนขับได้ครับ 5. การจับมือกันรอบนี้น่าจะเป็นความร่วมมือที่ทำให้ตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเดือดมากครับ เพราะมีการแข่งขันจากทั้ง Tesla, Nio, Lucid และยังไม่นับการร่วมมือระหว่าง Foxxconn ที่จับมือกับ Zhejiang Geely 6. ถ้า Apple ทำรถออกมาได้จริง คิดว่าจะสู้กับ Tesla ได้ไหมครับ? คุณอยากซื้อค่ายไหนมากกว่ากันครับ แสดงความเห็นกันเข้ามาได้ครับ #เริ่มต้นวันนี้ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต อิสรภาพชีวิต !! อยู่ไหนก็ไม่พลาด อย่าลืมกดติดตามนะครับ หรือเพิ่มช่องทางการสื่อสารได้เลย ส่งข่าวสารถึงมือไม่พลาดทุกการวิเคราะห์ [email protected] คลิกเลย และกด subscribe และ กดกระดิ่งนะครับ คลิกเลย

Alphabet มีรายได้เพิ่ม 23% แตะระดับ 5.6 หมื่นล้านเหรียญ รายได้โฆษณาเติบโตมากกว่าคาด

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website #ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก 1. ราคาหุ้นพุ่งเลยครับ หลังจากที่ประกาศผลประกอบการ โดยรายได้สูงถึง 5.69 หมื่นล้านเหรียญในไตรมาสล่าสุด ทุบสถิติมากกว่าคาด เติบโต 23% 2. ทั้งนี้ Google Cloud มีรายได้สูงถึง 3.83 พันล้านเหรียญตมากถึง 47% และยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนโฆษณา youtube เองก็ใช้ได้ครับ 6.89 พันล้านเหรียญเพิ่มขึ้นมากถึง 46% 3. แต่ถ้านับรายได้จากการโฆษณาทั้งบริษัทเองก็มีรายได้มากถึง 4.6 หมื่นล้านเหรียญเพิ่มขึ้นมากถึง 22% หลังจากที่ชะลอลงไปในไตรมาสที่ 2 ปีที่แล้ว เพราะเจอผลกระทบจากโควิด-19 4. จุดที่น่าสนใจคือ Alphabet มีกำไรจากการดำเนินงานจาก cloud ได้เป็นครั้งแรก โดยปีที่แล้วขาดทุนไปมากถึง 5.61 พันล้านเหรียญหลังจากก่อนหน้านี้มีการลงทุนหนักมาก ๆ เทียบกับ Amazon ที่มีกำไรจากการดำเนินงาน cloud มากถึง 1.3 หมื่นล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่าจากปีที่แล้ว 5. “ผมรู้สึกพอใจมากๆครับ กับความคืบหน้าของเรา โดยเราจะลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีวินัย และจะเน้นไปที่การขยายกิจการ และเพิ่มกำไรเป็นหลัก” คุณ ซุนดา พิชัย สุดยอด CEO บอกครับ 6. ส่วนธุรกิจ other bets ที่จะเน้นไปที่ธุรกิจใหม่ ๆ เช่น รถยนต์ไร้คนขับ Waymo, บริษัทวิจัยด้านชีววิทยาศาสตร์ life sciences unit Verily ยังขาดทุนหนักจากการดำเนินงาน 4.48 พันล้านเหรียญในปีที่ผ่านมา 7. ส่วนการเข้าซื้อกิจการ Fitbit จะนับไปเป็นรายได้ใน other Revenue ซึ่งทำได้ 6.67 พันล้านเหรียญในไตรมาสที่ 4 เพิ่มขึ้นจากเดิม 5.26 พันล้านเหรียญในปีก่อนหน้า #เริ่มต้นวันนี้ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต อิสรภาพชีวิต !! อยู่ไหนก็ไม่พลาด อย่าลืมกดติดตามนะครับ หรือเพิ่มช่องทางการสื่อสารได้เลย ส่งข่าวสารถึงมือไม่พลาดทุกการวิเคราะห์ [email protected] คลิกเลย และกด subscribe และ กดกระดิ่งนะครับ คลิกเลย

Jeff Bezos ประกาศก้าวลงจากตำแหน่ง CEO หลังประกาศผลประกอบการรายได้ทะลุ 1 แสนล้านเหรียญ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website #ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก 1. เฮีย Jeff Bezos เป็นผู้ก่อตั้ง Amazon เจ้าตลาด E-commerce ค้าปลีกออนไลน์ที่เขย่าทุกวงการ นับตั้งแต่ปี 1994 ครับ โดยจะก้าวลงจากตำแหน่ง CEO และไปนั่งเป็นประธานบอร์ดบริษัทแทนครับ 2. ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดสูงถึง 1.6 ล้านล้านเหรียญ​และเพิ่งจะทำรายได้ถล่มทลายทะลุ 1 แสนล้านเหรียญไปเมื่อไตรมาสล่าสุดนี่เองครับ 3. โดยคนที่จะขึ้นมาเป็น CEO แทนเป็นลูกหม้อของบริษัทอยู่แล้วครับ คือ คุณ Andy Jassy วัย 53 ปีที่ร่วมงานกับ Amazon มาตั้งแต่ปี 1997 โดยเป็นหัวหน้าทีม AWS ที่ทำให้ Amazon มีกำไรมหาศาลก็เพราะผู้ชายคนนี้แหละครับ 4. “ผมตั้งใจจะใส่ทั้งพลังงานชีวิตและความสนใจไปที่ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และโครงการใหม่ ๆ” เฮีย Jeff Bezos สุดยอด CEO คนเก่งของ Amazon บอกครับ 5. โดยหลัก ๆ ก็จะไปเน้นที่ Blue Origin, Earth Fund, The Washington Post และ the Amazon Day 1 Fund มากขึ้น 6. ในขณะเดียวกัน Amazon รายงานรายได้สูงถึง 1.25 แสนล้านเหรียญ ทะลุ 1 แสนล้านเหรียญเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยปัจจุบันมีพนักงานมากถึง 1.3 ล้านคนทั่วโลก 7. สิ่งที่ยังเป็นพระเอกสำหรับ Amazon ยังเป็น cloud computing ครับที่มีรายได้เพิ่มขึ้น 28% สูงถึง 1.27 หมื่นล้านเหรียญ เพิ่มจากเดิม 9.95 พันล้านเหรียญ 8. ส่วนธุรกิจโฆษณาไม่ได้บอกชัดๆ แต่คาดว่าน่าจะอยู่ในประเภท other category มูลค่า 7.9 พันล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 64% 9. ในขณะที่รายได้ของหน้าร้าน เช่น Whole Foods Market ลดลง 8% เพราะโควิด-19 ทำให้ยอดขายลดลงไป แต่ก็ไปเพิ่มรายได้ทางออนไลน์ทดแทนครับ 10. ทั้งนี้ Amazon คาดว่าจะมีกำไรจากการดำเนินงานสูงถึง 3-6.5 พันล้านเหรียญ 11. ส่วนนักวิเคราะห์คาดว่ารายได้ในปีนีจะมีโอกาสทะลุ 9.5 หมื่นล้านเหรียญได้ จากความต้องการซื้อของทางออนไลน์ และยอดขาย Prime Day ที่พุ่งสูงขึ้นมาก #เริ่มต้นวันนี้ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต อิสรภาพชีวิต !! อยู่ไหนก็ไม่พลาด อย่าลืมกดติดตามนะครับ หรือเพิ่มช่องทางการสื่อสารได้เลย ส่งข่าวสารถึงมือไม่พลาดทุกการวิเคราะห์ [email protected] คลิกเลย และกด subscribe และ กดกระดิ่งนะครับ คลิกเลย

Tesla รายได้ทะลุ 3 แสนล้านบาท กำไร 6 ไตรมาสติดต่อกัน แต่น้อยกว่าคาด

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website #ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก 1. “รายได้ของ Tesla ไตรมาสล่าสุดอยู่ที่ระดับ 1.074 หมื่นล้านเหรียญ เติบโต 46% ถือว่ามากกว่าคาดครับ” โดยมีกระแสเงินสดเป็นบวกในปี 2020 สูงถึง 2.79 พันล้านเหรียญเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปี 2019 ครับ หลัก ๆ รายได้ก็มาจากรถยนต์นี่แหละครับที่สูงถึง 9.31 พันล้านเหรียญ ส่วนรายได้จาก ระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่สร้างรายได้ 752 ล้านเหรียญ ส่วนธุรกิจบริการเองก็เติบโตแตะระดับ 678 ล้านเหรียญ 2. ทั้งนี้ Tesla ได้จัดส่งรถได้มากถึง 499,550 คัน น้อยกว่าคาดนิดๆที่ตอนแรกเฮีย Elon Musk มองว่าจะส่งมอบรถให้ได้ 5 แสนคัน แต่ก็ถือว่าใกล้เคียงมาก ๆ เลยครับ 3. โดย Tesla ผลิตรถยนต์ได้ 509,737 คัน นั่นแปลว่าทั้งยอดผลิตรถยนต์และยอดส่งมอบรถทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์แล้วครับ (ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโรงงานที่จีน ทำให้แก้ไขปัญหาคอขวดในกระบวนการผลิตได้) 4. ไม่ใช่แค่นี้ครับ Tesla ยังให้ guidance ว่ายอดส่งมอบรถยนต์มีโอกาสเติบโตได้เฉลี่ย 50% ต่อปี และต่อเนื่องไปอีกหลายปี 5. ความโหดของ Tesla คือ ตอนนี้คาดหวังว่าจะส่งมอบรถยนต์ได้ดีกว่าคาดในปี 2021 ครับ เพราะมีโรงงานใหม่ 2 แห่งที่กำลังจะเดินเครื่องผลิตในปีนี้ ทั้งในเท็กซัส สหรัฐ และเยอรมนี ครับ และก็จะมีการปรับปรุงรถรุ่น Model S และ X 6. แต่! อัตราทำกำไรขั้นต้นตอนนี้แตะระดับ 19.2% ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีที่ผ่านมา กลับเป็นระดับที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายปี 2019 โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ 270 ล้านเหรียญเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าเกือบเท่าตัว แต่ก็ถือว่าน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดเล็กน้อย 7. โดยมีการลงทุน capex ที่สูงมากถึง 1.15 พันล้านเหรียญ และเป็นการวิจัยและพัฒนา 522 ล้านเหรียญ #เริ่มต้นวันนี้ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต อิสรภาพชีวิต !! อยู่ไหนก็ไม่พลาด อย่าลืมกดติดตามนะครับ หรือเพิ่มช่องทางการสื่อสารได้เลย ส่งข่าวสารถึงมือผ่าน คลิกเลย และกด subscribe และ กดกระดิ่งนะครับ คลิกเลย

สายการบิน United Airlines ขาดทุนหนัก 6 หมื่นล้านบาท คาดว่าต้องใช้เวลาถึงปี 2023 ถึงจะฟื้นได้

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website #ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก 1. สายการบินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอย่าง United Airlines พลิกขาดทุนในไตรมาสที่ 4 เป็น 1.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ จากปีที่แล้วกำไรสวยงามที่ 641 ล้านเหรียญ 2. ในขณะที่รายได้ไตรมาสที่ 4 เองก็หายไปมากถึง 69% มาอยู่ที่ 3.41 พันล้านเหรียญสหรัฐ 3. แต่ถ้านับทั้งปีจะเห็นว่าปีที่แล้วขาดทุนเจ็บหนักไปมากถึง 7.07 พันล้านเหรียญ หนักที่สุดนับตั้งแต่ปี 2005 เลยครับ “โควิด-19 ได้เปลี่ยนรูปโฉมการทำธุรกิจของสายการบิน United Airlines ไปแบบถาวร” CEO คนเก่งอย่างคุณ Scott Kirby บอกครับ 4. จริง ๆ แล้วธุรกิจสายการบินก็พอเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์บ้างครับ เมื่อมีการกระจายวัคซีน แต่ต้องยอมรับว่ายังกระจายได้ช้า ทำให้ผู้บริหารมองว่า กว่าธุรกิจสายการบินของ United Airlines จะฟื้นกลับไปเท่ากับระดับก่อนวิกฤตโควิด คงต้องรอนู้นเลยครับปี 2023 5. ถ้านับเฉพาะไตรมาสแรกของปี 2021 นี้น่าจะมีรายได้ลดลงไปมากถึง 65-70% เมื่อเทียบกับปี 2019 และมองว่า capacity จะต่ำกว่าปี 2019 อย่างน้อย ๆ ก็ 51% ครับ 6. แต่ที่น่าตกใจคือ สายการบิน United Airlines กำลังผลาญเงินไปมากถึงวันละ 33 ล้านเหรียญ (เกือบ 1 พันล้านบาทต่อวัน !!) รวมถึงค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในทุก ๆ วัน 7. สิ่งที่สายการบิน United Airlines พยายามจะปรับตัวคือ การหันไปรุกธุรกิจ Cargo ขนส่งสินค้ามากขึ้น โดยเติบโตมากถึง 77% ในไตรมาสล่าสุด และมีรายได้มากถึง 560 ล้านเหรียญ หรือกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 16% ของรายได้ทั้งหมด แต่ไม่สามารถชดเชยกับธุรกิจหลักที่ขาดทุนหนักมากจริงๆครับ ศึกนี้หนักและอีกยาวไกลจริง ๆ สำหรับธุรกิจสายการบิน #เริ่มต้นวันนี้ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต อิสรภาพชีวิต !! อยู่ไหนก็ไม่พลาด อย่าลืมกดติดตามนะครับ หรือเพิ่มช่องทางการสื่อสารได้เลย ส่งข่าวสารถึงมือผ่าน คลิกเลย #ถ้าไม่อยากพลาดแนวคิดการลงทุนและไอเดียการลงทุนดีๆ อย่าลืมกด subscribe และ กดกระดิ่งนะครับ

คุณโจ ไบเดน ปลุกใจชาวอเมริกัน หลังรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 46

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website #ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก 1. วินาทีประวัติศาสตร์ผ่านพ้นไปแล้วครับเมื่อคุณโจ ไบเดน ได้สาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 46 อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา 2. “นี่คือ ช่วงวินาทีประวัติศาสตร์ เป็นช่วงวิกฤต และเป็นช่วงที่มีความท้าทายมากมาย” ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กล่าวครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ 3. “การรวมกันเป็นน้ำหนึ่งในเดียวกัน เป็นหนทางที่จะทำให้เราเดินหน้าต่อไปได้ และเราต้องทำให้ได้เพราะเราเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา (รวมตัวกันของหลาย ๆ รัฐ)” “ถ้าเราทำได้ เราจะไม่มีวันล้มเหลวแน่นอน” 4. “วันนี้เราได้เรียนรู้อีกครั้งแล้วว่า ประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่มีค่ามาก ๆ ประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่เปราะบาง และชั่วโมงนี้ประชาธิปไตยได้กลับมาเบ่งบานอีกครั้ง” 5. “การที่จะเอาชนะความท้าทาย อุปสรรคต่างๆ, การที่จะรื้อฟื้นจิตวิญญานความเป็นอเมริกัน, และรักษาความมั่นคงของอนาคตของสหรัฐอเมริกา” “จำเป็นต้องลงมือทำ มากกว่าเป็นเพียงแค่คำพูด (สวยหรู)” “จำเป็นต้องมีความสามัคคีกัน” “การเป็นนำ้หนึ่งใจเดียวกัน คือหนทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้เราก้าวไปข้างหน้าได้” 6. “ผมจะปกป้องรัฐธรรมนูญ” “ผมจะปกป้องประชาธิปไตย” “ผมจะปกป้องประเทศของเรา” “ผมจะตั้งหน้าตั้งตาลงมือทำเพื่อรับใช้ประชาชนชาวอเมริกัน” คุณโจ ย้ำชัดเจน 7. หนึ่งในภารกิจแรกที่คุณโจ ไบเดนจะทำ คือการแก้ไขปัญหาการแบ่งแยก โดยเฉพาะการแบ่งแยกสีผิว “ความฝันที่เราจะสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า จะต้องไม่ถูกเลื่อนไปอีกแล้ว” (จะต้องทำให้เกิดขึ้นในยุคของเค้า) รวมถึงแก้ไขปัญหาโควิด และปากท้องประชาชนที่เจอผลกระทบหนักจากโควิดและมีผู้ประกอบการต้องปิดกิจการลงไปเป็นจำนวนมาก 8. “ผมสัญญาว่า ผมจะเป็นประธานาธิบดีของทุกคนในสหรัฐอเมริกา” “และผมสัญญาว่า ผมจะสู้สุดใจขาดดิ้น เพื่อคนอเมริกัน แม้ว่าเค้าจะไม่ได้สนับสนุนผม” “ผมก็จะทำเพื่อคนเหล่านั้น เทียบเท่ากับคนที่สนับสนุนผม” ปล.1. คุณ Lady gaga และ jennifer lopez มาร้องเพลงได้เพราะมาก ๆ ในงานพิธีสาบานตนรับตำแหน่ง ประธานาธิบดีสหรัฐ ของคุณ โจ ไบเดน ปล.2  คุณโจ ไบเดน ได้เป็นประธานาธิบปีที่อายุมากที่สุด 78 ปี มากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา ปล.3. คุณทรัมป์เป็นประธานาธิบดีคนแรกในรอบ 152 ปีที่ไม่เข้าร่วมงานส่งไม้ต่อให้ประธานาธิบดีคนต่อไป ทรัมป์เป็นคนแรกในรอบ 152 ปีที่ไม่เข้าร่วมงาน #เริ่มต้นวันนี้ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต อิสรภาพชีวิต !! อยู่ไหนก็ไม่พลาด อย่าลืมกดติดตามนะครับ หรือเพิ่มช่องทางการสื่อสารได้เลย ส่งข่าวสารถึงมือผ่าน คลิกเลย #ถ้าไม่อยากพลาดแนวคิดการลงทุนและไอเดียการลงทุนดีๆ อย่าลืมกด subscribe และ กดกระดิ่งนะครับ

หุ้น Netflix วิ่งฉิวหลังยอดสมาชิกพุ่งและเตรียมซื้อหุ้นคืน

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website #ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก 1. เมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้ Netflix เพิ่งประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ของปี 2020 โดยมีรายได้สูงถึง 6.64 พันล้านเหรียญ มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาด 2. ในขณะที่มีจำนวนสมาชิกเพิ่มเติมมากถึง 8.5 ล้านคน มากกว่าคาดแบบถล่มทลายครับ (คาด 6.47 ล้านคน) ทำให้ยอดสมาชิกตอนนี้ทะลุ 200 ล้านคนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังจากที่มีจำนวนสมาชิกทะลุ 100 ล้านคนในปี 2017 3. “ตอนนี้ Netflix ใกล้ที่จะสามารถพลิกกระแสเงินสดให้เป็นบวกได้แล้ว” จุดที่น่าสนใจคือ Netflix จะไม่ต้องเพิ่มทุนสำหรับเอามาใช้ประกอบกิจการ (อย่างน้อยก็ในระยะสั้น ๆ นี้) 4. และที่น่าตื่นเต้น คือ Netflix เตรียมที่จะซื้อหุ้นคืน ตอบแทนผู้ถือหุ้นด้วยครับ “เราจะลงทุนหนักหน่วงต่อเนื่องเพื่อผลักดันทำให้เกิดการเติบโต แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีเงินสดในมือเหลือ พวกเราจะคืนให้กับผู้ถือหุ้นผ่านการซื้อหุ้นคืน” 5. ย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 ทาง Netflix เองได้ระดมทุนผ่านการกู้เงินและจากหุ้นกู้มูลค่า 1.5 หมื่นล้านเหรียญ ในขณะที่ตอนนี้มีเงินสดในมือมากถึง 8.2 พันล้านเหรียญ เพราะฉะนั้นทาง Netflix จึงมีความตั้งใจที่จะจ่ายคืนหนี้บางส่วนด้วยเช่นกัน 6. แต่จะว่าไปแล้ว Netflix เองก็มีกระแสเงินสดเป็นบวกมาตลอด 3 ไตรมาสล่าสุด แต่ก็อาจจะถือว่าดีอะไรมากมาย เพราะเหตุผลที่กระแสเงินสดเป็นบวกเป็นเพราะมีการเลื่อนการถ่ายทำซีรีย์ จากพิษโควิด แต่ไตรมาสที่ 4 นี้ก็น่าจะพลิกติดลบเพราะเริ่มกลับมาลงทุนทำซีรีย์ฟอร์มยักษ์กันอีกครั้ง 7. “คาดการณ์ว่าจะมีกระแสเงินสดสำหรับทั้งปี 2020 บวกได้ 1.9 พันล้านเหรียญ เปรียบเทียบกับติดลบหนัก 3.3 พันล้านเหรียญในปี 2019” 8. จุดที่น่าสนใจคือ ตอนนี้การแข่งขัน streaming online ดุเดือดขึ้นครับ ทั้ง Apple TV+, Discovery+, Disney+, HBO Max, ViacomCBS’s Paramount 9. สุดยอด CEO Reed Hastings วิเคราะห์ว่าความสำเร็จของค่ายต่างๆเช่น Disney ที่มีจำนวนสมาชิกเพิ่มเร็วมาก สะท้อนให้เห็นว่าสมาชิกยอมที่จะจ่ายตังมากขึ้น ถ้าได้ดูคอนเทนท์ที่ดี สุดยอด (แต่ละแพลตฟอร์มคิดตังหลักร้อยบาทต่อเดือน) 10. สิ่งที่คุณ Hastings ชี้ให้เห็นคือ ตอนนี้ Netflix พิถีพิถันอย่างมากในการลงทุนซีรีย์ และประสบความสำเร็จเช่น The Queen’s Gambit ที่มีคนดูมากถึง 62 ล้านครอบครัวในช่วงที่เปิดตัวเพียง 28 วันและกลายเป็นซีรีย์ที่ฮิตที่สุดในประวัติศาสตร์ และที่สำคัญทำให้มียอดขายกระดานหมากรุกที่เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย 11. ไม่ใช่แค่นี้ครับ มีอีกเรื่องคือ Midnight Sky ที่แสดงนำโดยคุณ George Clooney ดาราดัง ตอนนี้ฮิตสุดๆ มีคนดูไปแล้วกว่า 72 ล้านครอบครัวในช่วง 4 สัปดาห์แรกของการเปิดตัว ไม่ธรรมดาจริง ๆ ครับ #เริ่มต้นวันนี้ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต อิสรภาพชีวิต !! อยู่ไหนก็ไม่พลาด อย่าลืมกดติดตามนะครับ หรือเพิ่มช่องทางการสื่อสารได้เลย ส่งข่าวสารถึงมือผ่าน คลิกเลย #ถ้าไม่อยากพลาดแนวคิดการลงทุนและไอเดียการลงทุนดีๆ อย่าลืมกด subscribe และ กดกระดิ่งนะครับ

สหรัฐทิ้งทวนแบน Xiaomi หุ้นร่วงหนักเกือบ 10%

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website #ถามอีกกับอิก #谈亿 #ถันอี้ #ถามอีกกับอิกเรื่องลงทุนจีน 1. ช่วงนี้หุ้นเทคโนโลยีจีน เคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริง ๆ ทั้งศึกภายในและภายนอก ล่าสุดเมื่อเช้าที่ผ่านมารัฐบาลคุณทรัมป์ ทิ้งทวนก่อนลงจากตำแหน่ง สั่งขึ้นบัญชีดำ blacklist กับบริษัท Xiaomi 2. เหตุผลสุดจะคลาสสิคมากๆครับ โดยบอกว่า Xiaomi มีความเชื่อมโยงกับกิจการทางทหารของรัฐบาลจีน (แต่ไม่เคยมีหลักฐานมายืนยัน) 3. ถ้าอ้างอิงจากคำสั่งของคุณทรัมป์ในปีที่ผ่านมา ระบุว่า นักลงทุนสหรัฐจะต้องถอนหุ้นที่ลงทุนในบริษัทใด ๆ ก็ตามที่อยู่ในลิสต์ของกระทรวงกลาโหม ภายในเดือนพฤศจิกายน 4. Xiaomi เองเพิ่งจะมียอดขายแซงหน้า Apple ไป ในช่วงไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมาเองครับ 5. แต่รอบนี้ไม่ใช่แค่ Xiaomi ที่เจอขึ้นบัญชีดำ แต่เป็นบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ชื่อ Cnooc ของจีนด้วยครับ 6. เหตุผลคือ จีนประพฤติอย่างไม่เหมาะสมในทะเลจีนใต้ และพยายามหาทรัพย์สินทางปัญญาและเทคโนโลยีที่จะช่วยด้านการทหาร ซึ่งถือว่าเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคงของสหรัฐ 7. ต้องรอดูว่านโยบายคุณโจ ไบเดน จะปรับเปลี่ยนท่าทีหรือไม่อย่างไร แต่ที่แน่ ๆ เมื่อวานนี้คุณ สี จิ้นผิง ผู้นำจีนเปรย ๆ ว่าอยากให้คุณ 8. ล่าสุดเช้านี้หุ้น Xiaomi มีมูลค่าตลาดหายไป 3.4 หมื่นล้านบาท #เริ่มต้นวันนี้ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต อิสรภาพชีวิต !! อยู่ไหนก็ไม่พลาด อย่าลืมกดติดตามนะครับ หรือเพิ่มช่องทางการสื่อสารได้เลย ส่งข่าวสารถึงมือผ่าน คลิกเลย #ถ้าไม่อยากพลาดแนวคิดการลงทุนและไอเดียการลงทุนดีๆ อย่าลืมกด subscribe และ กดกระดิ่งนะครับ

Subscribe & Follow

error: Content is protected !!