สิ่งที่ผมเรียนรู้จากจดหมายถึงผู้ถือหุ้นของ Jeff Bezos อภิมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกครับ

3706

แม้ว่าปีนี้เค้าจะเจอมรสุมชีวิตส่วนตัว แต่ด้านมุมมองการทำธุรกิจยังคงมีความเฉียบแหลม ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยควรอ่าน ศึกษาและคิดตามอย่างมากครับ

 

===========

 

1. พลังของความอยากรู้อยากเห็น

 

“นับตั้งแต่ที่เราเริ่มทำ Amazon ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เรารู้ว่าเราอยากจะสร้างวัฒนธรรมของนักสร้าง(สิ่งใหม่ๆ) เป็นสังคมของคนที่สนใจใคร่รู้ อยากรู้อยากเห็น เป็นนักสำรวจ” เฮีย Jeff Bezos นายใหญ่แห่งค่าย Amazon บอกในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นประจำปีนี้ครับ

 

เค้าอธิบายต่อว่า แม้ว่าทีมงานหลายคนจะเก่ง ตอนนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญแล้ว แต่ยังต้องมีความกระหายอยากรู้อยากเห็นเหมือนเป็นมือใหม่อยู่เสมอ

 

“วิธีคิดที่เป็นนักสร้างนี่แหละ ที่ทำให้เราทำงานใหญ่สำเร็จ ช่วยให้เราคว้าโอกาสที่อาจจะดูยาก แต่สุดท้ายเราก็ทำสำเร็จ”

 

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับที่องค์กรขนาดใหญ่ยังสามารถทำให้คนในองค์กรมีความกระหายอยากจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา เรื่องนี้ต้องยกนิ้วให้แกเลยครับ (ถ้าหัวหน้าไม่มีความเชื่ออย่างแรงกล้า และผลักดันเต็มที่ ลูกน้องเองก็คงไม่ทำตาม จริงไหมครับ)

 

===========

 

2. ความสำเร็จไม่ได้มาแบบง่ายๆ

 

ความสำเร็จเกิดจากการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ แล้วก็ทดลอง ลงมือทำ แล้วก็คิดค้นใหม่ แล้วก็ลงมือทำอีกครั้ง

 

ทำแบบนี้ซ้ำแล้ว ซ้ำอีก

 

“ความสำเร็จสามารถทำได้หลายทาง แต่ไม่มีทางเป็นเส้นตรง” ความหมายของแกคือ ความสำเร็จไม่มีทางได้มาง่ายๆ ต้องใช้ความพยายามอย่างมากครับ

 

===========

 

3. ความต้องการของลูกค้าสำคัญที่สุด

 

เฮีย bezos ยกตัวอย่างให้ฟังว่า บริษัท AWS (ให้บริการ cloud ธุรกิจที่ทำกำไรให้กับ Amazon มหาศาล)

 

เป็นธุรกิจที่มีลูกค้าหลายล้านราย และมีความหลากหลายมากๆ ตั้งแต่ startup เล็กๆ ไปจนถึงบริษัทยักษ์ใหญ่ หน่วยงานราชการ องค์กรที่ไม่แสวงหากำไร (ล้วนแล้วแต่เป็นองค์กร ที่ต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าของตัวเองให้ดีที่สุด)

 

“พวกเราใช้เวลานานมากๆ ในการศึกษาความต้องการขององค์กรเหล่านั้น และวิธีคิดของทีมงานในองค์กร”“เราสร้าง AWS โดยมีพื้นฐานจากการฟังความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก”

 

เป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆที่จะต้องถามความต้องการของลูกค้า และฟังเสียง (ความต้องการ) ของพวกเค้าอย่างตั้งใจ และพยายามหาวิธีที่จะตอบสนองความต้องการของพวกเค้าให้ดีที่สุด ในเวลาที่รวดเร็วที่สุด (เฮียแกให้ความสำคัญกับความเร็วของการปรับกลยุทธ์ธุรกิจมากๆครับ)

 

“ไม่มีธุรกิจไหนบนโลกใบนี้ที่สามารถอยู่รอดได้ โดยไม่สนใจความต้องการของลูกค้า”

 

การตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป็นสิ่งที่สำคัญแต่สิ่งที่สำคัญมากกว่า คือการสร้างสิ่งที่ลูกค้าไม่ได้ร้องขอ (ลูกค้าอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าต้องการอะไร แล้วเราต้องจินตนาการและเข้าใจความรู้สึกภายในของลูกค้าให้ได้ ว่าลึกๆแล้วจริงๆเค้ามีความต้องการอะไรบางอย่าง เพียงแต่เค้ายังไม่รู้ว่ามันคืออะไร)

 

AWS คือธุรกิจตัวอย่างที่สร้างขึ้นมาในช่วงที่ลูกค้าไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเค้าต้องการ cloud ช่วยในการจัดเก็บข้อมูล แต่จริงๆแล้วเป็นบริการที่ทุกคนนั้นกระหายอยากได้อยากมีอย่างมาก

 

“เรามีความรู้สึกว่าธุรกิจนี้ยังไงก็ต้องมาแรง มันเกิดจากการสังเกตุ การทำการบ้านอย่างหนัก การทดลอง การแก้ไขปัญหาต่างๆอย่างต่อเนื่อง”

 

อีกหนึ่งตัวอย่างคือการพัฒนาบริการที่เรียกว่า DynamoDB ระบบจัดเก็บฐานข้อมูล เป็นระบบที่ได้รับความนิยมอย่างมากมีผู้ใช้แล้วหลายพันราย

 

“ไอเดียการทำธุรกิจเกิดจาก การที่เราสังเกตเห็นว่าลูกค้ามีอุปสรรคในการใช้ ระบบจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบเดิมๆ เราเลยคิดใหม่ทำใหม่จนเกิดบริการที่สร้างโอกาสธุรกิจได้อย่างมหาศาล”

 

และในที่สุดก็สามารถพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลที่ทรงพลัง แต่ราคาถูก เหลือ 1 ใน 10 ของระบบที่ให้บริการอยู่ในช่วงนั้น

 

“นอกจากนี้เรายังซุ่มพัฒนาระบบ Machine Learning ที่ต้องยอมรับว่าช่วงแรกๆล้มเหลว หลายต่อหลายครั้งครับ”

 

“แต่เราก็ทดลอง แล้วก็ศึกษาเสียงสะท้อนจากลูกค้าอย่างจริงจัง จนเป็นที่มาของบริการที่เรียกว่า Sage Maker ที่เพิ่งให้บริการเมื่อ 18 เดือนที่แล้ว” โดย Sage Maker ได้ช่วยลดความยุ่งยากของ Machine Learning ทำให้ตอนนี้มีลูกค้ามากมาย หลายพันราย

 

นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบริษัท AWS ตอนนี้ถึงมีรายได้สูงถึง 3 หมื่นล้านเหรียญหรือ 1 ล้านล้านบาทในตอนนี้ และยังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในทุกๆปี

 

===========

 

4. ฝึกจินตนาการสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้

 

“แม้ว่ายอดขายของ Amazon จะเติบโตหนักมากในช่วงที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ยังถือว่ามียอดขายออนไลน์ในสัดส่วนที่น้อยมาก (คิดเป็นตัวเลข หลักเดียวเท่านั้น) เมื่อเทียบกับยอดขายปลีกทั้งโลก” เฮีย Bezos บอกครับ

 

เหตุผลคือ ยอดค้าปลีกส่วนใหญ่ของทั้งโลกสัดส่วนมากกว่า 90% นั้น มาจาก offline (หน้าร้าน)

 

“หลายปีที่ผ่านมา Amazon เลยคิดว่าถ้าเราจะเจาะยอดขายจากการมีหน้าร้านบ้างจะทำยังไง?” แต่สไตล์ของ Amazon จะธรรมดาได้ที่ไหนละครับ

 

“เรามั่นใจว่าเราทำได้ แต่เราต้องทำสิ่งใหม่ที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้ นั่นเลยเป็นที่มาของการทำร้าน Amazon Go”

 

ไอเดียก็คือ ต้องการอยากจะกำจัดข้อเสียที่แย่ที่สุดของการมีหน้าร้านเป็นของตัวเอง นั่นคือ การรอคิวเข้าแถวจ่ายตังเวลาซื้อของครับ

 

“ไม่มีลูกค้าคนไหนหรอกครับ ที่อยากเข้าแถวนานๆ เราก็เลยลองจินตนาการดูว่าถ้าเราจะมีหน้าร้านดูบ้าง ต้องเป็นแบบ ที่ลูกค้าแค่เดินเข้ามาในร้าน แล้วก็หยิบของที่ต้องการ แล้วก็เดินออกไปเลย (ไม่ต้องเข้าแถว)”

 

ฟังแวบแรกก็รู้แล้วว่ายาก ยากจนแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยแหละครับ ซึ่งในทางเทคนิคก็ยากมากๆ ต้องระดมสมองของนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร เทพระดับโลก มาทั้งโลก มาช่วยกันออกแบบกล้อง ชั้นวางของ และประดิษฐ์อัลกอริธึ่มของคอมพิวเตอร์ระบบใหม่

 

“ผลจากการทำงานอย่างหนัก รางวัลที่ได้รับคือ ผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า โดยส่วนมากมองว่า ประสบการณ์การซื้อของใน Amazon Go เหมือนเวทมนตร์” ปัจจุบันมี 10 สาขาและเตรียมขยายสาขาเพิ่มเติมในอนาคต

 

===========

 

5. เมื่อเล่นเกมที่ใหญ่ขึ้น ความล้มเหลวควรจะต้องใหญ่ขึ้นเป็นเงาตามตัว

 

“เมื่อไหร่ก็ตามที่บริษัทเติบโต หลายๆสิ่ง หลายๆอย่างก็ควรเติบโตด้วยเช่นกัน” “เช่นเดียวกับ ความล้มเหลว ถ้าหากความล้มเหลวไม่ใหญ่ ไม่ล้มเหลวมากขึ้น คุณจะไม่มีทางสร้างการเปลี่ยนแปลงใดๆได้เลย” เฮีย Bezos บอกครับ

 

กว่าจะประสบความสำเร็จแบบนี้ได้ Amazon เองก็เคยล้มเหลวระดับหลายพันล้านเหรียญสหรัฐมาแล้ว

 

“เราจะทำงานหนักมาก เพื่อให้การลงทุนแต่ละครั้งคุ้มค่า แต่แน่นอนว่าการลงทุนแต่ละครั้งคงจะไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่ดีเสมอไป”

 

แต่เฮียบอกว่า แม้จะเจ็บตัวมาเยอะ แต่ข่าวดีสำหรับผู้ถือหุ้นคือ สิ่งที่ลงทุนไปหลายๆครั้ง ขอแค่ถูกต้องแค่ครั้งเดียวก็สามารถชดเชยขาดทุนของการลงทุนครั้งที่ผ่านๆมาได้ทั้งหมด และให้ผลตอบแทนอย่างงดงาม

เฮียยกตัวอย่างการพัฒนาโทรศัพท์ที่ชื่อว่า Fire phone กับ Echo (อุปกรณ์ควบคุมอุปกรณ์ในบ้านด้วยเสียง) ว่าพัฒนาในช่วงเวลาไล่เรี่ยกันครับ

 

เฮีย Bezos ยอมรับว่าการพัฒนาโทรศัพท์ Fire phone ล้มเหลวอย่างมาก แต่สิ่งที่ได้รับคือ การเรียนรู้ know how ต่างๆ เช่นเดียวกับทีมงานเองก็ได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆซึ่งช่วยต่อยอดในการพัฒนาทั้ง Echo และ Alexa (อุปกรณ์สั่งงานด้วยเสียง ใช้ควบคุมอุปกรณ์ภายในบ้าน หรือสั่งซื้อของในเครือ Amazon)

 

“วิสัยทัศน์ของการพัฒนาทั้ง Echo และ Alexa ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังที่ชื่อว่า Star Trek ครับ เป็นต้นแบบของการพัฒนาทั้ง machine learning และ cloud”

 

“ในยุคแรกๆ machine learning มีความสำคัญสำหรับ Amazon อย่างมากครับ เพราะช่วยบอกสินค้าแนะนำให้กับลูกค้าได้”

 

“ในช่วงแรกๆที่เราเปิดตัว Echo ต้องบอกว่าบทวิจัยทางการตลาดไม่ช่วยเลยครับ” เพราะถ้าในปี 2013 เราไปถามลูกค้าว่า คุณต้องการอุปกรณ์สีดำ ขนาดพอๆกับกระปุกขนมpringle “เป็นอุปกรณ์ที่เราสามารถพูดคุยได้ สามารถถามคำถามได้ แล้วช่วยเปิดไฟ ช่วยเล่นเพลงได้” คุณ Bezos ฟันธงว่า ลูกค้าทุกคนจะมองแบบแปลกๆ แล้วก็บอกว่า “ไม่ต้องการอุปกรณ์นี้หรอก ขอบคุณนะ”

 

แต่ปัจจุบันเป็นอุปกรณ์ที่ประสบความสำเร็จมากครับ ขายไปได้แล้วกว่า 100 ล้านเครื่อง โดยปีที่ผ่านมา Amazon ได้พัฒนาความสามารถในการเข้าใจความต้องการของลูกค้า และความสามารถในการตอบคำถามของ alexa กว่า 20% และมีความสามารถมากกว่า 8 หมื่นทักษะ และตอนนี้มีอุปกรณ์ที่นำ Alexa ไปใช้แล้วกว่า 150 ประเภท เช่น หูฟัง,คอมพิวเตอร์, รถ, อุปกรณ์ภายในบ้าน

 

“แค่ปีที่แล้วปีเดียว มีผลิตภัณฑ์ที่ใช้ Alexa เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวแล้วครับ และยังมีเพิ่มเติมอีกมากมายในอนาคต”

 

===========

 

6. ให้ความสำคัญกับพนักงาน

 

เป็นเวลามากกว่า 20 ปีแล้วครับที่ Amazon ให้ความสำคัญกับการจ้างงานและรักษาทีมงานที่เก่งและมีพรสวรรค์ โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้คิดแบบพนักงาน แต่คิดแบบเจ้าของได้ (ไม่ได้ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม แต่ทำงานแบบทุ่มเท เหมือนว่าเป็นเจ้าของกิจการ)

 

“ปีที่แล้วเราเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำให้กับพนักงาน เป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง (450 บาท ต่อชั่วโมง) เพิ่มเงินให้ทั้งพนักงาน full time, part time พนักงานชั่วคราวทั่วสหรัฐ ทำให้มีพนักงานได้ประโยชน์มากกว่า 250,000 ราย”

 

นายใหญ่แห่งค่าย Amazon ยังท้าทายให้คู่แข่งในธุรกิจค้าปลีก เพิ่มตังให้กับพนักงาน เพราะเชื่อว่าจะให้ประโยชน์กับทุกๆคน

 

ก่อนหน้านี้พี่แก เล่าให้ฟังว่า แกจัดเต็มให้พนักงานเช่น จ่ายค่าเทอมให้กับพนักงานมูลค่า 95%  ตอนนี้มีพนักงานกว่า 16,000 ที่เข้าร่วมโปรแกรมนี้

 

นอกจากนี้ยังได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะพัฒนาทักษะด้านนวัตกรรมให้กับพนักงานกว่า 5 หมื่นคน

 

“แต่เราไม่ได้ลงทุนพัฒนาทักษะใหม่ๆให้กับพนักงานที่ทำงานให้เราตอนนี้เท่านั้น แต่เรายังมองไกลถึงการพัฒนาคนที่มีโอกาสมาทำงานร่วมกันในอนาคต มูลค่ากว่า 50 ล้านเหรียญหรือ 1,500 ล้านบาท ผ่านโปรแกรมที่ชื่อว่า Amazon Future Engineer program” โปรแกรมนี้เน้นสอนเด็กปฐม มัธยม และมหาลัย โดยเน้นไปที่เด็กผู้หญิง และชนกลุ่มน้อย

 

และยังจะจ้างทหารผ่านศึกและภริยา 25,000 นายภายในปี 2021 โดยจะสอนทักษะด้าน cloud computing ให้

 

===========

 

จัดหนักจัดเต็มมากๆครับ ข้อไหนที่สามารถเอาไปใช้ได้ อย่าลืมมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะครับ 

TAM-EIG

TAM-EIG

3706

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save
error: Content is protected !!