Subscribe & Follow:

Opportunity Day

สรุป Opp Day บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) สำหรับงบปี 2561

สรุป Opp Day บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) สำหรับงบปี 2561 Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm ===========   INTUCH ทำธุรกิจอะไรครับ? เป็นบริษัท holding company ที่ถือหุ้นในธุรกิจสื่อสารและโทรคมนาคมเป็นหลัก (ADVANC ,THCOM , CSL) ===========   จุดเด่นอยู่ที่เงินปันผล เงินปันผลถือว่าเป็นจุดขายของเค้าเลยแหละครับ “INTUCH ประกาศจ่ายเงินปันผลทั้งปี 2.71 บาท หลักๆรับมาจาก ADVANC และ THAICOM ขายหุ้น CSL แล้วจ่ายเงินปันผลออกมา” ผู้บริหารอธิบายให้ฟังครับ ===========   ผลประกอบการเติบโต 8% “กำไรโดยภาพรวมปี 2561 อยู่ที่ 11,491 ล้านบาท เติบโต 8% หลักๆมาจากการขายหุ้น CSL แต่ถ้ามองเฉพาะธุรกิจหลักเป็นลักษณะทรงๆ ไม่เติบโตมากนัก” ตั้งงบลงทุน 20,000-25,000 ล้านบาท มาเจาะดูบริษัทลูกกันครับ เริ่มจาก ADVANC ธุรกิจหลักของ ADVANC เติบโตหมด ทั้งโทรศัพท์มือถือ (โต 1.3%), ธุรกิจ broadband (+42%), ธุรกิจบริการอื่นๆ เติบโต 77% สำหรับกำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย เพราะมีค่าเสื่อมจากการลงทุนโครงข่าย และใบอนุญาต ในขณะที่หนี้สินลดลงเล็กน้อยทั้งๆที่มีการลงทุนมากมาย ยอดสมัครสมาชิกเพิ่มมากขึ้น (ปัจจุบันสัดส่วนรายได้แบ่งเป็น postpaid 43%, prepaid 57%) ปัจจุบันมีลูกค้า 41 ล้านราย เพิ่มขึ้น 1 ล้านราย   สำหรับธุรกิจ Broadband เติบโตหนักมาก 42% “ตอนนี้มีบริการ 57 จังหวัด และกำลังขยายเครือข่ายมากขึ้น” ส่วนธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงนั้น เอไอเอสมีลูกค้าไฟเบอร์เพิ่มขึ้น 209,300 ราย เป็น 730,500 ราย สำหรับ Digital Services เติบโตจากการเข้าซื้อกิจการของ CSL ทำให้มีศักยภาพในการให้บริการลูกค้าองค์กรดีขึ้น เช่น การให้บริการอินเทอร์เน็ตแก่ลูกค้าองค์กร (EDS) รวมถึงบริการคลาวด์ (Cloud) ส่วนวิดีโอ AIS PLAY มีลูกค้าใช้งานกว่า 1.7 ล้านราย และแพลตฟอร์มการทำธุรกรรมทางการเงินบนมือถือ (Mobile Money) ผ่านแรบบิท ไลน์ เพย์ ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 850,000 ราย ===========   สำหรับ Thaicom ผลประกอบการน่าสนใจหรือไม่? รายได้ของ Thaicom ลดลง 10% เนื่องจากการแข่งขันหนักขึ้น ในขณะที่ EBITDA ลดลงกว่า 16% แต่เหตุผลที่กำไรเติบโตสูงขึ้นเป็นเพราะการบริหารจัดการด้านต้นทุน และค่าเสื่อมที่ลดลง มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานในปี 2561 ที่ 230 ล้านบาท จากการขายหุ้นใน CSL เป็นหลัก ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานปกติฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ 140 ล้านบาท ในขณะที่อัตราการใช้งานดาวเทียม utilization rate 59% “Thaicom พยายามรักษาลูกค้าเดิมเอาไว้ นั่นคือ True” และพยายามมองหาลูกค้าในเมียนมา และในแอฟริกามากขึ้น   นอกจากนี้ Thaicom ยังถือหุ้น LTC ผู้นำผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ใน สปป.ลาว (คล้ายๆ ADVANC) ในขณะที่การเป็นพันธมิตรกับบริษัทระดับโลกจะช่วยลดต้นทุนได้ในอนาคต โอกาสเติบโตยังมีคือ การหาลูกค้ามาใช้งานดาวเทียมมากขึ้น และตอนนี้เป็นที่ปรึกษาดาวเทียมในบังคลาเทศ และสามารถต่อยอดธุรกิจ AI, Drone ในอนาคตได้ ไทยคม 4-5 อายุใกล้หมดอายุสัมปทาน แต่มีแนวโน้มต่ออายุได้ จุดที่น่าสนใจ คือรายได้จากการขายของ High shopping […]

สรุป Opp Day โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง (WPH) สำหรับ Q2 2561

สรุป Opp Day โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง (WPH) สำหรับ Q2 2561 Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm =========== WPH ทำธุรกิจอะไรครับ? ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดตรัง โดยมีลูกค้าหลัก 2 ประเภท คือ ผู้ป่วยเงินสด และผู้ป่วยบริษัทคู่สัญญาและบริษัทประกัน ก่อตั้งตั้งแต่ปี 2534 แต่เริ่มทำธุรกิจในรูปแบบคลินิกตั้งแต่ปี 2500 ปัจจุบันมี 120 เตียง มีจำนวนห้องตรวจ 34 ห้อง โดยมี 2 บริษัทย่อย: โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ อ่าวนาง ที่จังหวัดกระบี่ , รพ.วัฒนแพทย์ สมุย ตอนนี้วางแผนก่อสร้างที่ เกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี=========== มาดูประวัติ WPH ครับ เริ่มจากคลินิกเล็กๆ ที่จังหวัดตรัง นับตั้งแต่ปี 2500 2505: ให้บริการในรูปแบบสถานพยาบาลขนาด 10 เตียง ในชื่อ “โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ตรัง” 2518: ขยายเป็น 25 เตียง 2559: จัดตั้ง บริษัท รพ.วัฒนแพทย์ อ่าวนาง 2562: มีโครงการเปิด รพ.วัฒนแพทย์ สมุย ในช่วงไตรมาสที่ 4 2563: โครงการขยาย รพ.วัฒนแพทย์ ตรัง =========== รายได้มาจากไหนเอ่ย? ผู้ป่วยใน: 66% ผู้ป่วยนอก: 34% หากพิจารณาข้อมูลใช้บริการแล้วจะพบว่า รายได้จากผู้ป่วยในสูงกว่าเยอะครับ โดยเฉลี่ยแล้ว ค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยในอยู่ที่คนละ: 35942 บาท (เพิ่มขึ้น 8.5%) ผู้ปวยนอก: 2007 บาท ต่อคน (เพิ่มขึ้น 10.7%)   =========== รายได้จากการให้บริการ ชาวต่างชาติคิดเป็นสัดส่วน 20.5% =========== แต่ถ้าหากแยกเป็นสัดส่วนกลุ่มลูกค้า จะเห็นว่ามีหลายแบบครับ กลุ่มลูกค้าเงินสดคิดเป็น 44%, กลุ่มลูกค้าสินเชื่อ 56% (บริษัทคู่สัญญา, ประกันชีวิต (75-80%), พรบ., กยท.) =========== ผลการดำเนินงานของ WPH เติบโตหนักมาก มีสินทรัพย์ 951 ล้านบาท หนี้สิน 85 ล้านบาท D/E: 0.1 เท่า รายได้ครึ่งปีแรกเติบโต 13.3% แต่กำไรโตหนักมาก 78.7% ต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น แต่ยังคุมได้ดีทำให้ Gross Profit เพิ่มเล็กน้อย เหลือ 32.3% “ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหลักๆแล้วมาจากการเตรียมตัว เปิดโรงพยาบาลใหม่ที่อ่าวนาง โดยตอนนี้ได้จ้างแพทย์มาทำงานที่ตรังก่อน” “เมื่อรพ.อ่าวนางเสร็จในไตรมาสที่ 4 ก็จะย้ายแพทย์ไปที่ใหม่เลย” ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงบอกครับ คุณ เชน เหล่าสุนทร =========== โรงพยาบาล WPH มีชื่อเสียงหลายด้าน โรคหัวใจ, อายุรกรรมสมองและประสาท, ทางเดินอาหารและตับ, แผนกอุบัติเหตุ (แต่ถ้า) WPH ไม่ได้จับตลาดลูกค้าประกันสังคม =========== โครงการอนาคต: โครงการก่อสร้าง รพ. วัฒนแพทย์อ่าวนาง จ.กระบี่ : มีแพทย์เฉพาะทางครบ “ตั้งเป้าอยากจะดูแลคนไทย และนักท่องเที่ยว” มองว่าเป็นโอกาสเพราะตอนนี้นักท่องเที่ยวเยอะขึ้นมาก แต่มีรพ.ในตัวเมืองแค่ รพ.เดียว เลยอยากสร้างรพ.ที่นี่เลย คาดการณ์ว่า ธ.ค. น่าจะสร้างเสร็จ ตอนนี้อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตจากทางภาครัฐด้วย แต่มองว่า จะคืนทุนมากกว่า รพ.อื่น (payback period 10 ปี และมี IRR 16%) เพราะนักท่องเที่ยวมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุมากกว่า และอาจจะทานอาหารแล้ว ไม่ถูกปาก ท้องเสียได้ รพ.สวยมาก เพราะอยู่ใกล้ […]

สรุป Opp Day เอกชัยการแพทย์ (EKH) สำหรับ Q2 2561

สรุป Opp Day เอกชัยการแพทย์ (EKH) สำหรับ Q2 2561 Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm =========== EKH ทำธุรกิจอะไรครับ? จัดตั้งนับตั้งแต่ปี 2546 แต่เริ่มดำเนินการธุรกิจโรงพยาบาลในปี 2550 ปัจจุบันมีจำนวนเตียงที่เปิดให้บริการ 82 เตียง และมีห้องตรวจทั้งหมด 38 ห้อง สามารถรองรับผู้ป่วยนอกได้ถึง 716 คนต่อวัน โดยเน้นให้บริการทางการแพทย์บริเวณจังหวัด สมุทรสาคร ช่วงแรก EKH เข้าร่วมโครงการประกันสังคมกับสำนักงานประกันสังคม แต่การแข่งขันสูง เลยยกเลิกการเข้าร่วมโครงการประกันสังคมในปี 2554   และเปิดศูนย์สำหรับผู้มีบุตรยากในปี 2561 นี้ =========== มาดูโครงสร้างรายได้ของ EKH กันครับ เป็นรายได้ผู้ป่วยนอก 53% (มองว่าโอกาสเติบโตยังมี), รายได้จากผู้ป่วยใน 47% แต่โดยปกติแล้วจะเป็นสัดส่วนไม่ต่างกัน แต่เมื่อแยกตามศูนย์จะพบว่า 1.ศูนย์ฉุกเฉิน ทำเงินมากที่สุด ถึง 30% (รพ.ตั้งอยู่บริเวณถนนเอกชัย โดยมีโรงงานบริเวณนั้นเป็นจำนวนมากทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง) 2.กุมารเวช: 19.6% 3.อายุรกรรม: 14% 4.สูติ นรีเวช: 6.27% =========== ธุรกิจโรงพยาบาลยังมีโอกาสเติบโตจากหลายปัจจัย 1.ผู้บริโภคมีความเข้าใจด้านสุขภาพมากขึ้น 2.ผู้บริโภคมีอายุยืนขึ้น 3.ความต้องการเพิ่มเติมด้านศัลยกรรมความงาม 4.นโยบายส่งเสริมประเทศไทยให้เป็น medical hub 5.ความต้องการทางการแพทย์เพิ่มมากขึ้น =========== ผลการดำเนินงาน Q2 ปกติจะเป็นช่วง Low season ของโรงพยาบาล เหตุผลหลักๆคือ มีวันหยุดเยอะ, ช่วงเด็กปิดเทอมเป็นต้น แต่ปีนี้ EKH ทำผลงานได้ดี “Q2 ปีนี้ทำรายได้ไป 146 ล้านบาท เติบโตจากปีที่แล้ว 20%”  “แต่กำไรเติบโตมากถึง 90%” ผู้บริหารเอกชัยการแพทย์บอกครับ ในขณะที่ตอนนี้บริษัทไม่มีหนี้ ทำให้สถานะการเงินแข็งแรงมาก  D/E: 0.1x ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้ทางการค้า สำหรับ Groos Profit Margin: 36.67% เพิ่มขึ้นจากสถิติในอดีตที่ผ่านมาจะอยู่ที่ประมาณ 30-32% แม้ว่ารายได้และกำไรโตดีขึ้น แต่ SG&A กลับคงที่ประมาณ 18-19% Net Profit Margin: 15.35% เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยในอดีตจะอยู่ที่ประมาณ 13-15% ส่วน ROE: 5.62% ในขณะที่จำนวนคนไข้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ 4.38% =========== เป้ารายได้เป็นยังไงครับ? “เป้ารายได้ใหม่ปีนี้เติบโต 15% จากเดิมคาดว่าเติบโต 10% ทำสถิติสูงสุดใหม่” ถามว่าหลักๆจะเติบโตจากอะไร? คำตอบคือ 1.การรับรู้รายได้มาจากศูนย์ผู้มีบุตรยาก หรือศูนย์เด็กหลอดแก้ว (IVF) ที่ให้บริการตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาโดยเน้นกลุ่มลูกค้าจีน คาดว่าทั้งปีจะมีลูกค้า IVF ประมาณ 150 ราย จากเดิมที่คาดว่า 120 ราย 2.ครึ่งปีหลังเป็นไฮซีซั่นทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน เพราะเป็นช่วงฤดูฝนส่งผลให้ผู้ป่วยกลุ่มเด็ก โดยเฉพาะโรคระบาดอย่างไวรัส RSV มีเข้ามาเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้อัตราการใช้เตียงเพิ่มขึ้นเกือบ 100% จากเดิมเฉลี่ยอยู่ที่ระดับประมาณ 85% =========== โครงการอนาคตที่นักลงทุนต้องติดตาม 1.การขยายศูนย์ผู้มีบุตรยากสาขาพระราม 9 อยู่ในระหว่างการตกแต่งอาคาร ใช้งบ 15 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ ในช่วงแรกจะรองรับลูกค้าและส่งไปที่โรงพยาบาลเอกชัย แต่ในระหว่างนั้นจะทำการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ เพื่อพร้อมผ่าตัด และสามารถดำเนินการได้เต็มที่ช่วงสงกรานต์ปีหน้า ทั้งนี้สามารถรองรับลูกค้าได้ 40-50 ราย/เดือน และคาดว่าจะใช้งบลงทุนทั้งสิ้นรวม 50 ล้านบาท “เบื้องต้นเราอยากให้คนจีนลองมาใช้บริการที่รพ. ก่อน โดยจะเน้น Agency จากประเทศจีน” ผู้บริหารมีความมุ่งมั่นพัฒนาด้านนี้อย่างมากครับ (ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ 10%   ของทั้งบริษัท) “โดยมีจุดแข็งที่ประสบการณ์ของแพทย์ ที่มีประสบการณ์สูงมาก และราคาไม่แพงเกินไป” 2.ส่วนอาคารศูนย์กุมารเวชแห่งใหม่ 5 ชั้น คาดใช้เงินลงทุนเพิ่มเป็น 280 ล้านบาท (ใช้เงินจาก IPO) […]

สรุป Opp day บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย [JKN] Q2-2561

สรุป Opp Day JKN (บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย) สำหรับ Q2-2561 Facebook: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน By บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPT TM ========================= JKN ไฮไลท์: ครึ่งปีแรกของปีนี้ มี Gross Profit Margin 41.5% กำไรเพิ่มขึ้น 68% JKN มีอัตรากำไรสุทธิ 9% Backlog อยู่ที่ 292 ล้านบาท ละครไทยของช่อง 3: JKN นำไปขายต่างประเทศ ที่ฟิลิปปินส์ประเทศเดียวคาดว่า 100 ล้านบาท ปิดการขายได้แล้ว 1 ช่อง และอยู่ระหว่างการเจรจาอีก 2 ช่อง ประโยคเด็ดจากผู้บริหาร “การทำงานควรทำงานด้วยแรงบันดาลใจ ไม่ใช่แรงจูงใจ การทำงานด้วยแรงบันดาลใจ จะทำให้เราทำผลงานได้ดี เพราะมุ่งเน้นแต่การทำงาน ในท้ายที่สุดผลตอบแทนจะกลับมาเอง”คุณแอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ CEO ========================= มาดูประวัติของ JKN กันซักนิดครับ: จัดตั้งขึ้นในปี 2013 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท  ตอนนั้นทำธุรกิจเอาคอนเทนต์จากทั่วโลกมาจำหน่ายในประเทศไทย ปี 2014: ลงทุนใน JKN Channel และบริหารช่อง JKN Dramax (นำเสนอซีรีย์ ของบริษัท JKN เกือบทั้งหมด), JKN News และ JKN Knowledge ปี 2015: ลงทุนใน JKN IMC (เดิมคือ JKN Broadcast) ซึ่งเป็นปีที่ทีวีดิจิตอลได้เกิดขึ้นในไทย (เป็นโอกาสของ JKN เพราะจำนวนช่องทีวีเพิ่มมากขึ้น) ปี 2016: JKN Global ได้ซื้อลิขสิทธิ์ของช่อง CNBC ปี 2017: JKN ได้จดทะเบียนในตลาด mai วันที่ 30 พ.ย. 2560 โดยมีรายได้มากกว่า 1 พันล้านบาท ปี 2018: ได้รับเป็นผู้จัดจำหน่ายซีรีย์และละครของช่อง 3 เพียงเจ้าเดียว ที่สามารถส่งออกไปขายทั่วโลก ยกเว้น จีน มาเก๊า เวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา ปัจจุบัน มี Market Cap: 6.26 พันล้านบาท (ณ วันที่ 20 กันยายน 2561) ========================= ว่าแต่ว่า… JKN เค้าทำธุรกิจอะไรนะ? เล่าสั้นๆว่า JKN เค้าเป็นผู้นำการจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์ content ระดับสากล ในหลายช่องทางครับ 1) Digital TV 2) เคเบิลและทีวีดาวเทียม 3) Home Entertainment: DVD, box set 4) Video on demand ฉายผ่านทางอินเตอร์เน็ต 5) การขายสินค้า: เสื้อผ้า 6) สื่อสิ่งพิมพ์: นิตยสาร หรือหนังสือ 7) Ancillary: ฉายบนเครื่องบิน รถทัวร์หรือยานพาหนะต่างๆ “ใครต้องการเอาซีรีย์ ไปฉายช่องทางไหน ก็ต้องมาเจรจาในแต่ละช่องทาง” ผู้บริหารบอกครับ ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าลูกค้ามาซื้อลิขสิทธิ์สำหรับการออกอากาศทางทีวี ก็ออกได้เฉพาะช่องทางนี้เท่านั้นครับ ถ้าเค้าอยากนำไปออกทางอินเตอร์เน็ต เค้าต้องมาซื้อลิขสิทธิ์เพิ่ม (ช่วยเพิ่มรายได้อีกเยอะเลยครับ) ผู้บริหารอธิบายต่อว่า “เราติดต่อ production house หรือเจ้าของช่องสถานีต่างๆ ที่เค้ามีสิทธิทั่วโลก โดยขอเป็น sole distributor หรือผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย” “การที่ซีรีย์ที่มาจากอินเดีย หรือฟิลิปปินส์ […]

สรุป Opp Day บมจ.ทีพีบีไอ (TPBI) สำหรับ Q2 2561

สรุป Opp Day บมจ.ทีพีบีไอ (TPBI) สำหรับ Q2 2561 Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm =========== TPBI ทำธุรกิจอะไรครับ? ทำธุรกิจเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบครบวงจรมานานกว่า 30 ปีแล้ว ตั้งแต่ออกแบบและพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ การผลิตถุงพลาสติกพร้อมจัดหาผลิตภัณฑ์ และทดสอบ =========== ชวนมาดู โครงสร้างรายได้ ของ TPBI รายได้จาก บรรจุภัณฑ์พลาสติก : ถึงพลาสติกหูหิ้ว (24%), ถุงขยะ (23%), ฟิล์ม (8.84%), บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนสำหรับสินค้าบริโภคและอุปโภค (15%) ,รายได้อื่นๆ: 16% =========== ยอดขายของ TPBI มาจากหลายประเทศมากครับ ยังขายดีในไทย สัดส่วน 40% ออสเตรเลีย ลดลงจาก 30% เหลือ 25% ญี่ปุ่น ลดลงจาก 10% เป็น 8% อังกฤษลดลงจาก 6% เป็น 5% ส่วนสหรัฐเพิ่มขึ้นจาก 6%   เป็น 8% (ทางด้านผู้บริหารมองว่า เป็นประโยชน์กับ TPBI) และนิวซีแลนด์เพิ่มขึ้นจาก 2% เป็น 5% =========== ผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ดีขึ้นไหม มาดูกันครับ ตอนนี้โครงสร้างรายได้เริ่มเปลี่ยนไปแล้วครับ มาเน้นถุงที่เอามาใช้ใหม่ได้ reusable soft loop 13% นอกจากนี้ยังเน้นขยาย flexible packaging บรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนสำหรับสินค้าบริโภคและอุปโภค เช่น อาหารสำเร็จรูป และอาหารแช่แข็ง และ multi-layer blown film เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง สำหรับอัตราทำกำไรสุทธิลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว Net Debt to Equity: 0.16x Debt to Equity: 0.81x =========== แนวโน้มใช้ถุงพลาสติกลดลง แต่ TPBI ก็ไม่ได้หยุดนิ่ง “การ Transformation ที่ทำมา 2 ปีแล้ว จะช่วยสร้างความยั่งยืนและเพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นได้ดีขึ้น โดยปัจจุบันสินค้ากลุ่มดังกล่าวเริ่มเข้ามาชดเชยการชะลอตัวคำสั่งซื้อถุงหูหิ้วแบบเดิมอย่างเห็นได้ชัดแล้ว” คุณกมล บริสุทธนะกุล ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงบอกครับ มีการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรผลิต หูหิ้วลดลง เลยหันมาเน้นถุงขยะ และ reusable soft loop หรือถุงที่สามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้ สิ่งที่เริ่มเห็นผลคือ ตอนนี้พอร์ตสินค้าของบริษัทเริ่มกระจายไปในหลายประเภทมากขึ้น =========== ยกตัวอย่างสินค้าที่เริ่ม ปรับเปลี่ยนแล้ว เริ่ม Transform แล้ว Roll Star: ถุงใส่ผัก ผลไม้ ตอนนี้ได้คำสั่งซื้อจากออสเตรเลีย และห้างในประเทศไทย Liner Bags: ถุงในโรงงานอุตสาหกรรม ถุงขยะ: อันนี้เป็นหนึ่งใน ไฮไลท์ของเค้าเลยครับ เป็นถุงขยะที่ถูกออกแบบสวยงาม ขายดีในสหรัฐ ยุโรป และออสเตรเลีย Reusable soft loop bags: ถุงที่เอากลับมาใช้ใหม่ได้ ส่วนสินค้าอื่นๆ: ถุงใส่อาหาร, ซองใส่สำหรับการส่งของไปรษณีย์ (เติบโตตามเทรนด์การซื้อ สินค้า ผ่านทางออนไลน์) =========== 3 ปัจจัยที่มีผลต่อธุรกิจ TPBI ราคามันดิบ, ราคาเม็ดพลาสิก และอัตราแลกเปลี่ยน (ค่าเฉลี่ย 31.93 บาท ถ้าค่าเงินอ่อนก็จะเป็นผลบวกต่อ TPBI) =========== เป้าหมายมองอย่างไร? TPBI มั่นใจรายได้ปีนี้จะสูงกว่าปีก่อนที่มีรายได้ 4,783.90 ล้านบาท แต่อาจจะต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะเติบโต 10% เพราะปริมาณการใช้ถุงพลาสติกลดลง ในออสเตรเลีย อังกฤษ ญี่ปุ่น ส่วนสหรัฐ และ นิวซีแลนด์ นอกจากนี้คุณกมล ยังวางเป้าหมายให้อัตรากำไรขั้นต้นให้ฟื้นตัวกลับมาอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 10% หลังจากไตรมาส 1/61 ลดลงไปที่ 6.58% เป็นผลมาจากต้นทุนเม็ดพลาสติกเพิ่มขึ้น (ต้องลุ้นว่าจะทำได้หรือไม่) ช่วงปลายเดือน ก.ย.นี้ บริษัทเตรียมเปิดเดินเครื่องโรงพิมพ์แห่งใหม่ จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตได้อีก 50 ล้านเมตรต่อปี เพิ่มขึ้น 50% รองรับคำสั่งซื้อสินค้าที่ทยอยเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง =========== ไม่อยากพลาด! Add line@ ไว้นะครับ คลิก https://line.me/ti/p/%40Tam-eig

สรุป Opp Day บมจ.ศุภาลัย (SPALI) สำหรับ Q2 2561

สรุป Opp Day บมจ.ศุภาลัย (SPALI) สำหรับ Q2 2561 Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm =========== SPALI คือใคร? พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภท 1) ที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านและที่ดินจัดสรร อาคารชุด ในทำเลทั่วเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล รวมถึงต่างจังหวัด 2) เพื่อการพาณิชย์ ได้แก่ อาคารสำนักงานให้เช่า และ 3) ธุรกิจรีสอร์ทโรงแรมในต่างจังหวัด โครงการในต่างจังหวัด: เชียงราย (มาแรงมาก), เชียงใหม่, ชลบุรี (ยอดขายดีที่สุด รองจาก กทม. และยังมีการเติบโต้กาวกระโดด) , ระยอง, สุราษธานี (เติบโตช้าลง), นครศรีธรรมราช, ภูเก็ต, สงขลา, อุดรธานี, ขอนแก่น, นครราชสีมา, อุบลราชธานี =========== ผลประกอบการครึ่งปีแรก เติบโต 33% ยอดขาย 17,760 ล้านบาท เติบโต 33% โดยแบ่งเป็นสัดส่วนยอดขาย คอนโดมิเนียม ในกทม 43%, คอนโด ต่างจังหวัด 5%, และแนวราบ กทม. 32%, แนวราบต่างจังหวัด 20% ตัวเลขยอดขายครึ่งปีแรกคิดเป็น 54% จากเป้าหมายยอดขายทั้งปีที่ตั้งไว้ 33,000 ล้านบาท มาดูรายได้กันหน่อยครับ SPALI มีรายได้รวม 11,158 ล้านบาท เติบโต 13% (แบ่งเป็นรายได้จากโครงการแนวราบ 56% และจากโครงการคอนโด 44%) กำไรสุทธิ 2,092 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากปีที่แล้ว 2,014 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน =========== อัตราส่วนทางการเงินถือว่าแข็งแกร่ง GPM: 37.8% (ลดลงจาก ปีที่แล้วที่เคยอยู่ระดับ 38.1%) SG&A: 14.9% (เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดิม 13.3%) NPM: 18.7% (ลดลง เล็กน้อยจาก 20.4%) Net gearing: 54% ต้นทุนการเงินที่อัตราเฉลี่ย 2.43% ต่อปี มียอดขายที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ประมาณ 42,486 ล้านบาท (คาดว่าจะสามารถทยอยโอนให้ลูกค้าและรับรู้เป็นรายได้ในปี 61 จำนวน 9,745 ล้านบาท และส่วนที่เหลือ 32,741 ล้านบาทในอีก 4 ปีถัดไป) ส่วนใหญ่ในปีถัดๆไป Backlog เป็นคอนโดฯ แต่ช่วงที่เหลือของปีนี้มีทั้งคอนโด และแนวราบประมาณครึ่งๆ =========== ผู้บริหารหนุ่ม SPALI มองมองอสังหาฯว่ายังไปต่อได้ “การ launch คอนโดมีเนียม เราเห็น take up rate (อัตรายอดขาย) ที่ดีขึ้นมาสัก เมื่อเทียบกับ 2-3 ปีก่อนหน้านี้” คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม ผู้บริหารให้มุมมองด้วยความมั่นใจครับ คุณไตรเตชะ บอกเสริมว่า “ยอดขายคอนโด ประเภทขายก่อนสร้างตอนนี้ขายดีมาก แปลว่าลูกค้ามั่นใจมากขึ้น” โดยธรรมชาติการซื้อคอนโด จะขึ้นอยู่กับ sentiment ด้วย ถ้าเศรษฐกิจดีก็จะช่วยได้เช่นกัน และตอนนี้ลูกค้าก็เลือกซื้อตามไลฟ์สไตล์ของตัวเองที่หลากหลายมากขึ้น (เป็นเพราะ social media) โดยคุณไตรเตชะย้ำว่าตอนนี้ผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มมี market share เพิ่มมากขึ้น “ในขณะเดียวกันยอดขายอสังหาฯแนวราบก็เติบโตดีเช่นกัน” ส่วนอัตราการกู้ไม่ผ่านเป็นอย่างไร? “ใน 2 เดือนหลัง ตัวเลขนี้ไม่ได้เพิ่มขึ้น แม้ว่าในช่วงต้นปีจะสูงกว่าปีที่แล้วก็ตาม” =========== มุมมองอสังหาในออสเตรเลียเป็นอย่างไร? ตอนนี้มีประมาณ 5-6 โครงการ โดยมีรายได้ต่อเดือนที่มากกว่าคาด IRR ที่ได้ก็สูงกว่าที่คาดเยอะมาก “แต่มันดีเฉพาะของที่ซื้อมาก่อนหน้านี้ เพราะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คือนักลงทุนจีนเข้าไปลงทุนซื้อโครงการหรือร่วมลงทุน […]

สรุป Opp Day บมจ. โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) สำหรับ Q2 2561

สรุป Opp Day บมจ. โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) สำหรับ Q2 2561 Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm =========== HMPRO ทำธุรกิจอะไร? ผู้นำในธุรกิจค้าปลีกจำหน่ายสินค้าและให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ตกแต่งบ้านและมีสินค้าขายในร้าน HMPRO 4 หมื่นรายการ =========== ปัจจุบันมีจำนวนสาขา 87 สาขาทั่วประเทศ HMPRO: มีสาขาในกทม. 26 สาขา (เตรียมเปิดสาขา ใน ไตรมาสที่ 2 ที่ กัลปพฤกษ์) และต่างจังหวัด 56 สาขา HMPROs: จำนวนสาขาในกทม. 4 สาขา (ในช่วงไตรมาสแรกเปิดที่ กาญจนาภิเษก และช่วงไตรมาสที่ สอง เตรียมเปิดที่ BigC บางนา) , ต่างจังหวัด 1 สาขา MegaHome: สาขาในกทม. 2 แห่ง, ต่างจังหวัด 10 แห่ง HMPRO Malaysia: 6 สาขา (ปีที่แล้วขยายมากถึง 4 สาขา เพราะอยากให้ได้สเกล ใหญ่ระดับหนึ่ง) =========== ทำความรู้จักเพิ่มขึ้นกับ HMPRO ตอนนี้มีบริษัทย่อย 4 บริษัทครับ 1.Market Village : ดูแลพื้นที่เช่าและให้บริการด้านสาธารณูปโภคแก่ผู้เช่า มี 4 แห่ง ได้แก่ สุวรรณภูมิ, หัวหิน, ภูเก็ต และราชพฤกษ์ 2.HMPRO Malaysia: ดำเนินธุรกิจค้าปลีกในมาเลเซียโดยจัดตั้งขึ้นนับตั้งแต่ปี 2554 ตอนนี้แม้ว่ายังขาดทุนแต่ก็ถือว่าขาดทุนน้อยลง 3.Mega Home Center: จัดตั้งขึ้นในปี 2555 เพื่อดำเนินธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง วัสดุก่อสร้างและของใช้ในครัวเรือน 4.DC Service Center: ดูแลด้าน logistic และบริหารจัดการคลังสินค้า =========== แอบส่องผลประกอบการ HMPRO กันหน่อยครับ รายได้ครึ่งปีแรกเติบโต 4.3% อยู่ที่ 30,319 ล้านบาท (นับเฉพาะธุรกิจหลัก) ทั้งนี้อัตราการเติบโตเฉลี่ยของรายได้ คือ 8.4% โดย same store sales เติบโต ใกล้เคียงกับไตรมาสที่ 1 เติบโต 3% สำหรับ SG&A ลดลงเมื่อเทียบกับรายได้ ตอนนี้อยู่ที่ 22.6% ลดลงเล็กน้อยจากปีที่แล้วที่อยู่ระดับ 23% ในปี 2560 D/E: 0.84x =========== อัตราส่วนที่สำคัญของ HMPRO Gross Profit Margin: 27% (เหตุผลที่อัตราทำกำไรสูงขึ้น คือ HMPRO เริ่มหันมาเน้นสินค้า private brand มากขึ้น โดยสัดส่วนอยู่ที่ 19.5% ของรายได้ ปัจจุบันมี 36 แบรนด์) กำไร 2561 เพิ่มขึ้น 17.6% คิดเป็นอัตราส่วน NPM อยู่ที่ระดับ 8.5% (มากกว่า ปีที่แล้วที่อยู่ระดับ 7.6%) ROE: 27.3% ROA: 10% =========== สิ่งที่ผู้บริหาร HMPRO จับตามองคืออะไร? “สิ่งที่พวกเราดูคือ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค” นี่คือสิ่งที่ผู้บริหารอธิบายให้ฟังครับ โดยในปีนี้ 2018 ความเชื่อมั่นผู้บริโภค สูงที่สุดในรอบ 2 ปี โดยหลักๆแล้วภาคการท่องเที่ยว การทำธุรกิจ และการส่งออก ช่วยทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น […]

สรุป Opp Day บมจ.ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) สำหรับ Q1 2561

สรุป Opp Day บมจ.ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) สำหรับ Q1 2561 Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm =========== ERW ทำธุรกิจอะไรครับ? พัฒนาและลงทุนในโรงแรม รีสอร์ท ในไทย และอาเซียน (ฟิลิปปินส์) เป็นกลุ่มโรงแรมที่มีครบทุก Segment เลยครับ ตั้งแต่แพงมาก, กลางๆ ไปจนถึงราคาประหยัด ตอนนี้มีโรงแรมในเครือ 53 แห่ง, และมีจำนวนห้องพัก 7,399 ห้อง, โดยรายได้ 97% มาจากประเทศไทยนะครับ =========== ผลการดำเนินงานเป็นไงครับ? ไตรมาสแรกมีอัตราเข้าพัก : 86% (แต่ถ้าไม่รวม HOP Inn มีอัตราเข้าพัก 90%) จุดที่น่าสนใจคือ Revpar ย่อมาจาก Revenue per available room เกิดจากการนำเอารายได้จากห้องพักหลังหักส่วนลดอะไรแล้ว มาหารด้วย จำนวนห้องทั้งหมดที่พร้อมขายให้ลูกค้าในช่วงเวลานั้น ประกฏว่า ERW เติบโตทุก segment เลยครับ สำหรับรายได้ : เติบโต 10% มาที่ระดับ 1,776 ล้านบาท (หลักๆ โตมาจากห้องพัก 13% ในขณะที่อาหารและเครื่องดื่มโต 5%) EBITDA: 658 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% (EBITDA Margin: 2.8%) กำไรสุทธิ: 300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% แต่ถ้าดูแบ่งตาม Segment จะเห็นว่า รายได้ HOP Inn เติบโตหนักมาก HOP Inn เติบโต 60% มีรายได้ 102 ล้านบาท โรงแรมประหยัด Economy: เติบโต 7% อยู่ที่ 340 ล้านบาท โรงแรมระดับกลาง: เติบโต 10% แต่ถ้าดูแบ่งตามรายได้ ตามสัญชาติ จะเห็นว่า พี่จีน ก็ยังสร้างรายได้มากที่สุดสัดส่วนรายได้ 15% ใกล้เคียงกับไทย 15% (อัตราการเติบโตเยอะๆมาจาก HOP ที่โตหนักมาก) อเมริกา 9% รัสเซีย 7% (รัสเซีย โตหนักที่สุด กว่า 42%) =========== ภาพรวมอุตสาหกรรมเป็นอย่างไรครับ? เป็นอีกหนึ่งปีที่ดีสำหรับการท่องเที่ยวไทยครับ เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวมีกว่า 10.6 ล้านคน มีอัตราการเติบโตนักท่องเที่ยว 15% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ไม่ใช่แค่จำนวนนักท่องเที่ยวเท่านั้นที่เติบโตครับ แต่รายได้เติบโตมากแค่ไหน ก็มากถึง 16% เลยครับ ใครมาเที่ยวไทยบ้าง หลักยังเป็น เอเชียตะวันออก คิดเป็นสัดส่วน 64% (หลักๆยังเป็นจีน คิดเป็นสัดส่วน 30%, มาเลเซีย คิดเป็นสัดส่วน 8%, รัสเซีย: 6%, เกาหลีใต้ 5%) ยุโรป : 24% เอเชียใต้: 4% ไม่ใช่แค่ชาวต่างชาติเท่านั้นที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในไทย แต่นักท่องเที่ยวชาวไทยก็เที่ยวเยอะขึ้นเช่นกันครับ เพิ่มขึ้น 4% และในแง่รายได้ก็เพิ่มขึ้น 6% =========== มั่นใจว่าการท่องเที่ยวยังเติบโตดีในปีนี้ 5% แนวโน้มไตรมาส 2 ของ ERW ยังดีไหม? อัตราเข้าพักอาจจะลดลงบ้าง เพราะเป็นช่วง Low season ของธุรกิจ (ปกติ ไตรมาสที่ 1 และ 4 เป็น High season) และมีการปรับปรุงห้องพัก เจดับบลิว […]

สรุป Opp Day BTS (บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์) สำหรับ ปีบัญชี 2560 (ปิดงบ 31 มี.ค.​2561)

BTS ไม่ได้ให้รถไฟฟ้าอย่างเดียวนะค้าบบบ 1.  ให้บริการรถไฟฟ้า (สัดส่วนรายได้ 65%) เป็นธุรกิจหลักของ BTS ให้บริการเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการระบบรถไฟฟ้า ขายและติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกล บริหารโครงการและควบคุมการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้า และให้บริการเดินรถระบบรถโดยสารด่วนพิเศษ BRT 2. สื่อ: (สัดส่วนรายได้ 28%)  ประกอบธุรกิจ 3 แพลตฟอร์ม เช่น ธุรกิจสื่อโฆษณานอกบ้าน เช่น กลางแจ้ง, อาคารสำนักงาน สื่อโฆษณาในสนามบิน และการสาธิตสินค้า , ธุรกิจให้บริการชำระเงินของแรทบิทกรุ๊ป, และธุรกิจโลจิสติกส์ที่ครบวงจรของเคอรี่ เอ็กเพรส 3. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (สัดส่วนรายได้ 4%)  ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์เชิงที่พักอาศัย ประกอบด้วยบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโดมิเนียม , อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ ประกอบด้วย เซอร์วิสอพาร์เมนท์ อาคารสานักงาน โรงแรม และสนามกอล์ฟและสปอร์ตคลับ และ ที่ดิน 4. ธุรกิจบริการ (สัดส่วนรายได้ 3%) ได้แก่ บัตรแรบบิท , แรบบิท ไลน์ เพย์ , ธุรกิจนายหน้าประกันภัย โดยให้บริการเปรียบเทียบราคาผลิตภัณฑ์ประกัน และผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่น ๆ ออนไลน์ ในชื่อ “แรบบิท ไฟแนนซ์ (Rabbit Finance)”  นอกจากนี้ ยังปรับโครงสร้างการถือหุ้น มีธุรกิจร้านอาหาร ได้แก่ “ChefMan” “Man Kitchen” “M Krub” และ “Chairman by Chef Man” โดยลงนามในสัญญาร่วมทุนกับบริษัท บางกอกแร้นช์ จากัด (มหาชน) และ นาย ไว ยิน มาน เพื่อร่วมลงทุนในธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคาร ========================= ชวนมาดูความคืบหน้าของแต่ละธุรกิจกันครับ 1. ให้บริการรถไฟฟ้า: วันที่ 16 มิย.ปีที่แล้ว ได้เซ็นสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และสีชมพู, 1 ตค. ที่ผ่านมาก็ปรับค่าโดยสาร, หลังจากนั้น 10 ตค. ก็เซ็นสัญญาเงินกู้ syndicate loan กับ 3 ธนาคาร (กรุงไทย, กรุงเทพฯและไทยพาณิชย์) ยอดผู้โดยสารเส้นรถไฟฟ้าสายสีเขียวมีจำนวนกว่า 271 ล้านเที่ยวคน (เพิ่มขึ้น 1.3% จากปีก่อน) + ค่าโดยสารเพิ่มขึ้น 1.4% เป็น 28.3 บาทต่อเที่ยว 2. สื่อ: VGI ซื้อ MACO เพื่อขยายธุรกิจไปต่างจังหวัด, VGI เซ็นสัญญา AIS เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของ Rabbit Group, VGI เข้าซื้อ Kerry Express Thailand (ผู้นำด้านการขนส่งสินค้า โดยส่งสินค้าต่อวัน 6 แสนชิ้น) ก่อนหน้านี้ VGI เข้าซื้อ 23% Kerry Express ด้วยมูลค่า 5,900 ล้านบาท (คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 14 สค. 2561) ล่าสุด VGI จับมือ ช่อง 7 ร่วมทุนตั้งบริษัท บุกตลาดสื่อครบวงจร https://www.facebook.com/309527089143639/posts/1770554206374246/ โดยมองว่า อนาคตจะใช้ข้อมูลหรือ Big Data มาช่วยนำเสนอสื่อโฆษณาให้ตรงกลุ่มลูกค้ามากที่สุด และสามารถวัดผลของเม็ดเงินโฆษณาได้ 3. อสังหาฯ: โอนสินทรัพย์อสังหาฯไปที่ U city (โครงการ BTS-แสนสิริ) โดย BTS ถือหุ้น U city 38% โดยปัจจุบัน U มีโรงแรมภายใต้การบริหารรวมกันกว่า 19,000 ห้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นกลุ่มธุรกิจในเครือ BTS ที่รุกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้กับทั้งกลุ่ม ========================= ทำธุรกิจเยอะขนาดนี้ตัวเลขการเงินเป็นยังไงครับ? Operating […]

สรุป Opp day บมจ. โกลบอลกรีนเคมิคอล (GGC) สำหรับ Q1/2561

GGC ทำธุรกิจอะไรบ้าง? เป็นบริษัทลูกของ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) โดย PTTGC ถือหุ้นในสัดส่วน 72.29% 1. ธุรกิจ ME (Biodiesel) ในไตรมาสที่ 1 นี้ รัฐบาลยังกำหนดอัตราการผสมน้ำมันไบโอดีเซลที่ B7 หรือ น้ำมันผสมกับไบโอดีเซล ไม่เกินร้อยละ 7 ในขณะที่ความต้องการน้ำมัน B7 เพิ่มสูงขึ้น (อัตราการใช้น้ำมันดีเซลในปีนี้สูงที่สุดในประวัติการณ์) และอนาคตอาจจะมีการประกาศให้ใช้ B10 ซึ่งจะเพิ่มความต้องการไบดโอดีเซลได้อีก โดยในเดือน มีนาคมที่ผ่านมา ความต้องการใช้น้ำมันดีเซลมากกว่า 67 ล้านลิตรต่อวัน มากกว่าปกติ ที่อยู่ระดับ 60-62 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นไปตามเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และตามเมกะโปรเจค (แต่ไตรมาส 2 อาจจะลดลงบ้าง ตามฤดูกาลเพราะเป็นหน้าฝน) นอกจากนี้ราคาปาล์มก็ลดต่ำลงมาก ทำให้รัฐบาลเรียกร้องให้ใช้มาตรการดูดซับน้ำมันปาล์ม ออกจากตลาด ไม่ให้ราคาน้ำมันปาล์มตกต่ำมากเกินไป (ตอนนี้ยังอยู่ในภาวะน้ำมันปาล์มล้นตลาด) ========================= 2. ธุรกิจ FA (Fatty Alcohol) เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ใช้เมล็ดในปาล์มดิบ (เอาไปใช้ในแชมพู, ยาสระผม, น้ำยาล้างจาน, น้ำหอม, น้ำยาล้างพื้น) ช่วงที่ผ่านมาไตรมาสที่ 1 จะเห็นว่าน้ำมันดิบ และเอธีลีนมีราคาสูงขึ้น แต่สวนทางกับวัตถุดิบของ Natural Fatty Alcohol เพราะว่าราคาน้ำมันปาล์มที่ตกต่ำลง ทำให้ราคา Natural Fatty Alcohol ลดลงเช่นกัน ทำให้ความต้องการในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ตอนนี้โรงงานของทั้งสองธุรกิจเดินหน้าเต็มกำลัง ========================= ผลประกอบการละดีไหม? GGC นำเสนอ EBITDA เพราะอยากจะตัดผลกระทบจาก Stock gain/ loss ซึ่งดีขึ้น 29% (จะดูเฉพาะตัวเลขกำไรไม่ได้) ถ้าแยกดูทีละธุรกิจ จะเห็นว่า ธุรกิจ ME มี EBITDA +10% แต่ ธุรกิจ FA มี EBITDA เพิ่มถึง 46% ยอดขายโดยรวม 4,631 ล้านบาท NPM: 1.4% ลดลงจากไตรมาสที่ 4 ปี 2017 ที่เคยอยู่ระดับ 4.8% (ได้รับผลกระทบจาก Stock loss 2 ร้อยล้านบาท เพราะราคาตลาดโลกลดลง) Cashflow เพิ่มขึ้นเป็น 3,243 ล้านบาท ========================= ผลกระทบค่าเงินที่ผันผวนมีแค่ไหน? สำหรับธุรกิจ ME: GGC ซื้อผลิตภัณฑ์ในประเทศเป็นเงินบาท และขายเป็นเงินบาท ทำให้ไม่มีปัญหาด้านค่าเงิน แต่สำหรับ FA: GGC ซื้อวัตถุดิบบางส่วนจากในประเทศและบางส่วนนำเข้าจากต่างประเทศ แต่ตอนขายเป็น USD ทำให้มีผลกระทบจากค่าเงินบ้างครับ ========================= อัพเดทราคาตลาดกันหน่อยครับ และกำลังการผลิต สำหรับธุรกิจ ME: ราคาน้ำมันปาล์มดิบลดลง ทำให้ตอนนี้กำลังการผลิตอยู่ที่ระดับ 120% โดยสามารถสร้างยอดขายได้มากถึง 1.03 แสนตัน (มากกว่าไตรมาส 4 ปีที่แล้ว ที่มียอดขาย 9.1 หมื่นตัน) สำหรับธุรกิจ FA: ราคาน้ำมันเมล็ดในปาล์มดิบลดลง ทำให้ราคา Natural Fatty Alcohol ลดลงบ้าง สวนทางกับ ราคา synthetic fatty alcohol (สารสังเคราะห์จากปิโตรเลียม) ที่ราคาสูงขึ้นจากราคาน้ำมันขาขึ้น ทำให้มีกำลังการผลิต ที่ 101% ทำให้มียอดขาย 24,000 ตัน มากกว่าไตรมาสที่แล้วที่เคยขายได้ระดับ 2 หมื่นตัน ========================= เป้าหมายของ GGC: คาดว่ารายได้ปีนี้ จะมากกว่าปีก่อนที่มีรายได้ 19,641.37 ล้านบาท โดยได้รับผลดีจากการที่น้ำมัน B20 จะออกสู่ตลาดช่วง ก.ค.นี้ (อยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐบาล) GGC ประเมินภาพรวมของ B100 ทั้งตลาดจะเพิ่มขึ้น 20,000-30,000 […]

สรุป Opp Day บมจ.อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง (AMANAH) สำหรับ Q1 2561

สรุป Opp Day บมจ.อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง (AMANAH) สำหรับ Q1 2561 Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm =========== อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง คือใครครับ? เค้าเริ่มธุรกิจในปี 2535 ก่อนจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2544 หลังจากนั้นธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เข้ามาถือหุ้นในปี 2553 สัดส่วน 49% เป็นผู้ถิอหุ้นใหญ่ โดยในปี 2558 มีการเปลี่ยนแปลงทีมผู้บริหาร และ business plan ใหม่ โดยหันมาเน้นสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปัจจุบันบริษัทฯมีสาขาทั้งหมด 42 สาขา (ภาคอีสาน: 14 สาขา, ภาคตะวันออก ตะวันตก กลาง: 13 สาขา, ภาคใต้ : 14 สาขา) แต่ยังไม่มีสาขาในภาคเหนือ =========== มาดูกันว่า รายได้ของเค้ามาจากไหนบ้างครับ 80% สินเชื่อ ATM และเช่าซื้อ 11% รายได้ค่าบริการ 1% (สินเชื่อที่ให้กับดีลเลอร์ รถยนต์) =========== เมื่อธุรกิจเริ่มเปลี่ยนไปนับตั้งแต่ 3 ปีที่ผ่านมา ในปี 2015: มีพอร์ตสินเชื่อ 1,920 ล้านบาท ให้ผลตอบแทน yield ประมาณ 10-11% ต่อปี ปัจจุบัน: มีพอร์ตสินเชื่อ 2,737 ล้านบาท ให้ผลตอบแทน yield ประมาณ 19.63% โดนเน้นสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ที่ให้ yield มากกว่า 20% (พอเน้นสินเชื่อประเภทนี้ ผลประกอบการก็พลิก เติบโตอย่างมากเลยครับ) =========== แอบส่องผลประกอบการกันหน่อยครับ ช่วงปี 2013-2015 ผลประกอบการลดลงทุกปี (ขาดทุนทุกปี) เพราะพอร์ตสินเชื่อเล็กลง และเกิดปัญหา NPL และเจอมรสุมที่เป็นผลจากการลองผิดลองถูกหลายธุรกิจ ทั้งตู้น้ำมัน ตู้เติมเงินมือถือ แต่สุดท้ายต้องยกเลิกเพราะมีหนี้เสียเพิ่มขึ้น หลังจากนั้นในปี 2016 ก็เปลี่ยนรูปแบบธุรกิจ กลับมาโฟกัสธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ ทำให้รายได้ เติบโตเกือบ 50% รายได้ Q1/2561: 154 ล้านบาท (เติบโต 30%) หนี้สงสัยจะสูญ: 15.7 ล้านบาท กำไร Q1/2561: 45 ล้านบาท (เกือบเท่ากับกำไรปีที่แล้วทั้งปีที่อยู่ระดับ 47 ล้านบาท) Spread: 18.58% ต้นทุนทางการเงิน อยู่ที่ 4% D/E: 1.88x (ลดลงจากปีที่แล้ว ที่เคยอยู่ระดับ 1.99x) ROA: 2.6% มากกว่าปีที่แล้ว ที่อยู่ระดับ 1.7% ROE: 7.51% มากกว่าปีที่แล้วที่อยู่ระดับ 5.06% =========== ธุรกิจปล่อยสินเชื่อก็คงต้องมาดู ตัวเลขหนี้เสียกันนะครับ Q2/2017 เป็นจุดพีค เลยครับสูงถึง 9.39% ผู้บริหารอธิบายว่าเป็นเพราะมีสินเชื่อ SME รายใหญ่ผิดนัดชำระหนี้และช่วงแรกยังไม่เน้นคุณภาพของสินเชื่อ แต่หลังจากนั้นก็เปลี่ยนกลยุทธ์หันมาเน้นคุณภาพสินเชื่อมากขึ้น ทำให้ตัวเลขหนี้เสียอยู่ที่ 6.91% (ลดลงมาเรื่อยๆ) =========== พอร์ตสินเชื่อเมื่อแบ่งตามภูมิภาค: ภาคเหนือ อีสาน: 30% ใต้ : 41% กลาง: 29% แต่เมื่อแบ่งตามประเภทของรถ: รถ ปิคอัพ: 52% รถยนต์ส่วนบุคคล: 47% รถตู้: 1% ========== กลยุทธ์ธุรกิจ Amanah รุกหนักขึ้น 1.เน้นเรื่องคุณภาพสินเชื่อและการเก็บเงินจากลูกค้า 2.เพิ่มสัดส่วนรายได้จากสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ (มีหลักประกัน) 3.จะเน้นแหล่งเงินทุนมาจากการกู้เงิน ไม่เพิ่มทุน 4.พยายามทำให้ตัวเลขผลประกอบการ (NPF, Profit margin) ให้ใกล้เคียงกับอุตสาหกรรม […]

Subscribe & Follow