Subscribe & Follow:

Stock

Finansia HERO อยู่ไหนก็เทรดได้

“สินค้าที่ประเทศจีนส่งไปขายให้สหรัฐจะต้องจ่ายในอัตรา 25% ในเร็วๆนี้” เมื่อไม่นานมานี้คุณทรัมป์ได้ทวีตแบบไม่มีปี่ ไม่มี่ขลุ่ย และนั่นทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงหนักตกใจไปทั้งโลกครับ   นี่เป็นเพียงหนึ่งในความผันผวนของตลาดหุ้นในยุคนี้ครับ ที่อะไรก็เกิดขึ้นได้แบบตั้งตัวไม่ทัน (ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ตลาดกำลังขึ้นสวยๆเลย)   โชคดีที่วันนั้นตลาดหุ้นบ้านเราปิดตลาดเลยรอดตัวไป แต่เปิดมาอีกวันตลาดหุ้นก็ร่วงไป 8-10 จุด   จริงๆแล้ววันนั้นผมงานยุ่งครับ แต่ดีที่ผมได้ลองใช้ Finansia HERO ฉบับสมาร์ทโฟนมาสักพักแล้ว ทำให้ไม่พลาดโอกาสลงทุน   วันนี้เลยจะมารีวิว version มือถือให้ฟัง เผื่อเป็นตัวช่วยให้กับทุกท่านในช่วงตลาดผันผวนครับ   *หมายเหตุ: หุ้นที่อยู่ในกราฟฟิคเป็นเพียงการยกตัวอย่างเพื่อประกอบความเข้าใจ มิได้มีเจตนาชี้นำการซื้อ-ขาย แต่อย่างใดครับ       Home: เริ่มจากหน้าแรกเลย Home อันนี้เป็นทีเด็ดใหม่ของเค้าครับ ไม่ต้องเสียเวลาเข้าไปดูหลาย ๆ เวปเหมือนเมื่อก่อน   ผมจำได้ว่าวันนั้นมีแต่คำถามว่าตลาดไทยจะลงเละเทะเหมือนกับประเทศเพื่อนบ้านไหม ผมก็เข้ามาดูหน้านี้เลยครับ   “ในหน้า Home ผมใช้เวลาดูไม่เกิน 1 นาที ก็พอเห็นภาพรวมตลาดแล้วละครับ” ผมแนะนำให้โหลดแอป แล้วทำตามที่ผมเล่าให้ฟัง จะได้เห็นภาพครับ   เริ่มจากด้านบนสุดก่อนเลยครับ จะเห็นกราฟตลาดปู่ SET ของเราเนี่ยละครับ (ปาดสายตาแวบเดียว เห็นเลยครับว่า ปู่ SET กำลังมาทดสอบแนวรับสำคัญโชคดีที่วันนั้นยังไม่หลุดลงมา)   พอเห็นว่าตลาดหุ้นไม่หลุดลงแนวรับ ผมก็เลื่อนไปดูหุ้นในดวงใจที่อยากจะติดตามใน “Favorite” (สามารถกดเพิ่มได้) เราก็พอเห็นแล้วว่าหุ้นที่เราทำการบ้านมามีแนวโน้มเป็นยังไง ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นไหม ราคาเริ่มขยับหรือป่าว   พอเลื่อนลงมาก็เจอ “Most Active” หุ้นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุด จะได้รู้ว่าวันนั้นคนส่วนใหญ่สนใจตัวไหนบ้าง   มองลงไปข้างล่างต่อครับ ถ้าเราตั้งค่า “DIY Conditional Search” ในคอมพิวเตอร์ไว้แล้ว มันจะเชื่อมมาที่มือถือช่วยให้เราหาหุ้นตามเกณฑ์ของเราได้แบบ real time (สามารถผสมระหว่างพื้นฐานและเทคนิคได้ เช่น หาหุ้นที่ราคาร่วงหนัก แต่กำไรยังเติบโต เหมาะมากสำหรับตลาดแบบนี้ เพราะยิ่งตลาดผันผวนเท่าไหร่ นั่นแปลว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะมองหาหุ้นดีๆ ที่ราคาร่วงลงมาชั่วคราวครับ)       แล้วพอเลื่อนลงมาอีก ก็จะเจอฟังก์ชัน “Market” ซึ่งดูความเคลื่อนไหวได้ทั้งดัชนี SET50, SET100, MAI แล้วก็ตลาดต่างประเทศ (ถ้าอนาคตสามารถเพิ่มตลาดต่างประเทศได้อีกจะฟินมากครับ)   ไม่ใช่แค่นี้ครับ Finansia HERO ยังมีดัชนีตลาดอนุพันธุ์ “Future Index” ให้เราดู ว่าขึ้นหรือลงเท่าไหร่ เผื่อจะช่วยเช็คอารมณ์ตลาดให้เราได้อีกทาง   ยังไม่หมดครับ เรายังสามารถดู “Currency” ซึ่งบอกทิศทางค่าเงินสกุลหลัก ๆ ของโลก (ช่วยวิเคราะห์กระแสเงินเข้า-ออกได้), ช่วยเราเช็คปริมาณซื้อขายของนักลงทุนทั้งในตลาดหุ้นและใน TFEX (ของวันล่าสุด) ด้วย “Investor Type”   แล้วถ้าคนไหนมีเวลาก็สามารถอ่านข่าวเพลิน ๆ “Breaking News” เช็คได้รวดเดียวเลยว่าสถานการณ์ตอนนี้มีข่าวอะไรอัพเดทบ้าง ไม่พลาดทุกเหตุการณ์ (ยิ่งข่าวเกี่ยวกับสงครามการค้าต้องติดตามแทบจะรายวัน เพราะอาจจะพลิกเกมได้ทุกเมื่อครับ)   ใช้เวลาแปบเดียวก็ช่วยเรามีข้อมูลมากขึ้น ลดอารมณ์ในการซื้อ-ขาย ได้เยอะ       Quote: ฟังก์ชันถัดมา ปุ่มนี้จะช่วยเรารู้จักหุ้นที่เราสนใจได้มากขึ้นครับ “ลองกดปุ่ม Company Info” ครับ   ตัวเลขทางการเงินหลักๆที่นักลงทุนดูกันเบื้องต้นขึ้นมาหมดเลยครับ เช่น “รายได้, EBITDA, กำไร, สินทรัพย์,หนี้สิน” นอกจากนี้ยังมีตัวเลขทางการเงินเช่น ค่า P/E, P/BV, Dividend yield เป็นต้น   พอเลื่อนลงมาก็จะเจอข้อมูลบริษัทแบบสั้น ๆ “Business” ทำให้เรารู้จักธุรกิจได้แบบเร็ว ๆ และยังดูผู้ถือหุ้นใหญ่ (แนะนำให้สังเกตว่าเป็นบริษัทที่มีนักลงทุนสถาบันถือมากแค่ไหน และคอยดูว่าผู้บริหารถือเยอะแค่ไหน ถ้าถือเยอะก็พอไว้ใจได้ครับ) แต่จริง ๆ ถ้ามีเวลาแนะนำให้ศึกษาเข้าใจมากเท่าที่สุดเท่าที่จะมากได้ก่อนที่จะลงทุนครับ       นอกจากนี้ยังมีข้อมูลบางอย่างที่ไม่เคยเห็นในแอปอื่น (ปกติต้องเข้าเวปอื่นๆ ทำให้เสียเวลามาก)   เช่น “Free Float” (ผู้ถือหุ้นรายย่อยถือหุ้นเท่าไหร่? ถ้าไม่มากก็หมายความว่าหุ้นในตลาดมีน้อย การเก็งกำไรก็อาจจะมีมาก)   “NVDR” (เอาไว้ดูว่า ต่างชาติซื้อหรือขายหุ้นตัวนั้นเท่าไหร่ […]

วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) สำหรับ Q1-2562

Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm    ============   ชวนมาดูธุรกิจของ THG กันก่อนครับ    เล่าให้ฟังคร่าวๆ ก่อนครับว่า THG เค้าทำธุรกิจ 3 กลุ่มใหญ่ๆ ครับ   กลุ่มแรก คือ ธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ครับ   กลุ่มที่ 2 คือ Healthcare Solution Provider หรือธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์   และกลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่มอื่นๆ ครับ    ============   รายได้จากธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ เป็นธุรกิจหลักของ THG:   กลุ่มธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ ก็แบ่งย่อยออกเป็น 4 กลุ่มครับ   1. โรงพยาบาลในประเทศมีทั้งหมด 7 แห่ง   ได้แก่ รพ.ธนบุรี, รพ.ธนบุรี 2, รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง, รพ.ราษฏร์ยินดี จ.สงขลา, รพ.อุบลรักษ์ ธนบุรี จ.อุบลราชธานี, รพ.สิริเวช จ.จันทบุรี และ รพ.ธนบุรีทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ในระหว่างก่อสร้าง (น่าจะพร้อมให้บริการเดือนกรกฎาคม ปีนี้)   2. โรงพยาบาลในต่างประเทศ มีทั้งหมด 2 แห่ง   โรงพยาบาล Welly Hospital ในประเทศจีน ซึ่ง THG ถือหุ้น 58% (ขนาด 150 เตียง)   และโรงพยาบาล Ar Yu International Hospital ในเมียนมา (ขนาด 200 เตียง) ซึ่ง THG ถือหุ้น 40% ซึ่งเปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้วเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมาครับ (มีทั้งคนไข้นอกและคนไข้ใน)   3. รับจ้างบริหารรพ. จากรัฐบาล: มีหลายแห่งเลยครับทั้งที่ภูเก็ต พัทยา และศูนย์การแพทย์ชุมชนที่เกาะล้าน รวมถึงที่เคยให้บริการ เช่น ในจีน และซาอุดิอาระเบีย เป็นต้น   4. กลุ่มธุรกิจศูนย์แพทย์เฉพาะทาง: เช่นศูนย์หัวใจ รพ.ภัทร-ธนบุรี, ศูนย์หัวใจ รพ.ธนบุรี 2 และศูนย์หัวใจ รพ.พัทลุง   ============   เมื่อ THG ฝันใหญ่เป็นมากกว่าแค่โรงพยาบาล   Healthcare Solution Provider ซึ่งเป็นรายได้อีกทางที่กำลังมาแรง ประกอบไปด้วย 3 ส่วนด้วยกันครับ   1. ธุรกิจศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วย:อำนวยความสะดวกให้ รพ.สามารถรองรับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา พักฟื้น และกายภาพบำบัดได้มากขึ้น ตอบโจทย์สำหรับผู้ป่วยที่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการดูแลที่ซับซ้อน   2. ธุรกิจที่พักอาศัยพร้อมบริการทางการแพทย์เพื่อผู้สูงวัย: โครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ และโครงการธนบุรี เฮลท์ วิลเลจ   3. ธุรกิจบริการดูแลสุขภาพนอกสถานที่และเครื่องมือแพทย์: เช่น ธุรกิจรักษาพยาบาลนอกพื้นที่ รพ. ให้บริการถึงบ้านเลยครับ สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกเดินทาง นอกจากนี้ ยังจำหน่ายเครื่องมือทันตกรรม เป็นแบบ One Stop Service และธุรกิจร้านขายยา Apex   ============   กลุ่มธุรกิจอื่นๆ:    ได้แก่ ธุรกิจพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ เพื่อการบริหารโรงพยาบาล และธุรกิจพัฒนาโครงการที่เกี่ยวข้องกับบริการด้านการแพทย์และสุขภาพ   สรุปง่ายๆ ว่า THG เป็นกลุ่มธุรกิจด้านสุขภาพแบบครบวงจร ไม่ได้เป็นแค่โรงพยาบาลอย่างที่หลายคนเข้าใจกันนะครับ    ============     รายได้ THG เติบโต   กำไรสุทธิ ไตรมาสที่ 1-2562 ของ THG ชะลอตัวลงค่อนข้างมาก  เห็นอย่างนี้นักลงทุนหลายคนคงจะตกใจ เพราะเป็นตัวเลขที่ลดลง 4 ไตรมาสติดต่อกันครับ   แต่เดี๋ยวก่อน ชวนมาดูไส้ในกันก่อนครับ   รายได้ไตรมาสที่ 1 โดยรวมยังเติบโต 11.2% มาอยู่ที่ระดับ 1,872 ล้านบาท    สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 4% = 18,685 ล้านบาท, D/E: 1.1x   อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): 23.9%, อัตรากำไรสุทธิ (NPM): 0.4%, อัตรากำไร EBITDA: 10%   Market Cap. 2.42 หมื่นล้านบาท (ณ วันที่ 17 พ.ค. 2562)   ============     รายได้โดยรวมยังเติบโต แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มมากกว่า   ผมตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ครับ รายได้ในภาพรวมยังเติบโตครับ 11% แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่า 17-18% ทำให้ตัวเลขกำไรลดลงเยอะครับ   มาดูฝั่งรายได้ก่อนครับ   กลุ่มรายได้ที่เติบโตหนักมาก คือมาจากธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์ หรือ Healthcare Solution Provider ที่โตจาก 83 ล้านบาทเป็น 218 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 162%   “เหตุผลที่รายได้กลุ่มนี้โตหนักมาก มาจากการรับรู้รายได้จากการขายห้องพักอาศัยในโครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้” เท่าที่ดูตัวเลขการโอนในไตรมาส 1 ปี 2562 สูงถึง 25 ห้อง (รับรู้รายได้เมื่อลูกค้าโอน) มูลค่าสูงถึง 117 ล้านบาท และรายได้จากการขายอุปกรณ์ทางทันตกรรมเพิ่มขึ้น   แต่ธุรกิจหลักอย่าง “ธุรกิจให้บริการทางการแพทย์” เติบโต 3.6% ต้องแบ่งคำอธิบายเป็น 3 ส่วนครับ   1. รพ.บางแห่งในไทยเพิ่งเปิดให้บริการ ทำให้รายได้ยังรับรู้ได้ไม่เต็มที่เพราะต้องใช้เวลาให้คนไข้รู้จักและคุ้นเคยก่อนครับ   2. ธุรกิจบริหารโรงพยาบาลในต่างประเทศที่ลดลง20 ล้านบาท“เนื่องจากสิ้นสุดการให้บริการและอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ และเจรจาเพื่อรับเป็นที่ปรึกษาสำหรับโครงการในต่างประเทศ” นี่คือคำอธิบายของทีมผู้บริหารครับ   3. โรงพยาบาลในต่างประเทศทั้งในจีนและเมียนมายังเปิดได้ไม่นาน โดยทั่วไปรายได้จากโรงพยาบาลแห่งใหม่ต้องใช้เวลาสักพักกว่าโรงพยาบาลจะเป็นที่รู้จักครับ   4.ไตรมาสที่ 1 ปี 2560 มีกำไรพิเศษ (มีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนระยะยาวอื่น และรายได้จากการตัดภาษีค้างนานมูลค่า 81 ล้านบาท) ทำให้ฐานตัวเลขสูงเมื่อเทียบกับปีนี้ครับ   ============   ประเด็นคือรายได้โครงการใหม่ๆ ยังเข้ามาไม่มากพอ แต่รายจ่ายสูง   1. หลักๆ […]

สรุป Opp Day บมจ.คอมเซเว่น (COM7 ) สำหรับงบไตรมาสที่ 1 ปี 2562

Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm   ===========   COM 7 ทำธุรกิจอะไรครับ?   COM7 เก่งธุรกิจค้าปลีกและไอทีมีสาขาทั้งหมด 662 สาขา ทั่วประเทศ (ยกเว้นพังงานและแม่ฮ่องสอน แต่กำลังจะเปิดปีนี้) ล้วนแล้วแต่เป็นแบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคยครับ เช่น   BaNANA 208 สาขา , Studio7 100 สาขา , Kingkong Phone 103 สาขา , BKK 37 สาขา , TRUE Shop by com7 92 สาขา , BaNANA Shopping (แฟรนไชส์) 59 สาขาโดยเน้นจังหวัดเล็กๆ ,  iCare 26 สาขา และ Brand Shop 37 สาขา   “ตั้งเป้าสิ้นปีนี้มีสาขาเพิ่มเป็น 847 สาขา ใช้งบลงทุนในการเปิดสาขา BaNANA อยู่ที่ 3.5 ล้านบาทต่อสาขา ส่วน Kingkong Phone และ BKK ใช้งบอยู่ที่ 1 ล้านบาทต่อสาขา”   ส่วนการเปิดสาขาธนาคารกสิกรไทยในรูปแบบสาขาขนาดย่อม (Mini-Branch) ในร้านบานาน่า (BaNANA) ตอนนี้มีอยู่ 2 สาขา และผู้บริหารเล่าให้ฟังว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากขึ้น 50% และปีนี้มีแผนจะเปิดอีก 2-3 สาขา กำลังอยู่ระหว่างเจรจาความเหมาะสมของทำเล   ===========   ผลประกอบการไตรมาสแรก ยังเติบโตดี   “ยอดขาย COM 7 ไตรมาสแรกปี 2019 เราปิดได้ 7,661 ล้านบาท เติบโต 20%” ผู้บริหารอธิบายอย่างภาคภูมิใจครับ ในขณะทีอัตรากำไรเติบโตมากถึง 40% ครับ     แต่จุดที่ต้องติดตามคือ ส่วนผสมของยอดขายเริ่มเปลี่ยนไปบ้างครับ เดิม smart phone คิดเป็นสัดส่วน 53% ของยอดขายตอนนี้เหลือ 51%   ในขณะที่ยอดขาย tablet มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 14% เป็นตัวเลขที่น่าสนใจครับ   ===========   ชวนมาดูไส้ในส่วนผสมของ COM7 ครับ   “Desktop บอกเลยว่ายอดขายไม่ดี ในไตรมาสแรก เพราะก่อนหน้านี้ยอดขายดีเป็นเพราะสกุลเงินดิจิตอลล ทำให้มี ความต้องการซื้อสินค้าพวก การ์ดจอแบบก้าวกระโดด”   แต่อย่างที่เราทราบแหละครับว่าราคาบนกระดานร่วงมาเยอะ (ตอนหลังเริ่มเด้งขึ้นมาแล้ว) แต่กระแสนี้หายไปแล้ว คนเจ็บตัวหนักก็เข็ดนั่นแหละครับ     “แต่ถ้าเทียบกับอุตสาหกรรมจะเห็นว่า อุตสาหกรรมตัวเลขขาย Desktop ยังเติบโตครับ” ผู้บริหารอธิบายว่าเป็นเพราะคนซื้อการ์ดจอน้อยลงแต่หันไปเล่นเกมมากขึ้นครับ     สำหรับ Laptop ไม่เติบโต ทรงๆครับ, ในขณะที่โทรศัพท์เติบโต 20% , accessories เติบโต 29%   แต่ที่น่าสนใจมากที่สุดคือ Tablet ครับที่เติบโตหนักมากถึง 60% ครับ “เหตุผลคือ ipad ขายดีมากๆครับ”   ===========   แต่เดี๋ยวก่อน ก่อนจะงง มาดูธุรกิจหลัก 4 อย่างของ COM7 กันครับ     1. ออนไลน์: ตอนนี้พัฒนาเวปไซต์ใหม่เสร็จแล้วเพิ่งเปิดตัวไป 1 เดือนแล้ว แบบ soft launch โดยผู้บริหารเล่าให้ฟังว่าในช่วงไตรมาสที่ 3 จะเปิดตัว แอปมือถือ นั่นหมายความว่าจะเปิดตัวออนไลน์เต็มที่ในช่วงไตรมาสที่ 3 ครับ     2. Commercial: COM7 เปิดตลาดนี้ตั้งแต่ปี 2561 ครับ โดยตอนนี้มียอด backlog 1 พันล้านบาทแล้ว     3. Service: ให้บริการ เช่น icare  เป็นศูนย์ซ่อม (มี 25 สาขา โดยมีส่วนแบ่งการตลาด 80%), สำหรับการเปิด shope ร่วมกับ True เป็นแบบ co branch เปิดร้านร่วมกันโดยเฉพาะในสาขาที่ห่างไกล (ตอนนี้ ปี 2019 มี 92 shop ครับ)   4.Retail: ยังเป็นธุรกิจเส้นเลือดหลักของ Com7 ตอนนี้มีหลักๆ 9 แบรนด์ ครอบคลุม 75 จังหวัด ธุรกิจนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วนครับ คือ ส่วนแรก multibrand ขายหลายแบรนด์ เช่น banana, BKK, kingkong นอกจากนี้ยังมีแบบที่ขายแค่แบรนด์เดียว เช่น Samsung, oppo, vivo, หัวเว่ย, studio7     ===========   ตัวเลขสำคัญของ COM7     “ให้ดู same store […]

7 ประโยคที่ควรเลิกพูดถ้าอยากประสบความสำเร็จ

ขอแสดงความยินดีกับแฟนคลับทีมเรือใบสีฟ้า แมนซิตี้ฯครับ ที่เพิ่งคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก สดๆร้อนๆไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา   และคนที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ก็คงจะเป็นผู้จัดการทีมมาดเท่ อย่าง “เป๊บ กวาดิโอล่า” (กวาด 25 แชมป์ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา) และมี 7 ประโยคที่เค้าจะไม่มีวันพูดเป็นอันขาด    คุณเองก็เช่นกันไม่ควรพูดประโยคเหล่านี้ ถ้าคุณอยากประสบความสำเร็จทั้งในการใช้ชีวิตส่วนตัว การทำธุรกิจ และการลงทุน    ========   1. เดี๋ยวค่อยเริ่มทำพรุ่งนี้   2. งานยุ่งไม่มีเวลา   3. โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเลย   4. มันไม่ใช่ความผิดของผม   5. คนรวยเป็นคนที่โชคดี   6. มันเป็นไปไม่ได้หรอก   7. มันยากเกินไป   ========   อย่าลืมว่าการที่เราพูดประโยคเหล่านี้บ่อยๆ มันจะฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกลึกๆของเรา ทำให้เป็นกำแพงขวางกั้นความสำเร็จครับ   ขอให้ทุกท่านโชคดีในการลงทุน ลงทุนมีความสุข 🙂   ============   ไม่อยากพลาด! อย่าลืมกดติดตามนะครับ    Line@: http://bit.ly/TAM-EIG_LINE Twitter: http://bit.ly/TAM-EIG_Twitter Youtube: http://bit.ly/TAM-EIG_Youtube

สรุปมุมมองการลงทุนของ คุณมาร์ค โมเบียส ราชาตลาดหุ้นเกิดใหม่นักลงทุนระดับโลก

#ลงทุนนอกโลก โดยถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน   สัปดาห์ล่าสุดตลาดหุ้นไทยโหดเหลือเกิน ร่วงรวดเดียว 65 จุด เกือบหลุด 1,600 จุด   วันนี้ชวนมาฟังมุมมองของ พี่มาร์ค โมเบียส (สุดยอดกองทุนชื่อดัง อย่าง ) Templeton Emerging Markets Group ที่บริหารเงินของนักลงทุน 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.2 ล้านล้านบาท    ลุยกันเลยครับ   ============   1.“ตอนนี้ยอมรับว่ายากที่จะหาผลตอบแทนดีๆจากการลงทุนในโลกตอนนี้” คุณมาร์ค โมเบียส เปิดมาได้โดนใจเม่าน้อยมากครับ   แต่ยังมองว่าตลาดเกิดใหม่ยังเป็นตลาดที่น่าจะให้ผลตอบแทนลงทุนที่ดี โดยส่วนใหญ่จะเป็นประเทศที่มีความเสี่ยง เช่น ตุรกี อาร์เจนติน่า แต่อย่าลืมว่าแม้ประเทศเหล่านี้จะให้ผลตอบแทนสวยหรูแต่ก็เต็มไปด้วยความเสี่ยงครับ   ============   2. ความเสี่ยงคือสงครามการค้า   “คู่ค้าที่สำคัญของประเทศส่วนใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ก็คือ พี่จีนนั่นเองครับ” คุณมาร์คเสริมว่า ถ้าจีนนำเข้าสินค้าและบริการน้อยลงก็จะส่งผลทางอ้อมต่อประเทศในอาเซียน   “เราเลยต้องระมัดระวังในการลงทุน ต้องพิจารณาทุกบริษัทในอาเซียนแบบทุกกระเบียดนิ้ว ว่าจะได้รับผลกระทบจากจีนหรือไม่”   ============   3. เวียดนาม และบังคลาเทศอาจจะได้อานิสงศ์จากสงครามการค้า   ราชาตลาดหุ้นเกิดใหม่บอกว่าตอนนี้ ทั้งเวียดนามและบังคลาเทศเป็นประเทศที่ได้รับประโยชน์จากสงครามการค้า เพราะโรงงานในจีนเริ่มย้ายฐานการผลิตไปที่นั่นแล้ว   “ตอนนี้สินค้าต้นทุนต่ำที่ส่งออกจากจีนไปยังสหรัฐลดลง ซึ่งเป็นผลจากกำแพงภาษีนำเข้าสินค้า” นั่นเลยเป็นโอกาสสำหรับการส่งออกจากประเทศที่มีต้นทุนในการผลิตต่ำอย่าง เวียดนามและบังคลาเทศ (เป็นประเทศที่มีค่าเงินอ่อนค่า)   ตัวเค้าชอบหุ้นส่งออก และหุ้นสินค้าอุปโภคบริโภคเพราะมีค่าแรงสูงขึ้นรวมถึงการจ้างงานที่มากขึ้น   ============   4. บราซิล-อินเดีย-แอฟริกา ยังเป็นตลาดที่คุณมาร์ค ชอบ   “บราซิลเป็นตลาดที่น่าสนใจเพราะมีการปฏิรูปการเมืองที่นั่นเมื่อไม่นานมานี้” และมองว่าอินเดียเป็นอีกประเทศที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าในจีน   อีกหนึ่งตลาดที่ระยะหลังแกชอบพูดถึงบ่อยๆคือ แอฟริกาครับ แต่ปัญหาของแอฟริกาที่เจอบ่อยๆคือปัญหาสภาพคล่องครับ “ตอนนี้แอฟริกาถึงเหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญอย่างมาก เช่น Private Equity”   ตลาดที่เค้าชอบคือ แอฟริกาใต้, อียิปต์, เคนยา, ไอเวอรี่ โคสต์ และกาน่า   ============   5. มุมมองต่อค่าเงินหยวนเป็นยังไง?   ตอนนี้คุณมาร์ค มองว่า ตอบยากเพราะสถานการณ์สงครามการค้ายังไม่นิ่ง ซึ่งค่าเงินจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับตัวเลขการนำเข้า-ส่งออก สินค้าจากจีนไปยังสหรัฐ   “เป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นและเป็นเหตุผลว่าทำไมตลาดหุ้นจีนถึงร่วงหนัก” “มองว่าตลาดหุ้นเกิดใหม่น่าจะยังมีแนวโน้มร่วงต่อไป เพราะตอนนี้อย่าลืมว่าตลาดหุ้นจีนคิดเป็นสัดส่วนมากถึง 30% ของดัชนี”   ============   6. คุณมาร์คยังคงหาโอกาสลงทุนในหุ้นรายตัวของตลาดเกิดใหม่   แม้ว่าตัวแกจะไม่ค่อยชอบภาวะตลาดหุ้นเกิดใหม่ ณ ตอนนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า แต่แนะนำว่ายังมีบริษัทอีกมากมายที่ไม่ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดครั้งนี้   ============   ไม่อยากพลาด! อย่าลืมกดติดตามนะครับ    Line@: http://bit.ly/TAM-EIG_LINE Twitter: http://bit.ly/TAM-EIG_Twitter Youtube: http://bit.ly/TAM-EIG_Youtube   ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและภาพจาก Reuters, CNBC

ปู่บัฟเฟตต์ให้สัมภาษณ์ถึงสงครามการค้า (ตอนที่ 2)

[ตอนที่ 2] ด่วน! ปู่บัฟเฟตต์ให้สัมภาษณ์ถึงสงครามการค้าและการที่ตลาดหุ้นร่วงเละเทะทั้งโลก และสิ่งที่นักลงทุนควรทำในวันพรุ่งนี้   สรุปโดยเพจ ถามอีกกับอิก เรื่องลงทุน   ============   7. ปู่บัฟเฟตต์ไม่สนใจ หุ้น UBER ตอนกำลังจะ IPO   “ผมคงจะขอผ่าน ไม่ซื้อหุ้น IPO ของ Uber แน่ๆ” ปู่บัฟเฟตต์พูดย้ำว่าตัวเค้าไม่ชอบหุ้นที่เพิ่งเข้าตลาดครับ    “ตลอด 54 ปีที่ผมเริ่มทำธุรกิจ Berkshire มา ไม่เคยซื้อหุ้นที่เพิ่งเข้าตลาดเลยครับ” ปู่อธิบายเพิ่มครับ   “การซื้อหุ้นที่เพิ่งเข้าตลาด จะเป็นหุ้นทีคนสนใจมากๆ คนมีความกระตือรือล้นอยากซื้อหุ้นมากๆ, ค่าคอมมิชชั่นก็สูงมากๆ” “ซึ่งจริงๆแล้วมีหุ้นอีกมากมายที่ผมสามารถซื้อได้ โดยที่ไม่มีคนกระตืนรือล้นแห่กันเข้ามาซื้อมากมาย”   ปู่พูดได้คมคายมากครับ เค้าบอกว่า ต่อให้เป็นหุ้นที่มีโอกาสเขย่าธุรกิจอื่นๆ disrupt ธุรกิจอื่นๆ อย่าง uber หรือ lyft คุณเองก็ควรจะต้องมีเหตุผลที่ดีมากๆ ที่จะซื้อหุ้นนั้น ซึ่งนั่นก็เหมือนบริษัทอื่นๆแหละที่คุณต้องอ่านเยอะๆ วิเคราะห์เยอะๆก่อนซื้อหุ้น   “คนส่วนใหญ่แห่กันเข้าไปซื้อหุ้น IPO เพียงเพราะว่ากระแสมาแรง และอยากจะรวย(เร็วๆ) ให้ทันกับคนอื่นๆ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ควรทำในโลกการลงทุน”   ============   8. ปู่บัฟเฟตต์แนะนำวิธีการซื้อหุ้น   “เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณซื้อหุ้น คุณควรจะสามารถสรุปหุ้นตัวนั้นๆให้ได้ภายใน 1 หน้ากระดาษ“ เพราะนั่นหมายความว่าคุณเข้าใจธุรกิจนั้นๆจริง   ปู่บอกว่า ตอนที่เค้าซื้อหุ้น General Motors ค่ายรถยนต์ชื่อดัง มูลค่า 5.6 หมื่นล้านเหรียญ เป็นเพราะเค้าเข้าใจธุรกิจ   “ถ้าคุณไม่สามารถเขียนธุรกิจออกมาได้ภายใน 1 แผ่นและไม่สามารถอธิบายธุรกิจนั้นๆได้ คุณควรจะไปซื้อหุ้นตัวอื่นแทนซะ”    คุณปู่เปรียบเทียบกับการที่เราซื้อของชำ ผัก ผลไม้ “เรายังรู้และอธิบายได้เลยว่าทำไมเราถึงซื้อ ผัก ผลไม้ เหล่านั้น และเลือกซื้อยังไง”    แต่ถ้าคุณไม่สามารถอธิบายหรือตอบได้ว่า คุณกำลังจะซื้อหุ้นอะไร และซื้อเพราะอะไร แล้วทำไมคุณถึงจะเอาเอาเงินเก็บ เงินออมของคุณไปซื้อละ   ============   9. เหตุผลที่ซื้อกิจการน้ำมันมากขึ้น โดยเฉพาะดีลล่าสุดที่สนับสนุนเงินทุนให้ Occidental Petrol เพื่อเข้าซื้อกิจการ Anadarko Petroleum   ตอนนี้ช่วงรอการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นอยู่ แต่ปู่บอกว่าเป็นดีลที่ดีมาก   “ทิศทางราคาน้ำมันจะเป็นตัวกำหนด หุ้นน้ำมันแทบจะทุกตัวว่าจะเป็นการลงทุนที่ดีหรือไม่” “ถ้าราคาน้ำมันขึ้น คุณก็จะทำตังได้เยอะมาก”   แต่นี่ไม่ใช่การซื้อหุ้นแค่ 1 สัปดาห์ข้างหน้า หรือ 1 เดือนข้างหน้า “คุณต้องมีมุมมองราคาน้ำมันในระยะยาว ถึงจะซื้อหุ้นน้ำมัน ซึ่งผมและชาร์ลี มังเกอร์ ก็มีมุมมองของนำ้มันเช่นกัน แต่เป็นมุมมองที่ดีในระยะยาว”   ============   10. ปู่บัฟเฟตต์ชอบที่ Apple ซื้อหุ้นคืน   “ถ้าสงครามการค้ายังยืดเยื้อ ย่อมส่งผลกระทบกับ Apple ไม่มากก็น้อย” “ผมชอบการที่ Apple ซื้อหุ้นคืน” เพราะสัดส่วนการถือหุ้นของปู่เพิ่มมากขึ้น   แต่ปู่บอกว่าการซื้อหุ้นคืนอาจจะเป็นสิ่งที่ฉลาด และสิ่งที่แย่ที่สุดก็ได้ “ผมชอบลงทุนในหุ้นที่เข้าใจ เหตุผลของการซื้อหุ้นคืน”    “ไม่เหมือนหลายๆบริษัทที่มุ่งแต่จะซื้อหุ้นคืนเพียงเพราะอยากให้หุ้นขึ้นเท่านั้น”   ============   11. สหรัฐควรมอง แคนาดา เม็กซิโก เป็นประเทศเพื่อนบ้าน   “การค้าขายระหว่างสหรัฐกับ แคนาดา และเม็กซิโก มีความสำคัญอย่างมาก” คุณปู่แนะนำว่า สหรัฐควรมองว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านมากกว่าคู่แข่ง   “สหรัฐควรทำให้ประเทศเพื่อนบ้านมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงกัน” ควรร่วมกันพัฒนาให้แคนาดา และเม็กซิโก มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น   ============   12. ปู่ชาลี มังเกอร์เตือน ถ้ารัฐบาลพิมพ์เงินมากเกินไป สุดท้ายจะจบลงเหมือนสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเวเนซุเอลา   “ก่อนหน้านี้หลายประเทศพิมพ์เงินออกมาแบบจัดหนักมากๆ ซึ่งมีแต่จะทำให้คนรวยมีความมั่งคั่งมากขึ้น” ปู่ชาร์ลี มังเกอร์บอกครับ     “แนวความคิดที่มองว่า การพิมพ์เงินออกมามากๆ แล้วจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกอย่างนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ดี และผมรู้ว่าในท้ายที่สุดก็จะล้มเหลว”     […]

ปู่บัฟเฟตต์ให้สัมภาษณ์ถึงสงครามการค้า (ตอนที่ 1)

ด่วน! ปู่บัฟเฟตต์ให้สัมภาษณ์ถึงสงครามการค้าและการที่ตลาดหุ้นร่วงเละเทะทั้งโลก และสิ่งที่นักลงทุนควรทำในวันที่หุ้นร่วงแรง   สรุปโดยเพจ ถามอีกกับอิก เรื่องลงทุน   สดๆร้อนๆเลยครับ ค่อยๆอ่านความเห็นของปู่กันครับหลังจากดราม่ากันทั้งโลก ช่วงนี้มีความรู้ดีๆให้เราได้ศึกษาแทบจะทุกวันเลยนะครับ   ลุยอ่านไปพร้อมกันเลยครับ   ============   1. สไตล์การเจรจาสงครามการค้าของพี่ทรัมป์ไม่เหมือนใคร   “หลังจากที่พี่ทรัมป์บอกว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน 25% ในวันศุกร์นี้” ตลาดหุ้นก็ลงเละเทะทั้งโลก   ปู่บอกว่า “ผมไม่สามารถวัดได้หรอกว่าทั้งสองฝ่ายจะเล่นเกมสงครามการค้ากันอย่างไร” เพราะคนบางคนเจรจาด้วยเทคนิคที่แตกต่างกัน    แต่สิ่งที่ฟันธงได้แน่ๆ คือสงครามการค้ามีแต่สร้างความเสียหายไปทั้งโลก ส่วนจะสร้างความเสียหายแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับว่า สงครามการค้าจะแผ่ขยายไปมากแค่ไหน   “สไตล์การเจรจาจะเป็นไงก็แล้วแต่ แต่ที่แน่ๆคุณไม่สามารถส่ายหมัดก่อน แล้วค่อยขยับนิ้วตาม”    ความหมายคือ ไม่ใช่ว่าจะหาเรื่องคนอื่นก่อนแล้วค่อยหาทางคืนดี เพราะคุณไม่รู้ว่าผลจากการทำแบบนี้ อะไรจะตามมากันแน่   “มันเป็นเกมที่อันตรายมากๆ ผมไม่ได้บอกว่าเราไม่ควรอยู่ในเกมนี้นะ แต่มันเป็นเกมที่อันตรายมากๆ”   ============   2. สไตล์การเจรจาของปู่เป็นยังไง?   “ที่แน่ๆ ไม่ใช่แบบนี้แน่ๆ” ปู่รีบตอบทันทีครับ “ผมมีวิธีในการเจรจาที่สม่ำเสมอมากๆ ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ”   ปู่บัฟเฟตต์อธิบายว่า มีคนจำนวนมากที่กำลังจะซื้อกิจการแล้วใช้วิธีเล่นเกมกับฝ่ายตรงข้าม “มันอาจจะเวิคก็ได้ แต่ไม่ใช่วิธีของผม เพราะมันทำให้ผมเสียเวลามากๆ”   “บางคนเวลาที่เค้าเจรจาเค้าจะใช้วิธี แกล้งบ้า สักครึ่งหนึ่ง” 555 รู้เลยว่าปู่หมายถึงใคร   “ตอนที่คุยกับลูกๆ คุณก็รู้ว่าผมหมายถึงอะไร” เพราะเราเจรจากับลูกๆของพวกเราตลอดเวลา เช่น เราจะนับ 1 ถึง 3 ถ้าลูกไม่ทำตามที่เราต้องการ อาจจะต้องถูกลงโทษ   แต่ลูกๆก็รู้ว่า ยังไงเสียพ่อแม่ก็ไม่มีทางทำร้ายลูกหรอก นั่นหมายความว่าลูกๆมีข้อได้เปรียบ และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลา   แต่หลายครั้งปู่บอกว่า ปู่เองก็เลือกที่จะไม่เจรจา เพราะช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะเลย   ============   3. ปู่มีมุมมองอย่างไร ถ้าเกิดกรณีที่ทรัมป์เอาจริงและขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน 25% จะกระทบกับกิจการของ Berkshire หรือไม่   ปู่อธิบายว่า “ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงมันจะมีผลกระทบอย่างมากต่อโลกของเราครับ” “นี่ม่ใช่เรื่องระหวางประเทศเท่านั้นครับ เพราะอย่าลืมว่าตอนนี้ทุกอย่างบนโลกใบนี้มีส่วนเชื่อมโยงกันหมด”   ปู่บอกว่าเรื่องแบบนี้ มันเริ่มขึ้นได้อย่างง่ายดาย แต่ในทางตรงข้ามมันกลับเป็นเรื่องที่จบยากมากๆครับ   และผลกระทบจะเกิดขึ้นในวงกว้างแน่นอน ถ้าหากว่าใช้มาตรการรุนแรงเป็นระยะเวลายาวนาน   แต่ถ้าถามปู่ ปู่คิดว่าคงไม่มีความตึงเครียดของสงครามการค้าไปมากกว่านี้   ============   4. ปู่มองว่า การที่ตลาดหุ้นร่วงเละเทะวันนี้สมเหตุสมผล   “เป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลแล้วที่ตลาดหุ้นร่วงหนักมาก (เพราะถ้าขึ้นภาษีขนาดนั้นจริง ผลกระทบก็จะตามมา)” แต่เดี๋ยวเราต้องรอดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป   “ถ้าย้อนกลับไปสัปดาห์ที่แล้ว แล้วคุณคิดว่าจะมีโอกาสที่จะเกิดสงครามการค้าสัก 1%” “จะมีคนในตลาดที่ทำให้คุณคิดว่าโอกาสจะเกิดนั้นคือ 10% แล้วตลาดก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว”   ปู่บอกว่าเรื่องสงครามการค้านี้ไม่สามารถฟันธงได้ชัดเจน “เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก เมื่อผู้นำ 2 ประเทศ จากประเทศมหาอำนาจของโลกมีบุคลิกที่แตกต่างกัน และคิดว่าตัวเองจะถูกมองอย่างไรในสายตาของคนในชาติของตัวเอง”   ============   5. ปู่บอกว่าตอนนี้หุ้นมีราคาถูกสุดๆ ถ้าอัตราดอกเบี้ยอยู่ระดับนี้   “ไม่มีเหตุผลอะไรที่นักลงทุนควรขายหุ้น จากการดูพาดหัวข่าวหน้าหนึ่ง” ปู่คงจะหมายถึงว่าวันนี้ตลาดหุ้นร่วงหนัก ซึ่งนั่นไม่ควรเป็นเหตุผลในการขายหุ้นออกมา   “ถ้าคุณเป็นเจ้าของฟาร์ม คุณก็จะไม่ห่วงฟาร์มของคุณ เพียงเพราะว่าคุณได้อ่านข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์จริงไหมครับ”   “หรือถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัทที่เจ๋งๆ คุณก็คงจะไม่ขายธุรกิจเพราะพาดหัวข่าว”   หลักสำคัญคือ คุณไม่ควรรู้สึกแย่กับธุรกิจหรือหุ้นที่คุณลงทุนอยู่ เพียงเพราะพาดหัวข่าว ยกเว้นคุณเป็นคนที่มีตังเหลือเยอะมากๆ แล้วพอตลาดหุ้นลง คุณก็จะรู้สึกดีเพราะจะได้ซื้อหุ้นที่ดีในราคาที่ถูกลง   “คุณไม่ควรกังวลเกี่ยวกับการร่วงลงของหุ้นเพียงแค่วันเดียว เพราะคุณซื้อธุรกิจไม่ได้ซื้อหุ้นบนกระดาน”   ============   6. ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง แต่สิ่งที่ผมเชื่อมั่นคือเศรษฐกิจสหรัฐจะยังดี ธุรกิจสหรัฐโดยภาพรวมก็ยังมองว่าเติบโตดี   ปู่บอกว่าถ้าเป็นในมุมธุรกิจก็ต้องปรับกลยุทธ์รับมือกับภาษีนำเข้า เช่นอาจจะสต๊อคสินค้า วัตถุดิบมากขึ้นก่อนที่ภาษีจะมีผลบังคับใช้    แต่ยืนยันว่าถ้าเป็นในมุมของการลงทุน ไม่ควรตัดสินใจว่าจะซื้อหรือขาย เพียงเพราะข่าวในะระยะสั้น “ถ้าคุณทำธุรกิจมา 10 ปี ระหว่างทางจะเจอข่าวร้ายๆเยอะแยะมากมาย”   “อย่าลืมว่าตอนที่ผมเริ่มต้นธุรกิจ ตอนนั้นมีแต่ข่าวร้ายทั้งนั้น เศรษฐกิจไม่ดี ประเทศกำลังจะพังทลาย” และอย่าลืมว่าตอนนี้รุ่นลูก รุ่นหลานของพวกเราก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าพวกเราทั้งนั้น   ปู่พูดปิดท้ายช่วงนี้ได้ดีครับ “ผมไม่รู้วิธีในการซื้อขายหุ้นภายใน 1 วันหรือ 1 สัปดาห์ […]

[ตอนจบ] สรุปปู่บัฟเฟตต์ประชุมผู้ถือหุ้นที่นักลงทุนรายย่อยไทยพลาดไม่ได้ ตอนที่ 4

[ตอนจบ] สรุปปู่บัฟเฟตต์ประชุมผู้ถือหุ้นที่นักลงทุนรายย่อยไทยพลาดไม่ได้ ตอนที่ 4   โดยเพจ ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน สรุปให้อ่านกันยาวๆเพลินๆกันไปครับ วันหยุดอ่านชิลๆเติมความรู้ เติมแรงบันดาลใจกันครับ ============   34. ข่าวใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วคือ การที่ Berkshire ประกาศว่าจะใส่เงินให้กับ Occidental เพื่อเข้าซื้อกิจการ Anadarko Petrolium Corp.   ปู่บอกว่า “นี่ไม่ใช่ดีลสุดท้ายแน่นอน และคาดหวังว่าดีลครั้งต่อไปจะมีขนาดมูลค่ามากกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 3 แสนล้านบาท”    “Berkshire มีปัญหาในการนำเงินสดในมือไปลงทุนต่อ แต่แน่นอนว่าถ้าโอกาสที่ใช่ มาเมื่อไหร่ Berkshire ก็พร้อมที่จะลุยลงทุนอยู่แล้ว”   และยืนยันว่า ถ้าใครก็ตามที่ต้องการเงิน (และเป็นธุรกิจที่ดี) เค้าสามารถโทรมาหาปู่บัฟเฟตต์ได้ในวันศุกร์บ่ายๆ แล้วนัดเจอกันวันเสาร์ แล้ววันอาทิตย์ก็สามารถปิดดีลได้เลย ============   35. การที่ Apple หันมาทำธุรกิจบัตรเครดิต ปู่มองว่าจะกระทบกับธุรกิจของ Amex ผู้นำธุรกิจเครดิตที่ปู่ถือหุ้นอยู่หรือไม่คะ?   ปู่บัฟเฟตต์อธิบายว่า ยังไงๆก็มีการแข่งขันมากมายอยู่แล้ว และก็มีคู่แข่งในธุรกิจเสมอๆ “ผมไม่คิดว่าธุรกิจบัตรเครดิตสามารถเติบโตได้แค่โมเดลเดียว”   อย่างที่เราทราบกันดีว่า Amex ขยายธุรกิจไปทั่วโลก ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีการแข่งขันมากมายเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ความเจ๋งคือยังสามารถบริหารจัดการ ให้เป็นบัตรที่ยังรักษาลูกค้าเดิมได้มากที่สุด   และแม้ว่าจะขึ้นค่าธรรมเนียม แต่ก็ยังรักษาลูกค้าเดิมไว้ได้ แถมยังสามารถเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ เพราะอย่าลืมว่าภาพลักษณ์ของ Amex คือเน้นกลุ่มลูกค้าตลาดบน ซึ่งยังเป็นตลาดที่ใหญ่มาก   “ตอนช่วงปี 1950 Amex เคยโด่งดังในด้านเชคสำหรับนักท่องเที่ยวซึ่งทำรายได้ได้อย่างมหาศาลอยู่แล้ว แต่สิ่งที่น่าทึ่งคือเค้าต่อยอดธุรกิจไปเจาะลูกค้าตลาดบนในตลาดบัตรเครดิต ซึ่งสร้างรายได้ได้มากมาย เป็นเรื่องราวที่น่าทึ่งมากๆครับ” “ผมดีใจที่ผมเป็นเจ้าของในสัดส่วน 18% ของหุ้น Amex”   สำหรับปู่มังเกอร์ ไม่มีความเห็นเพิ่มเติม ดูเหมือนแกจะนั่งเหม่อด้วย จนปู่บัฟเฟตต์ต้องหันไปเรียกชื่อ 2 ครั้ง (สงสัยปู่บัฟเฟตต์จะตอบยาวเกินไป 55) ============   36. ไม่มีสูตรสำเร็จในการคำนวณความเสี่ยง   ปู่บัฟเฟตต์บอกว่า เราไม่มีสูตรสำเร็จในการคำนวณเรื่องความเสี่ยงหลอกครับ แต่สิ่งที่เราทำคือ การประเมินทั้งความเสี่ยงและโอกาสที่จะทำกำไรในทุกๆดีลก่อนที่จะเข้าซื้อหุ้นทุกครั้ง   “บางครั้งเราก็ผิดพลาดบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ในอนาคตเราก็คงจะทำผิดพลาด เพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่การทำธุรกิจจะถูกต้องเสมอๆ”    “แต่เราก็ไม่คิดว่าผลลัพธ์จะเปลี่ยนถ้าหากมีคณะกรรมการมาช่วยคิดหลายๆคน หรือการที่ใช้ spreadsheet ของ excel มาช่วยคำนวณมากๆ”   ปู่ย้ำว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ แล้วคำนวณความเสี่ยงออกมา ว่าเราสามารถยอมรับได้หรือไม่ ============   37. ตลอด 60 ปีที่ผ่านมาที่คุณปู่บัฟเฟตต์และปู่มังเกอร์ทำงานร่วมกันมาเคยมีความขัดแย้งกันบ้างไหม   “ไม่เคยมีความขัดแย้งกันเลย เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมาก” ปู่บัฟเฟตต์บอกครับ ซึ่งปู่มังเกอร์เองก็เห็นด้วยและบอกว่าเราเข้ากันได้ดีมาก   ปู่บัฟเฟตต์เสริมว่า มีบ้างนะครับที่เราจะไม่เห็นด้วยในสิ่งที่อีกคนคิด แต่เราไม่เคยโกรธกัน ไม่เคยใช้อารมณ์ในการคุยกัน    “ผมยอมรับว่ามังเกอร์ฉลาดมากๆ แต่ก็มีหลายอย่างที่ผมใช้เวลาในการศึกษามากกว่าเช่นกัน และบางครั้งเราทั้งคู่ก็คิดว่าเราเป็นฝ่ายถูก แต่เราก็ไม่เคยทะเลาะกัน”   ปู่บัฟเฟตต์บอกว่า โชคดีมากที่รู้จักมังเกอร์ตอนอายุ 28 ปี และเราแบ่งหน้าที่ได้ดี “การมีคู่คิดธุรกิจดีที่ สำคัญไม่แพ้กับการที่มีคู่ครองที่ดี เพราะจะทำให้เรามีความสนุกในการทำงานและประสบความสำเร็จมากกว่าที่ทำคนเดียว”   “การสะสมเงินทองเป็นสิ่งที่ทุกคนทำ แต่การสะสมเพื่อนที่ดีก็เป็นสิ่งที่ควรทำไม่แพ้กัน” ============   38. เมื่อปู่ชาร์ลี มังเกอร์พูดถึงหลักปรัชญาของการลงทุนส่วนตัว   “ผมไม่ได้ลงทุนในดัชนีใดๆเลยครับ” “ผมตั้งใจเสมอที่จะถือหุ้นแค่ 2-3 ตัวก็พอละครับ” ปู่มังเกอร์บอกว่าไม่จำเป็นต้องถือหุ้น 50 ตัวในพอร์ตเลย ถ้าคุณรู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่   ปู่มังเกอร์เล่นมุขว่า “ผมหวังว่า ทายาทของผมจะแค่นั่งอยู่เฉยๆก็พอละ”    แต่ปู่บัฟเฟต์มานิ่งๆ แต่ฮา คือ “ส่วนทายาทของผมนะเหรอ เค้าหวังให้ผมเปลี่ยนพินัยกรรมมากกว่า” เท่านั้นแหละครับฮาทั้งห้อง เพราะอย่างที่เรารู้กันดีว่าปู่บัฟเฟตต์จะบริจาคเงินส่วนใหญ่ที่เค้าหามาทั้งชีวิตให้กับมูลนิธิ Bill Gates ============   39. ยังมีอีกหลายอย่างที่เราไม่รู้   “ผมมีความรู้ในหลายธุรกิจ แต่ก็มีอีกเยอะมากที่ผมยังไม่รู้ครับ”   นี่คือคำพูดของสุดยอดนักลงทุนระดับโลกอย่างปู่บัฟเฟตต์นะครับ “การที่เรารู้ว่า เรายังไม่รู้อะไรอีกมากมาย ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆนะครับ”    ปู่อธิบายเสริมว่า อย่าลืมว่าโลกของเรายังไงก็ต้องเปลี่ยน และโลกก็จะเปลี่ยนในทุกๆวัน   นั่นคือสิ่งที่ทำให้โลกของเรามีความน่าสนใจ เพราะนั่นหมายความว่าสิ่งที่เราเคยรู้ มันอาจจะไม่เพียงพอต่อการรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลกใบเดิมอีกต่อไป  ============   40. ชีวิตนี้ต้องมีข้อผิดพลาดบ้างแหละน่า   ปู่บัฟเฟตต์ให้ความเห็นว่า ปกติเราจะมีไอเดียในการทำธุรกิจ 10-12 ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อย่างแต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อย work หรอกครับแม้ว่าจะเปลี่ยนทีมผู้บริหารแล้วก็ตาม   ปู่มังเกอร์เสริมครับ “เราเคยล้มเหลวที่จะเปลี่ยนบริษัทขนมหวาน See’s Candies ให้กลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Mars หรือ Hershey’s” ปู่เล่นมุขต่อว่ามันก็เหมือนกับความล้มเหลวในการได้รางวัลโนเบล หรือการเป็นอมตะ มันยากเกินไป (คนฮาทั้งห้องเลยครับ)   ปู่บัฟเฟตต์เสริมว่า “แต่อย่าลืมว่า ตอนนั้นเราซื้อกิจการมูลค่า 25 ล้านเหรียญในปี 1972 ซึ่งถ้าเทียบกับผลตอบแทนที่ได้รับเป็นหลัก 2 พันล้านเหรียญ ก็ถือว่าดีมากๆแล้ว” ============   41. ชื่นชม Tod และ Ted ผู้จัดการกองทุนคนเก่งอย่างมาก   มีคนถามว่าทำไมหลังๆผลตอบแทนของพอร์ต Berkshire เริ่มต่ำกว่าดัชนี ปู่บัฟเฟตต์เจ๋งมากครับ รีบช่วยลูกน้องตอบแทน โดยบอกว่า “มีคนนึงที่ทำผลตอบแทนได้สูงกว่าดัชนี แต่อีกคนต่ำกว่าเล็กน้อย“   จริงๆแล้วทั้ง Tod และ Ted เก่งมากๆ เป็นคนหนุ่มไฟแรง และทำได้ดีกว่าตัวปู่เองด้วยซ้ำไป ทั้งคู่บริหารพอร์ตมูลค่าสูงกว่า 1.3 หมื่นล้านเหรียญ หรือกว่า 4 แสนล้านบาท   “ผมชื่นชมในตัวทั้งสองท่านอย่างมากครับ Todd เองก็ดูแลโปรเจคที่ทำร่วมกับ JPMorgan และ Amazon เพื่อลดค่ารักษาพยาบาลของทั้งสามบริษัท” ส่วน Ted ก็บริหารการลงทุนในส่วนอื่นๆที่สำคัญมากๆเช่นกัน   “ทั้งสองท่านช่วย Berkshire ได้เยอะมากจริงๆ ทำให้เรามีโอกาสลงทุนเพิ่มขึ้นได้อีกเยอะ และยังช่วยคัดกรองบริษัทดีๆ และเค้าจะเลือกลงทุนเฉพาะธุรกิจที่พวกเค้าเข้าจเท่านั้นครับ”    “อีกอย่างที่ผมชอบ คือ เค้าเป็นคนดี และมุ่งมั่นลงทุนในแนวทางนักลงทุนหุ้นคุณค่าอย่างไม่ย้อท้อ” “ผมไม่เคยสงสัยในความสามารถของทั้งคู่ และมังเกอร์เองก็ไม่เคยสงสัยในความสามารถของผมครับ”  (โห ลูกน้องได้ยินน่าจะดีใจที่มีเจ้านายแบบนี้)  ============   นอกจากจะได้ความรู้ธุรกิจ และการลงทุนแล้ว เรายังได้ปรัชญาในการใช้ชีวิตและการบริหารความรู้สึกของลูกทีมของเราด้วยนะครับ ชอบข้อไหนยังไง เข้ามาคอมเม๊นท์กันได้นะค้าบบบบ ============   ใครอยากอ่านตอนที่ 1, 2 และ คลิกที่รูปด้านล่างเลยครับ ============   ไม่อยากพลาด! อย่าลืมกดติดตามนะครับ  Line@: http://bit.ly/TAM-EIG_LINE Twitter: http://bit.ly/TAM-EIG_Twitter Youtube: http://bit.ly/TAM-EIG_Youtube ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและภาพจาก yahoo finance

สรุปประชุมผู้ถือหุ้น Berkshire Hathaway ปี 2019 [ตอนที่ 3]

ด่วน! สรุปปู่บัฟเฟตต์ประชุมผู้ถือหุ้นที่นักลงทุนรายย่อยไทยพลาดไม่ได้ ตอนที่ 3 โดยเพจ ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน   ปู่บัฟเฟตต์กับชาร์ลี มังเกอร์ ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเลยครับ พูดได้นานมากๆ มาลุยอ่านตอนที่ 3 กันต่อเลยครับ ============ 22. อะไรคือสิ่งที่คุณให้ความสำคัญมากที่สุดในชีวิตตอนนี้?   คำถามจะมีเป็นแนวปรัชญาในการใช้ชีวิตบ้างครับ ปู่มังเกอร์บอกว่า การมีชีวิตมากกว่านี้หน่อยนึง (ตอนนี้แก อายุ 95 ปีละครับ แต่ยังแข็งแรงอยู่เลยนะครับ)   ส่วนปู่บัฟเฟตต์ตอบว่า มีอยู่ 2 อย่างที่เงินไม่สามารถซื้อได้ นั่นคือ เวลาและความรัก นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องมีเงินเยอะพอสมควร   “เพราะถ้าเรามีเงินมากพอ เราก็จะสามารถทำอะไรก็ตามที่เราชอบได้ (โดยที่ไม่ต้องกังวลอะไร)” ============   23. ทำไม Berkshire ถึงไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลตอบการดำเนินงานของพอร์ตหุ้น   ปู่บัฟเฟตต์ตอบว่า “เราไม่ได้ทำธุรกิจประเภทที่จะต้องอธิบายรายละเอียดทุกเม็ดว่า ทำไมเราถึงซื้อหุ้นตัวนั้น ตัวนี้”   และขยายความเพิ่มเติมว่า หลายครั้งคนที่อยากได้ข้อมูลเพิ่มจริงๆแล้วเป็นนักวิเคราะห์ต่างหากแหละครับ เพราะเป็นกลุ่มที่ต้องการรายละเอียดทุกเม็ด ซึ่งไม่จำเป็นสำหรับนักลงทุนรายย่อย   โดยมองว่าการเขียนรายงานประจำปีของ Berkshire อาจจะไม่ได้ทำให้ทุกคนเข้าใจในทุกสิ่งทุกอย่างที่ Berkshire เป็นเจ้าของก็ตาม แต่ก็เข้าใจเกี่ยวกับวิธีคิดและบริหารจัดการ (ซึ่งมากพอสำหรับการวิเคราะห์ธุรกิจแล้ว)   “ผมไม่รู้หรอกว่าเราให้ผลตอบแทนที่มากกว่าตลอดหรือป่าว แต่ขอให้มั่นใจเลยว่าเราทำธุรกิจในแบบที่ตอบสนองความต้องการของผู้ถือหุ้นใส่เงินทั้งหมดที่มีอยู่ใน Berkshire” ============   24. มีคำถามนึงน่าสนใจจากหนูน้อยอายุ 9 ขวบ ที่มาที่งานประชุมผู้ถือหุ้นรอบนี้เป็นรอบที่ 3 แล้ว   ปู่แซวว่า มาบ่อยขนาดนี้ งั้นแสดงว่าน้องน่าจะรวยแล้วนะ (เรียกเสียงฮือฮาได้อีกตามเคยครับ สังเกตว่าปีนี้มีคำถามจากเด็กๆเยอะเหมือนกันครับ)   “Berkshire Hathway จะปรับตัวพัฒนาโมเดลที่จะเพิ่ม Moats แล้วก็ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้นไหมคะ?”   ปู่ตอบอย่างอารมณ์ดีว่า Berkshire จะพยายามมองหาบริษัทที่มี moats ป้อมปราการที่แข็งแรง มีขีดความสามารถในการแข่งขัน   เป็นหุ้นที่คู่แข่งเข้ามาแข่งขันยาก ซึ่งนั่นเป็นหลักปรัชญาการลงทุนของ Berkshire ที่ใช้มานานอยู่แล้ว   “พวกเราไม่อยากที่จะพยายามชนะเกมใดๆ ที่พวกเราไม่เข้าใจ” “แต่เราก็จะพยายามอย่างดีที่สุด ที่จะเพิ่มขอบเขตความรู้ ความเข้าใจในหลายๆธุรกิจมากขึ้น เพื่อที่เราจะไม่ได้พลาดโอกาสในการลงทุนไปอย่างน่าเสียดาย”   (ปู่จะลงทุนเฉพาะในสิ่งที่ปู่เข้าใจเท่านั้นครับ อันไหนไม่เข้าใจก็จะยอมปล่อยผ่านไป เพราะฉะนั้นเพื่อไม่พลาดโอกาสในการลงทุนปู่เองก็ต้องหาความรู้ใหม่ๆเพิ่มเติมตลอดเวลานั่นเองครับ)   ปู่มังเกอร์ เสริมสั้นๆว่า เราจะพยายามพัฒนาต่อไปครับ ============   25. คุณปู่มองว่าใครที่จะเป็นคู่แข่งของบริษัทประกันรถยนต์ที่คุณปู่ถือหุ้นเยอะๆอย่าง Geico   ถ้าเป็นผู้บริหารทั่วไปคงจะตอบว่าไม่มี แต่ปู่บอกว่า มีนะครับ นั่นคือบริษัทที่ชื่อว่า Progressive Corp. (หนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการประกันรถยนต์สหรัฐครับ) “Gieco เป็นบริษัทที่บริหารจัดการดีมากครับ ในขณะเดียวกันบริษัท Progressive ก็บริหารธุรกิจได้ดีเยี่ยมไม่แพ้กันเลย”   “เดี๋ยวพวกเราก็คงจะเห็นแหละครับว่า อีก 5-10 ปีนับจากนี้ใครจะเป็นผู้ขนะ” ดูเหมือนว่าปู่จะค่อนข้างชื่นชมแนวทางการเติบโตของ Progressive อย่างมากครับและมองว่าหลายครั้งผู้นำธุรกิจทั้งสองนี้ก็มักจะลอกเลียนแบบกลยุทธ์ซึ่งกันและกัน   “แต่มองว่า Geico ยังมีความได้เปรียบอยู่บ้างในด้านอัตราส่วนค่าใช้จ่าย expense ratio” คุณ Ajit (ทายาทธุรกิจที่มีโอกาสมาเป็น CEO แทนปู่บัฟเฟตต์) ช่วยเสริมปู่ครับ   แต่ถ้าเป็นอัตราส่วน Loss ratio หรือ สัดส่วนของค่าสินไหมทดแทนต่อค่าเบี้ยประกันภัย ต้องยกให้ Progressive ที่ทำได้ดีกว่า “ตอนนี้ Geico กำลังมีโครงการอะไรบางอย่าง ซึ่งหวังว่าถ้าทำสำเร็จจะช่วยทำให้มีผลงานใกล้เคียงกับ Progressive ได้” คุณ Ajit พูดปิดท้ายครับ ============   26. อีกหนึ่งคำถามที่น่าสนใจคือแนวทางในการลงทุนในธุรกิจสาธารณูปโภคพื้นฐานว่า ควรเน้นลงทุนให้เติบโตมากกว่านี้หรือไม่?   ปู่ขอให้ Greg Abel ซึ่งเป็นอีกคนหนึ่งที่ถูกเก็งว่ามีโอกาสขึ้นมาเป็น CEO ของ Berkshire ตอบแทนครับ   คุณ Greg ตอบว่า “ตอนนี้ Berkshire Hathaway Energy เน้นการลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทนใน Iowa แต่ก็กำลังมองหาโอกาสในการลงทุนเพิ่มในหุ้นสาธารณูปโภค เช่น PacifiCorp, NV […]

สรุปประชุมผู้ถือหุ้น Berkshire Hathaway ปี 2019 [ตอนที่ 2]

ด่วน! สรุปปู่บัฟเฟตต์ประชุมผู้ถือหุ้นที่นักลงทุนรายย่อยไทยพลาดไม่ได้ ตอนที่ 2 โดยเพจ ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน   มันส์มากๆครับ ได้ความรู้กันไปเต็มๆ (แหม… ขนาดอายุเท่านี้แล้ว ยัง active สุดๆ น่าชื่นชมมากครับ) มาลุยอ่านตอนที่ 2 ต่อกันเลยครับ ============   11. มุมมองเกี่ยวกับธุรกิจเฟอร์นิเจอร์เป็นอย่างไร?   “ไม่แน่ใจว่าบริษัทเฟอร์นิเจอร์บางราย อย่าง Wayfair จะเป็นอย่างไร หลังจากที่ยอมขาดทุนเพื่อให้ลูกค้ามาซื้อสินค้ามากขึ้น” (ไม่แน่ใจว่าเป็นการทำโปรโมชั่น ลดแลก แจกแถม หรือป่าว)   ปู่บัฟเฟตต์บอกว่า วิธีนี้กำลังทำร้ายค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ 4 รายในระยะสั้น แต่เค้าไม่รู้ว่าโมเดลธุรกิจแบบนี้จะดีในระยะยาวหรือป่าว “ยังมีโอกาสประสบความสำเร็จอยู่บ้าง” แต่มั่นใจว่าธุรกิจที่ Berkshire ลงทุนอยู่น่าจะมีความสามารถในการแข่งขัน   “การให้ลูกค้ามารับสินค้าที่หน้าร้าน จะทำให้เราเรียนรู้ว่าลูกค้าชอบอะไร หรือไม่รู้อะไร” นี่คือสิ่งที่มองว่าเป็นข้อได้เปรีบครับเพราะเราจะเรียนรู้ได้ว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นยังไง   “ตอนนี้ Nebraska Furniture Mart (บริษัทที่ปู่ลงทุนอยู่) ทำกำไรได้มากถึง 9.3 ล้านเหรียญ ทั้งๆที่มีทุนจดทะเบียนเริ่มต้นแค่ 2,500 เหรียญ และไม่เคยเพิ่มทุนเลย” ปู่เลยบอกว่า น่าจะเป็นการลงทุนที่ดีเลยแหละ ============   12. ชื่นชม Jeff Bezos อภิมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลก   “การที่เราไม่ได้ลงทุนในหุ้น Amazon ตั้งแต่ช่วงแรกๆ (ก่อนที่ราคาหุ้นจะวิ่งเป็นม้า)” ปู่ ชาร์ลี มังเกอร์ ตอบทันทีว่า “เฮีย Jeff Bezos เก่งมาก เหมือนเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์”   ปู่บัฟเฟตต์เสริมว่า การที่ Berkshire เข้าไปลงทุนในหุ้น Amazon เมื่อไม่นานมานี้ ไม่ได้เปลี่ยนหลักการของการเป็นนักลงทุนหุ้นคุณค่าแต่อย่างใด   ปู่เคยพูดอยู่ครั้งนึงครับว่า เค้าชื่นชมเฮีย Jeff Bezos มากๆ “ผมเป็นแฟนคลับของคุณ Bezos เลยแหละ และผมเสียดายมากที่ไม่ได้ซื้อหุ้น Amazon ก่อนหน้านี้”   ปู่บอกว่า เค้าเคยเจอเฮีย Bezos ครั้งแรกเมื่อ 20 ปีที่แล้ว และรู้อยู่แล้วว่าคนคนนี้ เป็นคนมีของ เป็นคนที่พิเศษมากๆไม่เหมือนคนอื่น   แต่ก็ยอมรับว่าไม่เคยคาดคิดว่า จากเดิมที่ขายหนังสือออนไลน์ จะสามารถขยายธุรกิจมาขายของทุกอย่างบนโลกใบยนี้ได้ อย่างทุกวันนี้ครับ ============   13.คำถามที่น่าสนใจอีกอย่างคือ “ถึงจุดจบของแนวคิดการลงทุนแบบหุ้นคุณค่าแล้วหรือยัง?”   อย่างที่เราเห็นแหละครับว่าสไตล์การลงทุนหลังๆของ Berkshire เริ่มเปลี่ยนไปแล้ว เริ่มซื้อหุ้นเทคโนโลยีมากขึ้น   “การลงทุนทุกอย่าง ยังเป็นไปตามหลักคิดของนักลงทุนหุ้นคุณค่า” ปู่บอกครับ และย้ำว่าราคาหุ้นในกระดานไม่ควรเป็นเพียงปัจจัยเดียวในการพิจารณาว่าเป็นการลงทุนหุ้นคุณค่าหรือไม่   โดยปู่บอกว่า ตัวเค้ายังมั่นใจในตัว Ted และ todd ที่เป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ที่เข้ามาตัดสินใจในการลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีหลายๆตัว   “ผมยังเชื่อใจพวกเค้า และไม่เคยลังเลเกี่ยวกับแนวทางการลงทุนของพวกเค้าเลยแม้แต่น้อย” “เพราะพวกเค้าพยายามมองหาในสิ่งที่พวกเค้าเข้าใจ และเป็นธุรกิจที่จะศักยภาพในการพัฒนาไปได้อีกมาก”   คุณปู่ชาร์ลี มังเกอร์ เสริมว่า สิ่งที่เค้าเสียใจ ไม่ใช่การที่ไม่ได้ซื้อหุ้น Amazon ตั้งแต่ไม้แรกๆนะครับ แต่เป็นหุ้น Google ต่างหาก   ปู่เองก็พยักหน้าเห็นด้วยครับ พร้อมบอกว่า เราเห็นชัดแล้วว่า บริษัทลูกของเราอย่าง Geico ซื้อโฆษณา goole มากมายแค่ไหน แต่เราก็ไม่ได้ซื้อหุ้น google และนั่นคือข้อผิดพลาดอย่างหนัก ============   14. แนะนำให้กองทุนบำเหน็จ บำนาญ pension fund พิจารณาการลงทุนให้ดี   เป็นคำถามที่ตึงเครียดเหมือนกันครับ ตอนนี้จะเห็นว่าระยะหลังกองทุนบำเหน็จ บาญ ของสหรัฐเข้าไปลงทุนใน private equity และ hedgefund เยอะมากขึ้นหลายเท่าตัวตลอด สิบปีที่ผ่านมา   “ผมคงจะไม่ตื่นเต้นอะไรมากมาย กับสิ่งที่เรียกว่าการลงทุนทางเลือกครับ” ปู่บอกครับ   แต่สิ่งที่ปู่เตือนคือ ตอนนี้เราจะเห็นว่าบางกองทุน private equity และ […]

สรุปประชุมผู้ถือหุ้น Berkshire Hathaway ปี 2019 [ตอนที่ 1]

สรุปประชุมผู้ถือหุ้น Berkshire Hathaway ปี 2019 โดยเพจ ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน   เป็นประจำทุกปีครับ เรามีนัดกับปู่บัฟเฟตต์และปู่ชาร์ลี มังเกอร์ ที่จะมาเล่าให้ฟังหลายเรื่อง ทั้งภาพรวมตลาด, มุมมองเศรษฐกิจ และแนวคิดการลงทุนที่เราควรอ่าน ถ้าอยากเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ   ปีนี้ยังแข็งแรงทั้งคู่และยังมีอารมณ์ขันเช่นเคยครับ (แต่พลังเสียงดูอ่อนแรงไปเยอะเลยครับถ้าเทียบกับปีที่ผ่านๆมา พูดไป หายใจแรงๆไป เอาใจช่วยนะครับปู่บัฟเฟตต์)   มาลุยอ่านกันยาวๆ ผมรับรองว่าอ่านแล้วเราจะเก่งขึ้นไม่มากก็น้อยครับ ที่นี่ที่เดียวครับ =========== 1. ปู่เริ่มจากการประกาศผลประกอบการของแกก่อนครับ   ไตรมาสล่าสุด Berkshire มีกำไรสูงถึง 2.166 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 7 แสนล้านบาท เทียบกับปีที่แล้วที่ขาดทุนขาดทุนไป 1.14 พันล้านเหรียญ หรือ 4 หมื่นล้านบาท   “การที่ผลประกอบการเหวี่ยงขนาดนี้เป็นผลจากกฏเกณฑ์ทางบัญชี ที่ต้องรายงานหุ้นที่ปู่ขาดทุน หรือกำไร ทั้งๆที่กแกยังไม่ได้ขาย” คุณปู่อธิบายครับ   ปู่เน้นย้ำครับ “นักลงทุนไม่ควรมองแต่กำไร บรรทัดสุดท้าย” “โดยให้เน้นดูผลกำไรจากการดำเนินงานแทน”   “ผลประกอบการปีนี้ ไม่ได้รวมกำไรจาก Kraft Heinz ผู้ผลิตซอสมะเขือเทศชื่อดัง เพราะ Kraft Heinz ไม่ได้รายงานผลประกอบการกับกลต.”   ตอนที่แกซื้อหุ้นนี้ สัดส่วน 26.7% ใน Heinz ในปี 2015 ค่อนข้างฮือฮาครับ แต่ดูตอนหลังๆจะไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ (มีช่วงนึงที่ทำผิดทางบัญชี) ============ 2. Berkshire ประกาศซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1.7 พันล้านเหรียญหรือ 5 หมื่นล้านบาท (ปีนี้ถูกถามเยอะมากๆ)   ตอนนี้มีเงินสดล้นมือกว่า 1.142 แสนล้านเหรียญ หรือ 3.4 ล้านล้านบาทเลยมีคนตั้งคำถามนี้กับปู่ครับ “ทำไม Berkshire ไม่ซื้อหุ้นคืนมากกว่านี้”   “ต่อให้เรามีตัง 1 แสนล้านเหรียญ หรือ 2 แสนล้านเหรียญก็ตาม เราจะไม่ยอมเปลี่ยนแนวทางในการซื้อหุ้นคืน”   “ก่อนหน้านี้เราจะดู book value แต่ตอนนี้เป็นวิธีที่ล้าสมัยแล้วละ”   เราจะซื้อหุ้นก็ต่อเมื่อราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน (หลังจากผ่านการวิเคราะห์อย่างอนุรักษ์นิยม) หรือถ้าไม่สามารถหาหุ้นที่ดีกว่าได้   โดยปู่มั่นใจว่าการซื้อหุ้นคืนในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ดีต่อผู้ถือหุ้นแน่นอน   “ถ้าหุ้นเราถูกมาก เมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน เราจะไม่ลังเลที่จะซื้อเลย เราสามารถจัดหนักได้ 1 แสนล้านเหรียญได้แบบสบายๆ” ปู่เสริมครับ   (สังเกตว่า ระหว่างที่ปู่พูด ปู่ชาร์ลีเคี้ยวขนมๆไปด้วย กินโค้กไปด้วย เป็นภาพที่น่ารักไปอีกแบบครับ 55)   และปู่ชาร์ลี ตอบคำถามสั้นเหลือเกิ๊นครับ “เราจะมีอิสระมากขึ้นในนโยบายการซื้อหุ้นคืน” พูดแค่นี้แล้วจบ คนก็ฮาทั้งห้องประชุมเลยครับ ============ 3. มีคำถามเกี่ยวกับธุรกิจรถไฟ (ที่ปู่ซื้อมานานแล้ว)   “ธุรกิจรถไฟ ทำธุรกิจแบบเดิมมานานมากๆแล้วครับ มากกว่า 100 ปีแล้ว” “ก่อนหน้านี้รถไฟจะรอสิ่งของ ขนของมาที่รถไฟ แล้วก็ออกจากสถานีรถไฟ ตอนที่ลูกค้าพร้อม”   แต่ตอนนี้แนวทางการทำธุรกิจเริ่มเปลี่ยนครับ เริ่มที่จะเหมือนกับเครื่องบิน ที่ได้มีการกำหนดเวลาในการออกจาก สถานีรถไฟล่วงหน้า นั่นหมายความว่า สินค้าเกษตร, แร่ธาตุ ต้องพร้อมที่สถานีรถไฟ ไม่งั้นก็ต้องตกรถไฟ   วิธีนี้เรียกว่า PSR (precision-scheduled railroading) หรือการกำหนดเวลารถไฟแบบเปะๆ   คำถามคือ ”BNSF หุ้นรถไฟที่ปู่ถืออยู่นั้น จะหันมาใช้วิธีนี้ไหม” ปู่ตอบทันทีว่า “เราไม่มีแนวทางในการคัดลอก อะไรก็ตามที่ประสบความสำเร็จ”   “เราจะทำอะไร ก็ต่อเมื่อเราเห็นว่า เป็นสิ่งที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดี” “และเป็นการทำให้กระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น” “แต่เราจะไม่คัดลอกใคร (คู่แข่ง) เด็ดขาด“ ปู่ย้ำครับ ============ 4. ยังมีคำถามเกี่ยวกับธุรกิจรถไฟ เพราะกลัวว่าจะมีรูปแบบการขนส่งอื่นๆที่จะมาแทนที่   “ตอนนี้เรายังไม่เห็นว่ารูปแบบการขนส่งแบบไหนที่จะสามารถมาแทนที่รถไฟในด้านการขนส่งได้” “เราเห็นว่าตอนนี้เรา (ธุรกิจรถไฟ) มีประสิทธิภาพมากขึ้นในทุกๆปี” “ถ้าคนจะมองว่ารถไร้คนขับจากเข้ามาทำให้รถไฟ สูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ในการขนส่งสินค้า”   “ต้องอย่าลืมว่ารถไฟขนส่งสินค้ามากกว่าทุกรูปแบบการขนส่งในโลกใบนี้ โดยเฉพาะการขนส่งของหนัก […]

Subscribe & Follow