สรุป Opp Day KTC (บมจ. บัตรกรุงไทย) สำหรับ Q4-2560

1404

สรุป Opp Day KTC (บมจ.บัตรกรุงไทย) สำหรับ Q4-2560

Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน

by บรรพต ธนาเพิ่มสุข AFPT ™ ที่ปรึกษาทางการเงิน

========================

Overview:

KTC มี 2 ผลิตภัณฑ์: 1) บัตรเครดิต, 2) สินเชื่อส่วนบุคคลไม่มีหลักประกัน

ปัจจุบันสัดส่วนฐานลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิต KTC ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าระดับรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/เดือน ในสัดส่วน 70% และอีก 30% เป็นกลุ่มลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิต KTC ระดับรายได้มากกว่า 30,000 บาท/เดือน

ทั้งนี้ลูกค้าผู้ถือบัตร KTC ยังมีสัดส่วนการผ่อนชำระที่น้อยในสัดส่วน 30% และส่วนของลูกค้าที่ชำระเต็มจำนวนอยู่ที่ 70%

========================

โครงสร้างลูกหนี้รวมทั้งหมด (Total receivables) มาจาก:

credit card: 65.8%

personal loan: 33.7%

========================

โครงสร้างรายได้ มาจาก

credit card: 61%

personal loan: 37%

========================

ผลประกอบการ:

Portfolio เติบโตได้ 7% (มาจาก personal loan 12.7% ในขณะที่ credit card เติบโต 4.6%)

รายได้เพิ่มขึ้น 11%

Bad debt recovery: เพิ่มขึ้น 19%

รายจ่ายด้านการตลาด ลดลง 22%

NPL: 1.32% (ลดลงจาก 1.66% ณ สิ้นปี 2559)

Net profit: เติบโต 32.5% เทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว

NPM: 16.9% (เพิ่มขึ้นจากปี 2016: 14.2%)

NIM: 15.1%

Cost of fund: 3.1%

ROE:28%

ROA: 4.7%

Asset Size: 73,000 ล้านบาท

D/E: 4.85x น้อยกว่า debt covenant ซึ่งอยู่ที่ระดับ10x

การตั้งสำรองในปีนี้ มีโอกาสน้อยกว่าปีก่อนหน้า เพราะการตั้งเกณฑ์ถือว่า conservative มากกว่า มาตรฐานบัญชี IFRS9 (ปัจจุบัน ตัวเลข Coverage Ratio คือ 589% )

========================

ตัวเลข Update ของ credit card:

จำนวนบัตรเครดิตอยู่ที่ 2.17ล้านบาท (เติบโต 3.5%) โดยมีmarket share อยู่ที่ 10.7% (เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่เคยอยู่ที่ระดับ 10.4%)

ตัวเลขยอดใช้จ่ายบัตร เติบโต 6.9% ลดลงจาก 13.4% (แต่ยังมากกว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมที่อยู่ระดับ 5.2%)

โดยมี market share อยู่ที่ 11.3% (บัตรของธนาคารอื่นๆอยู่ที่ระดับ 65%, non-banks อยู่ที่ระดับ 34.4%)

แต่! ตัวเลข Portfolio ของ KTC เติบโตน้อยลง ที่ระดับ 4.9% ในขณะที่ทั้งอุตสาหกรรมเติบโตที่ 9.4%

========================

ตัวเลข Update ของ Personal Loan:

มี Market shareที่ 6.7% (น้อยกว่าตัวเลข ของธนาคารพาณิชย์ ที่อยู่ที่ 18.9%, และ Non-banks ที่อยู่ระดับ 81%)

ในขณะที่ตัวเลขการเติบโตของ KTC: 4.3% น้อยกว่า อุตสาหกรรมซึ่งอยู่ที่ระดับ 5% (เนื่องจากบริษัทคู่แข่งใช้กลยุทธ์ ให้ผ่อน 0% ในระยะเวลากี่เดือน ซึ่ง KTC ไม่อยากเดินตามเกมนี้)

ส่วน Portfolio: เติบโต 12.7% มากกว่า อุตสาหกรรมซึ่งอยู่ที่ระดับ 6.4%

สำหรับ NPL: 0.76% จากเดิมอยู่ที่ระดับ 0.94%

========================

Update ภาพรวมอุตสาหกรรม:

ภาพรวมการใช้จ่ายผ่านบัตรยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 20.8% ในปี 2017

โดยทั้งประเทศมีการบริโภคคิดเป็นมูลค่า 7.54 ล้านล้านบาท (เป็นการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 1.57 ล้านล้านบาท)

แสดงว่า ยังมีโอกาสเติบโต อีกมาก เพราะต้องการไปทดแทน ตลาดการใช้เงินสด

========================

กลยุทธ์

1) เน้นไปที่กลุ่มลูกค้าระดับกลางที่มีรายได้มากกว่า 50,000 บาท/เดือน เพิ่มมากขึ้น (ปัจจุบันเป็นกลุ่มลูกค้าสัดส่วนเพียง 20% ของพอร์ต)

หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย มีความเข้มงวดการให้สินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิตในปีก่อน ทำให้ KTC ต้องหันมาเน้นกลุ่มที่มีรายได้สูงมากขึ้น โดยมีการปรับผลประโยชน์ให้กับผู้ถือบัตร

โดยฐานลูกค้าระดับบนไม่ได้เป็นกลุ่มคนที่จ่ายค่าบัตรเครดิต เต็มทุกงวด แต่ KTC มีรายได้จากช่องทางอื่นด้วยเช่น สดลดจากร้านค้าเป็นต้น

2) โดยในปีนี้บริษัทตั้งงบลงทุนรวมงบการตลาดทั้งหมด 2 พันล้านบาท

3) การใช้ co-brand ร่วมกับพันธมิตร เช่น sport revolution, รพ.เวชธานี

4) เน้นตลาดที่เติบโตมาก คือ บัตรที่ให้ประโยชน์ด้านการการทานอาหาร, การทานอาหารในโรงแรม , shopping, การท่องเที่ยว

5) เน้นการทำ digital marketing: ใ้หบริการที่ดี

6) ออกหุ้นกู้ชุดใหม่ที่ดอกเบี้ยต่ำกว่าหุ้นกู้เก่าที่มีต้นทุนสูง ซึ่งจะหมดอายุ Q3-2561 ทำให้ต้นทุนทางการเงินใกล้เคียงกับปีก่อนหน้าที่ 3.2%

========================

เป้าหมาย

1) กำไรสุทธิในปี 2561 จะทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องจากปี 60 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,300 ล้านบาท

2) ตั้งเป้าการเติบโตของยอดการใช้จ่ายผ่านบัตร 15% สูงขึ้นกว่าปีก่อนที่เติบโต 7% โดยมองว่าแนวโน้มการจับจ่ายใช้สอยในปีนี้จะดีขึ้นกว่าปีก่อนอย่างมาก

3) ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนบัตรเครดิตใหม่ในปีนี้อยู่ที่ 280,000 ใบ สูงขึ้นจากปีก่อนที่สามารถเพิ่มจำนวนบัตรเครดิตใหม่ได้ 270,000 ใบ โดยมีจำนวนฐานลูกค้าที่ถือบัตรเครดิต KTC อยู่ที่ 2.16 ล้านใบ ณ สิ้นปี 60

4) สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL): 1.3% ซึ่งบริษัทมีการบริหารจัดการและติดตามหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5) Portfolio เติบโต 10%

6) ตั้งเป้าเติบโต Personal Loanเติบโต 40%

========================

คำถาม

Q: มองว่า การที่ 7-11 มีโอกาสเป็น Banking agent จะกระทบกับ KTC อย่างไร

A: จะเป็นประโยชน์กับ KTC เพราะปัจจุบันการใช้จ่ายก็ผ่าน 7-11อยู่แล้ว

Q: spending มีโอกาสทะลุเป้าหมายหรือไม่

A: ปกติไม่เคยถึงเป้าหมายที่ 15% เลย แต่ยังคงเป้าหมายเป็นที่ 1 ในดวงใจของลูกค้า

Q: มีโอกาสเแตกพาร์หรือไม่

A: ผู้บริหาร มีหน้าที่บริหาร ไม่ได้ดูราคาหุ้น ซึ่งตอนนี้ทางบอร์ดยังไม่มีแผนดังกล่าว

========================

ไม่อยากพลาด! กดติดดาวเพจหรือ Add line ไว้นะครับ
คลิก https://line.me/ti/p/%40Eig_Banphot

[metaslider id=”1971″]

TAM-EIG

TAM-EIG

#ทุกเรื่องที่นักลงทุนต้องรู้

1404
error: Content is protected !!