สรุป Opp Day XO (บมจ. เอ็กโซติค ฟู้ด) สำหรับ Q4-2560

1545

สรุป Opp Day XO (บมจ. เอ็กโซติค ฟู้ด) สำหรับ Q4-2560

Facebook: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน

by บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPT TM

=========================

XO คือใคร?

XO คือผู้ผลิตจัดหา และขายเครื่องปรุงรส, เครื่องประกอบอาหาร, เครื่องดื่มจากผักและผลไม้, อาหารกึ่งสำเร็จรูป โดยก่อตั้งตั้งแต่ปี 2542

มีสินค้าทั้งหมดเกือบ 700 SKUs โดยส่งออกไปมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก (หลักๆแล้วมียอดขายจากการส่งออกเกือบจะทั้งหมดเลยนะครับ 99.8% ) และมีการขายในร้านค้าปลีกทั่วโลกกว่า 5,000 แห่ง

ขายทั้งหมด 7 ยี่ห้อ: Exotic, thai pride, flying goose, coco water, aloe water, goji water, coco loto

=========================

XO ขายอะไรบ้าง?

1.พอเข้าไปดูตัวเลขจะเห็นว่า หลักๆแล้ว 71.86% เน้นขายสินค้ากลุ่มซอสปรุงรสและน้ำจิ้มเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ เช่น ซอสพริก น้ำจิ้มไก่ (สร้างโรงงานใหม่ที่อมตะแล้ว)

เป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่อยู่ระดับ 66% (สัดส่วนเพิ่มขึ้นยิ่งดีกับ XO เพราะว่า เป็นกลุ่มที่มีอัตราทำกำไรที่สูงกว่ากลุ่มอื่น)

2.เครื่องประกอบอาหาร เช่น กะทิ พริกแกง เครื่องปรุงแกง: 11%

3.เครื่องดื่ม เช่น น้ำมะพร้าว โกจิเบอรรี่ น้ำว่านหางจระเข้: 8% ลดลงจากปีก่อนที่เคยอยุ่ระดับ 13.6% (ไม่กังวลเพราะเป็นกลุ่มที่มีอัตราทำกำไรที่ต่ำอยู่แล้ว)

4. อาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทาน เช่น ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย สปาร์เกตตี้ แกงเขียวหวาน: 1.2%

5.อื่นๆ กลุ่มซื้อมาขายไป เช่น ผักผลไม้กระป๋อง เส้นหมี่ วุ้นเส้น ของแห้ง : 7% (กลุ่มที่มีอัตราทำกำไรที่ต่ำที่สุด)

=========================

ตอนนี้ XO ขายอยู่ที่ไหนบ้าง:

หลักๆอยู่ที่ยุโรปครับ: 75.2%

อเมริกา: 9.6% (ปีหน้าอาจจะลดลงอีก จากการขายน้ำลดลง)

เอเชีย: 8.5%

ออสเตรเลีย: 4.7%

แอฟริกา: 2%

ตลาดใหม่ๆที่ XO อยากไปทำตลาดละ: อยู่หลายที่เลยครับ เช่น จีน อินเดีย UAE อิหร่าน ไนจีเรีย ฟูจิ เป็นต้น

=========================

ตลาดซอสในระดับโลกใหญ่แค่ไหนครับ?

5 ผู้เล่นรายใหญ่มีมูลค่ายอดขายรวมกัน 1 ล้านล้านบาท

1.Heinz , สัญชาติอเมริกา ยอดขาย 8.52 แสนล้านบาท

2.Kikoman, ญี่ปุ่น ยอดขาย 1.15 แสนล้านบาท

3.LKK ซอสหอยนางรม, ฮ่องกง มียอดขาย 9.8 หมื่นล้านบาท

4.Tobasco, อเมริกัน เม็กซิกัน, มียอดขาย 7.6 พันล้านบาท

5.ซอสพริกศรีราชา, เวียดนาม ยอดขาย 3.5 พันล้านบาท

เทียบกับยอดขายของ XO ปี 2017: มียอดขาย 945 ล้านบาท แสดงว่าตลาดนี้เป็นตลาดที่ใหญ่มากๆ โดยผู้บริหารอยากเห็นซอสไทย ที่จะติดตลาดทั่วโลก

=========================

ยอดส่งออกซอสไทยทั้งประเทศ ไปต่างประเทศเป็นไง?

2013: 11,711 ล้านบาท (XO ส่งออกคิดเป็นสัดส่วน 3.3%)

2014: 13,090 ล้านบาท (XO ส่งออกสัดส่วน 3.6%)

2015: 13,522 ล้านบาท (XO สัดส่วน 3.6%)

2016: 14,032 ล้านบาท (XO สัดส่วน 4.1%)

2017: 12,805 ล้านบาท (XO สัดส่วน 5.2%)!! ถ้าไปดูไส้ในจะเห็นว่า ในภาพรวมปี 2017 ผู้ประกอบการไทยส่งออกซอสลดลง 8.8% แต่ XO มียอดส่งออกเพิ่มขึ้น 17% !!!

=========================

เริ่มเข้าใจ XO มากขึ้นแล้ว มาดูผลประกอบการกันบ้างครับ:

รายได้ 2015: 740 ล้านบาท

2016: 879 ล้านบาท

2017: 945 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 7.6%

=========================

ตอนแรกผมเล่าให้ฟังแล้วว่า XO เน้นการส่งออก เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญที่เราต้องดูด้วยคือ ค่าเงินครับ

2015: มียอดขายเป็นสกุลเงินยูโร 26%, เงินบาท 48%, ดอลลาร์ 26%

2016: มียอดขายเป็นสกุลเงินยูโร 7%, เงินบาท 57%, ดอลลาร์ 36%

2017: สกุลเงินยูโร 7%, เงินบาท 61%, ดอลลาร์ 33%

จะเห็นว่า XO ลดการรับเงินเป็นสกุลเงิน ยูโร และดอลลาร์ ลงมามากๆ เพราะอยากลดความเสี่ยงจากค่าเงินต่างประเทศผันผวน

ตอนนี้ XO อยู่ระหว่างจัดทำราคาใหม่ โดยจะมีการปรับขึ้นราคาขายสินค้า หากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาที่ระดับ 30.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

=========================

ยอดขายเติบโต ผมก็ต้องพาไปดูต่อว่า แล้วอัตราทำกำไรดีหรือป่าว?

Gross Profit margin: 29.4% ลดลงจากปี 2016 ที่เคยอยู่ระดับ 31%, ลดลงจากปี 2015 ที่เคยอยู่ระดับ 31.5%

เหตุผลหลักๆที่ยอดขายโต แต่กำไรขั้นต้นลดลงมีหลายอย่างนะครับ โดนหลายเด้งเหมือนกัน

1.ราคาน้ำตาลที่เพิ่มสูงขึ้น

2.ช่วงปี 2017 XO อยู่ในช่วงย้ายโรงงานไปที่อมตะ ทำให้มีต้นทุนตอนย้ายโรงงาน

3.ค่าเงินผันผวน: ค่าเงินบาทแข็งโป้กมาก แข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์

แอบดู NPM กันหน่อยครับ: 2017: 6.2%, 2016: 8.7%, 2015: 11.5%

ROE: 2017: 10.8%, 2016: 15%, 2015: 19%

ROA: 2017: 8%, 2016: 11%, 2015: 15%

=========================

โรงงานใหม่เสร็จแล้ว จะเป็นอีกปัจจัยขับเคลื่อนผลประกอบการได้แค่ไหน?

โรงงานแห่งที่ 2 ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยอง สามารถเดินเครื่องผลิตเต็มประสิทธิภาพแล้ว สนับสนุนกำลังการผลิตสินค้ากลุ่มซอสปรุงรสและน้ำจิ้มให้เพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว และจะเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันให้ยอดขายเติบโตในอนาคต

ตอนนี้ utilization rate: ปีที่แล้ว 35% ปีนี้เดือน ม.ค. อยู่ที่ 44%, เดือน กพ. อยู่ที่ 52%

โรงงานใหม่จะสามารถสร้างรายได้ขึ้นไปถึง 700 ล้านบาท ในปี 2563 จากปีก่อนที่มีรายได้ราว 350 ล้านบาท

XO ตั้งงบลงทุนไว้ 60 ล้านบาท เพื่อที่จะใช้ในการลงทุนซื้อเครื่องจักรในโรงงานแห่งที่ 2 ราว 50 ล้านบาท และส่วนที่เหลืออีก 10 ล้านบาท จะใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพในโรงงานเดิม

=========================

เป้าหมายของ XO เป็นยังไง?

เป้ารายได้ปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากภาพรวมตลาดซอสปรุงรส น้ำจิ้ม และเครื่องประกอบอาหารไทยยังคงได้รับความนิยมในตลาดต่างประเทศ (เน้นขายสินค้าแบรนด์ของเราเองมากขึ้นเรื่อยๆ)

คาดว่าจะมีลูกค้าใหม่ไม่ต่ำกว่า 10 ราย จากการที่เตรียมออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ 15-18 งาน ในปีนี้ (รุกหนักจริงๆครับ)

=========================

อนาคตของ XO จะดีขึ้นหรือไม่?

ไม่มีใครทราบชัดๆ แต่คงต้องตามต่อ คือ ถ้าดูตัวเลขกำไรของ XO จะเห็นว่า ที่ผ่านมากำไรค่อยๆลดลงทั้งๆที่ยอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

2013: 9 ล้านบาท

2014: 86 ล้านบาท

2015: 86 ล้านบาท

2016: 77 ล้านบาท

2017: 59 ล้านบาท

กลยุทธ์ที่ XO มองไว้

1.ก่อนหน้านี้สร้างโรงงานใหม่ใช้เงินเยอะกว่าที่คาด และเสร็จช้ากว่าที่คิด

2.โดย XO จะใช้กลยุทธ์ เน้นขายสินค้าที่มี Gross profit margin ดีๆ

3.เซ็นสัญญาล็อคราคาน้ำตาล เพราะเป็นต้นทุนหลักตัวหนึ่ง (ตอนนี้ต้นทุนน้ำตาล คิดเป็น 9% ของต้นทุนทั้งหมด )

4.ปีที่แล้วมีค่าใช้จ่าย one time ผิดสเปก 11 ล้านบาท ในปีนี้คิดว่าไม่มีอีกแล้ว

=========================

ไม่อยากพลาด! กดติดดาวเพจหรือ Add line ไว้นะครับ
คลิก https://line.me/ti/p/%40Eig_Banphot

[metaslider id=”2455″]

TAM-EIG

TAM-EIG

#ทุกเรื่องที่นักลงทุนต้องรู้

1545
error: Content is protected !!