สรุป Opp Day CBG (บมจ. คาราบาวกรุ๊ป) สำหรับ Q4-2560

1345

สรุป Opp Day CBG (บมจ. คาราบาวกรุ๊ป ) สำหรับ Q4-2560

Facebook: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน

by บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPT TM

=========================

ผลประกอบการโดยภาพรวม:

กำไรปีล่าสุด: 1,246 ล้านบาท (เป็นปีแรกที่เริ่มรวมงบ ICUK ที่อังกฤษแบบเต็มปี โดย CBG ถือหุ้น 51%) เป็นปีที่ลงทุนเยอะ ทั้งการขยายกำลังการผลิต เพื่อรองรับการเติบโตอนาคต

แต่มีต้นทุนที่สูงตามมาเช่นกัน เช่น ค่าสปอนเซอร์ และค่าการตลาดที่จะช่วยให้ CBG ไปตลาดโลกได้

ซึ่งหากไม่รวมต้นทุน ICUK และต้นทุนสปอนเซอร์ บริษัท CBG จะมีกำไรอยู่ที่ 1,742 ล้านบาท

=========================

มาดู ผลประกอบการในประเทศ ก่อนครับ:

ยอดขาย 7,822 ล้านบาท โดยมาจากสินค้าในเครือ 77.8% , Branded OEM 12% เช่น น้ำดื่ม และกาแฟ, และ ผลิตภัณฑ์จากคู่ค้ารายอื่น 10.3% เช่นสาหร่าย, น้ำดื่มหลายยี่ห้อ, เหล้าขาว (เป็นพระเอกเลย)

(เริ่มเห็นความแตกต่างในแง่ product mix เพราะเมื่อก่อน CBG มีรายได้หลัก 90% มาจากเครื่องดื่มชูกำลัง)

ในขณะที่ GPM ของเครื่องดื่มชูกำลังเริ่มลดลง จาก เดิม 39% ปีล่าสุดเหลือ 37%: แม้ว่ารัฐบาลใช้ภาษีสรรพสามิตแบบใหม่ซึ่งเป็นผลดีต่อ CBG ทำให้จ่ายน้อยลง แต่มีปัจจัยอื่นๆที่กดดันกำไร เช่น ราคาเศษแก้วเพิ่มขึ้นจากการขาดแคลน supply, ราคาน้ำตาลในตลาดโลกขึ้น เป็นต้น

ส่วนสินค้าอื่นๆยังมี GPM ต่ำประมาณ 12-13% เพราะให้คนอื่นผลิตให้หรืออาจจะเป็นสินค้าคนอื่น แต่อนาคตอาจจะมาผลิตเอง

=========================

ผลประกอบการต่างประเทศ ถือว่าเป็นพระเอกเลยครับ:

รายได้: 5,024 ล้านบาท เติบโตจากปีที่แล้วอย่างก้าวกระโดด 50% โดยตลาดหลักมาจาก CLMV เช่น กัมพูชา โต 20%, เมียนมาโต 50% แต่เวียดนามโดดเด่นสุดครับ โต 100% หลังจากที่มีการปรับ distribution channel

นอกจากนี้ CBG เพิ่งเข้าไปทำตลาดจีน ทำให้มีรายได้ในตลาดนี้ 1,019 ล้านบาท

ส่วนตลาดอื่น เช่น อัฟกานิสถาน อาจจะลดลงหน่อย

โดยภาพรวมถึือว่าทำได้ตามเป้าหมาย

=========================

ส่วนตัวเลข SG&A สูงขึ้นมากเกือบ 50% ทำให้กำไรหายไปเยอะเลย

มาจาก ค่าใช้จ่ายการขาย: Cash Van ในประเทศ ที่เพิ่มศูนย์กระจายสินค้าจาก 9 ศูนย์​เป็น 31 ศูนย์ แต่จะไม่เพิ่มแล้วเพราะเป็น fixed cost ที่ลงทุนไปแล้ว

แต่ค่าใช้จ่ายที่หนัก มาจาก สปอนเซอร์ ที่เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 413 ล้านบาท: มาจากการเป็นสปอนเซอร์ EFL cub, และเชลซี , นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัว RTD 40 กว่าล้านบาท, listing fee และค่าการตลาดในอังกฤษ เช่นการให้คนชิม คิดเป็นมูลค่าเกือบ 200 ล้านบาท

ส่วนค่า Admin 188 ล้านบาท โดยมีค่าที่ปรึกษาและนักกฏหมายซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียว ปีหน้าไม่มีแล้ว มูลค่า 150 ล้านบาท และมีค่าการย้ายเครื่องจักร ซึ่งก็เป็นค่าใช้่จ่ายเพียงแค่ครั้งเดียว

=========================

Update Cash Van:

ใช้เวลาพัฒนามาแล้วกว่า 3 ปี ล่าสุดมีศูนย์กระจายสินค้า 31 แห่ง, มีรถ 3 ร้อยกว่าคัน, มีพนักงาน 800 คน เพื่อรองรับการเติบโตของ CBG ในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า

ความเจ๋งคือ มีข้อมูลร้านค้าปลีก 220,000 ร้านค้า มีพิกัดชัดเจน มี QR code ที่สามารถเชื่อมโยงระบบหลังบ้านกับร้านค้า จะได้รู้ว่ารถ Cash van ตอนนี้ต้องวิ่งกี่ร้านต่อวัน แล้วตอนนั้นยังเหลืออีกกี่ร้านที่ต้องวิ่ง

อนาคตอาจจะมีผู้ประกอบการชาวจีน ที่ค้าขายออนไลน์ อาจจะใช้เครือข่ายของ CBG เป็นจุดรับส่งสินค้า เหมือนที่ Cj express ทำร่วมกับ SCG ในจ. ราชบุรี

=========================

Update การทำตลาดในอังกฤษ:

โจทย์สำคัญคือ จะให้ห้างค้าปลีกในอังกฤษขนาดใหญ่จะรับของ CBG ไปขาย ดังนั้น CBG จึงใช้กลยุทธ์เป็นสปอนเซอร์ให้กับ เชลซี แต่ยังไม่ได้ผล จนกระทั่งได้คาราบาว คัพ ทำให้ CBG ได้รับการยอมรับมากขึ้น

เพราะช่วงก่อนแข่งขัน ระหว่างแข่ง และหลังแข่ง คาราบาว คัพ จะมีคนพูดออกเสียง คาราบาว เสมอๆ (ทั้งผู้ประกาศ ทั้งผู้ชม) และนั่นทำให้ค้าปลีกรายใหญ่เบอร์ 2 เริ่มเปิดรับ CBG มากขึ้น

การเข้าไปอยู่ในห้างที่ว่ายากแล้ว แต่การรักษายอดขายไม่ให้เค้าเตะออก เป็นสิ่งที่ยากกว่า นั่นทำให้ CBG ปรับกลยุทธ์ทำการตลาด ณ จุดขาย มากขึ้น เช่น ซื้อ 1 แถม 1 เพื่อให้คนอังกฤษได้ลองชิมสินค้าของ CBG

อนาคตอันใกล้ จะไปส่งไปขายในฝรั่งเศส ในช่วงกลางปี และอยู่ระหว่างการเจรจาใน โรมาเนีย, ฮอลแลนด์ ก่อนหน้านี้เพิ่งส่งของไปที่ ออสเตรเลีย

=========================

Update การทำตลาดในจีน:

มองว่าเป็นโอกาสสำหรับ CBG เพราะคู่แข่งมีปัญหา ในขณะที่ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในจีนจะคิดเป็นครึ่งหนึ่งของทั้งโลกจากการประเมินของ EuroMonitor (ขนาดจีนใหญ่กว่าไทย 50 เท่า)

ส่วนใหญ่คนจีนซื้อสินค้า ตามปั๊มน้ำมัน ร้านโชห่วย

สินค้าที่ CBG เอาไปขายในจีนเป็นแบบกระป๋อง carbonated ซึ่งมี Gross Profit Margin: 60% มากกว่าที่เป็นแบบขวดซึ่งมี GPM 30%

แต่เพิ่งปลด CEO ในประเทศจีนไป โดยมีมุมมองที่ต่างกัน เพราะ CEO คนเดิมไม่เข้าใจว่าตอนนี้ CBG เพิ่งเริ่มต้นดังนั้นต้องทำการตลาด ที่ ณ จุดขาย

คำถามคือ เราควรจะทำระดับภูมิภาค หรือทั้งประเทศจีน: CBG มองว่าจะทำทั้งประเทศ ซึ่งอาจจะใช้เวลาแต่มองว่าคุ้มในระยะยาว

=========================

เป้าหมาย:

คุณเสถียรเชื่อมั่นว่า CBG จะเป็น World class product, world class brand ระดับโลกได้แน่นอน

CBG คาดกำไรสุทธิปีนี้ดีกว่าปีที่แล้ว จากตลาดต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นตลาดในประเทศจีน อังกฤษ ออสเตรเลีย และกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) โดยในปีนี้บริษัทฯคาดว่าสัดส่วนรายได้ต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 55% จากปีก่อนที่ 45%

สำหรับตลาดในประเทศ คาดว่ายอดขายจะไม่เติบโตหากมองจากสินค้าเดิม แต่ในปีนี้บริษัทจะเปิดตัวสินค้าใหม่ คือ Carabao Green Apple Energy Drink ในช่วงกลางปี และเตรียมขึ้นราคากาแฟกระป๋อง เป็น 12 บาท จากเดิม 10 บาท เพื่อสะท้อนต้นทุนเกี่ยวกับภาษีน้ำตาลที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นด้วย (ในขณะที่คู่แข่งขายประมาณ 15 บาท) เหตุผลที่ทำราคานี้ได้เพราะ CBG มี cash van ตัดคนกลางออก

CBG ยังเตรียมที่จะขอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติออกหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 5 พันล้านบาท เพื่อที่จะมาชำระเงินกู้เดิมที่ครบกำหนด โดยคาดว่าจะสามารถเสนอขายหุ้นกู้ได้ในช่วง Q3 2561 ซึ่งคาดว่าช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายได้ราว 15-30 ล้านบาทต่อปี

=========================

ไม่อยากพลาด! กดติดดาวเพจหรือ Add line ไว้นะครับ
คลิก https://line.me/ti/p/%40Eig_Banphot

[metaslider id=”2316″]

TAM-EIG

TAM-EIG

#ทุกเรื่องที่นักลงทุนต้องรู้

1345
error: Content is protected !!