Subscribe & Follow:

Opportunity Day

สรุปOppDay บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) สำหรับงบไตรมาสที่ 2 / 2562

Facebook page: ถามอีก กับอิก    โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm   ===========   ทบทวนกันหน่อยครับว่า CBG ทำธุรกิจอะไรครับ? CBG เป็น Holding company ถือหุ้นในหลายบริษัทครับ มีสินค้าในเครือเยอะมากครับ เช่นเครื่องดื่มบำรุงกำลัง, เครื่องดื่มไม่อัดก๊าซ, เครื่องดื่มเกลือแร่ผสมซิงค์, น้ำดื่ม, กาแฟปรุงสำเร็จชนิดผง, และกาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่ม   แบ่งเป็นสินค้าในกลุ่มบริษัท CBG เอง : รายได้มาจากเครื่องดื่มบำรุงกำลัง 42.1% ของรายได้ทั้งหมด, เครื่องดื่มเกลือแร่ 0.1%   ในขณะที่สินค้าที่ให้บริษัทอื่นผลิตให้: กาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่มมีรายได้ 4.5%, ในขณะที่น้ำดื่มคาราบาว 0.5%, กาแฟปรุงสำเร็จชนิดผง 0.7%   ในขณะที่ธุรกิจรับจ้างจัดจำหน่ายให้กับบุคคลภายนอกก็จะแบ่งเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป 2.9%, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 4.1%   สำหรับธุรกิจต่างประเทศรายได้หลักๆมาจากคาราบาวแบบกระป่อง แบบไม่อัดก๊าซ 42.6%, รองลงมาคือคาราบาวแบบขวด 1.2%   ===========   ผลประกอบการครึ่งปีแรกยังพอเติบโตได้ครับ   “ยอดขายรวมครึ่งปีแรกเติบโต 2% มาอยู่ที่ 7,114 ล้านบาท” ถ้าดูตัวเลขอาจจะน้อยกว่าเป้าหมายไปบ้าง แต่ผู้บริหารยืนยันว่าครึ่งปีหลังมีงบการตลาดมากขึ้น ทำให้มั่นใจว่า น่าจะทำรายได้เติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักได้     แต่อย่างไรก็ตาม ตัวเลข กำไรขั้นต้นทำจุดสูงสุดใหม่ของ CBG ครับ สูงถึง 2599 ล้านบาท เติบโต 22% เหตุผลหลักๆมาจากการบริหารต้นทุน และประสิทธิภาพได้ดีขึ้น จากทั้งโรงบรรจุกระป๋องและบรรจุขวดแห่งใหม่   แต่ตัวเลขที่น่าตื่นเต้นคือกำไรสุทธิครับ ที่ทำจุดสูงสุดใหม่ อยู่ที่ 972 ล้านบาท เติบโต 149% เพราะตอนนี้บริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายการตลาดดีขึ้นมาก   ในขณะเดียวกันตอนนี้ยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังสัดส่วน 55% มาจากต่างประเทศครับ “เป็นไปตามกลยุทธ์ของเราที่อยากเน้นทำตลาดต่างประเทศมากกว่าในประเทศ” ผู้บริหารอธิบายเพิ่มเติมครับ   ===========   ชวนมาดูไส้ในผลประกอบกันครับ   จากกราฟฟิคเห็นชัดเลยครับว่าในอดีต ยอดขายของแต่ละไตรมาสจะค่อยๆเพิ่มมากขึ้น จาก Q1 แล้วจะไปทำจุดสูงสุดที่ Q4     “จุดที่น่าสนใจคือ อัตราทำกำไรขึ้นต้นค่อยๆเพิ่มมากขึ้น จาก Q4 ปี 2017 อยู่ที่ 28.5% ตอนนี้ล่าสุดไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ระดับ 37.6% สูงมากครับ”   ถ้าหากดูยอดขายแบ่งเป็นตลาดในประเทศกับต่างประเทศ จะเห็นว่ายอดขายครึ่งปีแรกสัดส่วนในประเทศอยู่ที่ 52%   ลดลง 2% ในขณะที่ยอดขายต่างประเทศมีสัดส่วน 48% เติบโต 7%     สำหรับธุรกิจคาราบาว มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มจาก 35.4%   เป็น 38.9% “ยิ่งมียอดขายมากขึ้นก็น่าจะทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง”   สำหรับธุรกิจรับจ้างจัดจำหน่ายให้แบรนด์อื่น ตอนนี้ที่กำลังขายดีคือ แอลกอฮอล์ (ราคาต่อหน่วยสูงกว่าคาราบาว แต่ว่าอัตราทำกำไรต่ำกว่า)     ส่วนตัวเลข EBITDA เองก็ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน โดย ICUK มีตัวเลข EBITDA ติดลบลดลงเหลือ 315 ล้านบาท   ในขณะที่ ค่า D/E ก็ดีขึ้น อยู่ที่ระดับ 0.62x (นับเฉพาะตัวที่มีดอกเบี้ยเท่านั้น)   ===========   โอกาสจากสินค้าใหม่ที่อาจจะเป็นพระเอกตัวต่อไป   ยอดขายปัจจุบันหลักๆ 75% ยังมาจากคาราบาว ครับ แต่โดยภาพรวมยังโตน้อยกว่าเป้านิดนึง เพราะตั้งใจชะลอการทำการตลาด เพื่อรอเปิดตัวสินค้า Green Apple สำหรับเจาะตลาดคนรุ่นใหม่อายุ 20-34 ปี     “ภายในบริษัท CBG เองเราค่อนข้างมั่นใจว่า เราสามารถปั้น Geen Apple ให้เป็นสินค้าเรือธงตัวใหม่ของบริษัทได้” ผู้บริหารให้ความมั่นใจหลังจากที่ทดสอบขายใน 7-11 […]

สรุปOppDay บมจ.โอสถสภา (OSP) สำหรับงบไตรมาสที่ 1 2562

Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน   โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm   ===========   OSP ทำธุรกิจอะไรครับ?   OSP หรือ โอสถสภาทำธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคมานานกว่า 128 ปีเริ่มจากร้านขายยา โดยใช้ชื่อว่า  “เต๊กเฮงหยู   “แม้จะเป็นบริษัทที่อายุมานาน แต่ก็มีความเป็น pioneer ริเริ่มทำสิ่งใหม่ๆตลอด” ผู้บริหารเล่าให้ฟังครับ ยกตัวอย่างคือ การขายลิโพ วิตันดี เครื่องดื่มชูกำลังครั้งแรกในปี 1965 และ 10 ปีต่อมาก็เริ่มทำตลาด M150และเป็นผู้นำตลาดที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากถึง 37%     หลังจากนั้นก็ยังมีแบรนด์ดังๆมากๆมายในเครือครับ ทั้ง ฉลาม, ชาร์คคูลไบท์, โสมอิน-ซัม, เครื่องดื่มซี-วิต เปปทีน และคาลพิส เป็นต้น รวมถึงตราสินค้าผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลอย่างเบบี้มายด์และทเวลฟ์พลัส   เรียกได้ว่าสินค้าแทบจะทุกอย่างเป็นสิ่งที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดีครับ   ===========   เอาชัดๆ ช้าๆว่า ธุรกิจของ OSP มี 4 กลุ่มหลักครับ     1. ธุรกิจเครื่องดื่มที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์: เช่น เอ็ม-150 ลิโพ ฉลาม และโสมอิน-ซัม เครื่องดื่มเกลือแร่ เอ็มเกลือแร่ และกาแฟ เอ็ม-เพรสโซ   2. ธุรกิจผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล   3. ธุรกิจบริการบริหารจัดการด้านซัพพลายเชน เช่น ขวดแก้ว ธุรกิจบริการผลิตสินค้าสำหรับของใช้ส่วนบุคคล   4. ธุรกิจบริการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม functional drink เช่น ซี-วิต และคาลพิส   ===========   ความเทพของ OSP คืออะไร?   มีหลายอย่างเลยครับ เช่นเครือข่ายการจัดจำหน่าย, ทีมวิจัย, การขยายตลาดไปใน กัมพูชา ลาว เมียนมา, มี supply chain โรงงานการผลิตที่แข็งแรง     “กลยุทธ์ของเรา อยากจะเน้นตลาดในประเทศ โดยเฉพาะตลาดเครื่องดื่มและสินค้าอุปโภคบริโภค” ผู้บริหารอธิบายเพิ่มว่าตอนนี้ OSP เริ่มมีกลยุทธ์นำจุดแข็งที่ OSP ทำได้ดี จะนำไปต่อยอดเน้นตลาดต่างประเทศมากขึ้น   และจะเน้นแนวทางการเพิ่มอัตราทำกำไรของสินค้าในเครือ OSP     อีกหนึ่งแนวทางที่นำมาใช้คือ multi brand strategy เน้นขายสินค้าในเครือหลากหลายตั้งแต่ราคาถูก 10 บาท ไปจนถึงสินค้าราคาแพง จับกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่ม   “ยกตัวอย่างเช่น ฉลาม ขายดีในภาคเหนือ แต่พอเพิ่มกระชายดำเข้าไปเป็นสินค้าใหม่ เพิ่มสรรพคุณด้านสุขภาพ เราก็สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า และกลายเป็นสินค้าระดับประเทศที่ขายได้ทั้งประเทศ อัตรากำไรก็เพิ่มสูงขึ้น”   นอกจากนี้ก็ยังมีสินค้าจับตลาดสำหรับคุณผู้หญิง เช่น โสมอินซัม และมี ลิโพ เอาไว้ขายให้กับกลุ่ม white collar คนทำงาน , มี shark กระป๋องเอาไว้จับกลุ่มคนรุ่นใหม่ เรียกได้ว่าจับตลาดทุกกลุ่มเลยแหละครับ     สำหรับสินค้า baby care ดูแลคุณลูกและคุณผู้หญิง ก็เช่นเดียวกันครับที่มีสินค้าแทบจะทุกประเภท จับตลาดแทบจะทุกตลาด เน้นพัฒนาสินค้าใหม่ๆเรื่อยๆ   ===========   ความแข็งแรงของ OSP อยู่ที่เครือข่ายการจัดจำหน่ายสินค้าและ supply chain     หลักๆ แบ่งเป็น 3 อย่างครับ คือ   1. Traditional trade โชห่วย: มีตัวแทนจำหน่าย 70 เจ้า, มีจุดขายมากกว่า 4.7 แสนแห่ง (เครื่องดื่มขายสัดส่วน 78%, ส่วนสินค้า personal care 38%)   2. ค้าปลีกสมัยใหม่ เช่น 7-11 Tesco Lotus BigC (สัดส่วนยอดขายเครื่องดื่มขายสัดส่วน 22%, ส่วนสินค้า personal care 62%)   3. Cash van และตู้ขายเครื่องดื่มแบบหยอดเหรียญ โดยจะเน้นขนสินค้าชิ้นเล็กๆที่ไม่ต้องผ่านตัวกลางหลายๆเจ้า       และยังมีความแข็งแรงด้าน supply chain ทำให้การผลิตที่ดีขึ้น และสามารถผลิตสินค้าที่สามารถผลิตตั้งแต่จำนวนชิ้นน้อยๆ หรือจะผลิตจำนวนมากๆก็สามาถทำได้   ===========   ตลาด CLMV มีศักยภาพในการเติบโตสูงมาก   “เราต้องหาสินค้าที่ใช่ แบบ customize ไปเจาะตลาดในต่างประเทศโดยเฉพาะในแถบ CLMV”  “กลยุทธ์ที่จะใช้คือ triple win strategy”     คำว่า triple win strategy คือ อยากจะ win แรก คือ บุกตลาดเมียนมา ตอนนี้เข้าไปสร้างโรงงานในเมียนมาด้วยเงินลงทุน 2,400 ล้านบาท   Win ที่ 2 คือ อยากจะบุกตลาด กัมพูชา ลาว อินโดนีเซีย และเวียดนาม (ต้นปีที่ผ่านมาเอาสินค้า personal care เข้าไปลองวางขายในตลาดเวียดนามแล้ว)   ส่วน win ที่ […]

สรุปOppDay บมจ.เอสไอเอสบี (SISB) สำหรับงบไตรมาสที่ 1 ปี 2562

Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน   โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm   ===========   SISB คือใคร?   ทำธุรกิจการศึกษา เปิดโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนรวม 5 โรงเรียน ใช้เวลาเพียงแค่ 10 กว่าปีสามารถต่อยอดธุรกิจได้มากขนาดนี้       เช่น โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์กรุงเทพฯ, โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์สุวรรณภูมิ, โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ธนบุรี, โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์เอกมัย, และมีบริษัทร่วมทุนในลักษณะกิจการร่วมค้าเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตในการจัดตั้งอีก 1 โรงเรียน คือ โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์เชียงใหม่   ปัจจุบันมีจำนวนนักเรียน 2,369 คนแบ่งเป็นนักเรียนไทยสัดส่วน 85%, นักเรียนต่างชาติ 15%  และสามารถรองรับจำนวนนักศึกษาได้ ทั้งหมด 4,175 คน และคาดว่าสามารถรองรับการเติบโตได้อีก 3-5 ปี    “โดยมีนักเรียนจีนทั้งหมด 200 คน” (กำลังอยู่ในช่วงการทำการตลาดในจีนผ่านตัวกลาง เพราะที่จีนมีโรงเรียนไม่พอและ)   ในขณะทีมีคุณครู 286 คน และผู้ช่วยครู 152 คนครับ     เพิ่งย้ายจาก mai ไปยังตลาด SET วันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมานี้เองครับ   ===========   ผลประกอบการ ไตรมาสที่ 1 ปีนี้ดีไหม?   “รายได้ไตรมาสที่ 1 ปี 2562 นี้อยู่ที่ 268 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 18%” “SISB มีกำไร 42 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 32%” เหตุผลคือมีนักเรียนเพิ่มขึ้น 85 คนโดยเทอมที่ 1      Gross Profit Margin: 42.1% (เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่เคยอยู่ที่ระดับ 37% ในปีที่แล้ว)   Net Profit Margin: 15.8%   ส่วน EBITDA margin: 27%   ===========   สำหรับค่าเล่าเรียนแพงไหม   เด็กเล็กประมาณ 4 แสน   เด็กประถม: 5 แสน   เด็กม.ปลาย: 6 แสน   โดยอัตราการที่เด็กประถมจะเรียนต่อที่นี่ในระดับมัธยม อยู่ที่ระดับ 85% ครับ      ===========   ชวนมาดูตัวเลขย้อนหลังกันครับ     รายได้ 3 ปี SISB ล่าสุดเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 24%  โหดจริงๆ โดยหลักๆเป็นค่าธรรมเนียมการศึกษา 95%  และค่าแรกเข้าอีก 5% ครับ     ส่วนโครงสร้างต้นทุนหลักๆ คือ บุคคลากรทางการศึกษา (มากกว่า 70% คือค่าต้นทุนคุณครู) และการบริหารอาคาร (ค่าเสื่อมอาคาร)   ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นมาเป็นค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว เป็นการเก็บตังบริษัทแม่เก็บไปที่โรงเรียน ตาม พรบ.ที่ระบุให้บริษัทแม่โอนทรัพย์สินให้โรงเรียน     สินทรัพย์ทั้งหมดอยู่ที่ 2,481 ล้านบาท ส่วน D/E = 0.5x แต่ส่วนใหญ่จะเป็นลูกหนี้การค้าและเงินมัดจำของนักเรียน   จำนวนศักยภาพในการรองรับนักเรียน     “ตอนนี้รองรับได้ทั้งหมด 4,175 คน คิดเป็นสัดส่วน capacity 60%” ผู้บริหารให้ข้อมูลเพิ่มเติมครับ     ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนชั้นอนุบาล 44% และปฐม 44% , ม.1-ม.4 คิดเป็นสัดส่วน 10%, ส่วน ม.5-ม.6 คิดเป็นสัดส่วน 1.5%   ===========   เป้าหมายเป็นยังไงครับ?     SISB คงเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 15-20% จากปีก่อน จะเติบโตมาจากไหน? ก็มาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักเรียน 200-250 คน (ค่อนข้างสม่ำเสมอ)   และเตรียมขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ซึ่งผู้บริหารมองว่าเป็นธุรกิจที่ประเทศไทยยังไม่มีใครทำมาก่อน (ยังเปิดเผยไม่ได้)   และยังมีโอกาสขยายที่ดินเพิ่มเติมสำหรับมัธยม ของโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ธนบุรี ภายในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า   นอกจากนี้ SISB เตรียมเดินทางไปนำเสนอข้อมูล ให้กับนักลงทุนต่างประเทศในประเทศสิงคโปร์ ร่วมกับ Citibank ในช่วงเดือน มิ.ย.62 นี้ครับ     ===========   แอบส่องงบการลงทุนของ SISB ครับ   งบการตลาด เพื่อเพิ่มจำนวนนักเรียน 200-250 ต่อปี: 8 ล้านบาท   พัฒนาทักษะคุณครู: 6.5 ล้านบาท   บูรณะซ่อมแซมโรงเรียน: 60 ล้านบาท   ขยายโรงเรียนธนบุรี: 70 ล้านบาท     ===========   อ่านเต็มๆ พร้อมรูปประกอบ    ===========   ไม่อยากพลาด! Add line@ ไว้นะครับ    คลิก https://line.me/ti/p/%40Tam-eig

วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) สำหรับ Q1-2562

Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm    ============   ชวนมาดูธุรกิจของ THG กันก่อนครับ    เล่าให้ฟังคร่าวๆ ก่อนครับว่า THG เค้าทำธุรกิจ 3 กลุ่มใหญ่ๆ ครับ   กลุ่มแรก คือ ธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ครับ   กลุ่มที่ 2 คือ Healthcare Solution Provider หรือธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์   และกลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่มอื่นๆ ครับ    ============   รายได้จากธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ เป็นธุรกิจหลักของ THG:   กลุ่มธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ ก็แบ่งย่อยออกเป็น 4 กลุ่มครับ   1. โรงพยาบาลในประเทศมีทั้งหมด 7 แห่ง   ได้แก่ รพ.ธนบุรี, รพ.ธนบุรี 2, รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง, รพ.ราษฏร์ยินดี จ.สงขลา, รพ.อุบลรักษ์ ธนบุรี จ.อุบลราชธานี, รพ.สิริเวช จ.จันทบุรี และ รพ.ธนบุรีทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ในระหว่างก่อสร้าง (น่าจะพร้อมให้บริการเดือนกรกฎาคม ปีนี้)   2. โรงพยาบาลในต่างประเทศ มีทั้งหมด 2 แห่ง   โรงพยาบาล Welly Hospital ในประเทศจีน ซึ่ง THG ถือหุ้น 58% (ขนาด 150 เตียง)   และโรงพยาบาล Ar Yu International Hospital ในเมียนมา (ขนาด 200 เตียง) ซึ่ง THG ถือหุ้น 40% ซึ่งเปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้วเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมาครับ (มีทั้งคนไข้นอกและคนไข้ใน)   3. รับจ้างบริหารรพ. จากรัฐบาล: มีหลายแห่งเลยครับทั้งที่ภูเก็ต พัทยา และศูนย์การแพทย์ชุมชนที่เกาะล้าน รวมถึงที่เคยให้บริการ เช่น ในจีน และซาอุดิอาระเบีย เป็นต้น   4. กลุ่มธุรกิจศูนย์แพทย์เฉพาะทาง: เช่นศูนย์หัวใจ รพ.ภัทร-ธนบุรี, ศูนย์หัวใจ รพ.ธนบุรี 2 และศูนย์หัวใจ รพ.พัทลุง   ============   เมื่อ THG ฝันใหญ่เป็นมากกว่าแค่โรงพยาบาล   Healthcare Solution Provider ซึ่งเป็นรายได้อีกทางที่กำลังมาแรง ประกอบไปด้วย 3 ส่วนด้วยกันครับ   1. ธุรกิจศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วย:อำนวยความสะดวกให้ รพ.สามารถรองรับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา พักฟื้น และกายภาพบำบัดได้มากขึ้น ตอบโจทย์สำหรับผู้ป่วยที่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการดูแลที่ซับซ้อน   2. ธุรกิจที่พักอาศัยพร้อมบริการทางการแพทย์เพื่อผู้สูงวัย: โครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ และโครงการธนบุรี เฮลท์ วิลเลจ   3. ธุรกิจบริการดูแลสุขภาพนอกสถานที่และเครื่องมือแพทย์: เช่น ธุรกิจรักษาพยาบาลนอกพื้นที่ รพ. ให้บริการถึงบ้านเลยครับ สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกเดินทาง นอกจากนี้ ยังจำหน่ายเครื่องมือทันตกรรม เป็นแบบ One Stop Service และธุรกิจร้านขายยา Apex   ============   กลุ่มธุรกิจอื่นๆ:    ได้แก่ ธุรกิจพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ เพื่อการบริหารโรงพยาบาล และธุรกิจพัฒนาโครงการที่เกี่ยวข้องกับบริการด้านการแพทย์และสุขภาพ   สรุปง่ายๆ ว่า THG เป็นกลุ่มธุรกิจด้านสุขภาพแบบครบวงจร ไม่ได้เป็นแค่โรงพยาบาลอย่างที่หลายคนเข้าใจกันนะครับ    ============     รายได้ THG เติบโต   กำไรสุทธิ ไตรมาสที่ 1-2562 ของ THG ชะลอตัวลงค่อนข้างมาก  เห็นอย่างนี้นักลงทุนหลายคนคงจะตกใจ เพราะเป็นตัวเลขที่ลดลง 4 ไตรมาสติดต่อกันครับ   แต่เดี๋ยวก่อน ชวนมาดูไส้ในกันก่อนครับ   รายได้ไตรมาสที่ 1 โดยรวมยังเติบโต 11.2% มาอยู่ที่ระดับ 1,872 ล้านบาท    สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 4% = 18,685 ล้านบาท, D/E: 1.1x   อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): 23.9%, อัตรากำไรสุทธิ (NPM): 0.4%, อัตรากำไร EBITDA: 10%   Market Cap. 2.42 หมื่นล้านบาท (ณ วันที่ 17 พ.ค. 2562)   ============     รายได้โดยรวมยังเติบโต แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มมากกว่า   ผมตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ครับ รายได้ในภาพรวมยังเติบโตครับ 11% แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่า 17-18% ทำให้ตัวเลขกำไรลดลงเยอะครับ   มาดูฝั่งรายได้ก่อนครับ   กลุ่มรายได้ที่เติบโตหนักมาก คือมาจากธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์ หรือ Healthcare Solution Provider ที่โตจาก 83 ล้านบาทเป็น 218 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 162%   “เหตุผลที่รายได้กลุ่มนี้โตหนักมาก มาจากการรับรู้รายได้จากการขายห้องพักอาศัยในโครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้” เท่าที่ดูตัวเลขการโอนในไตรมาส 1 ปี 2562 สูงถึง 25 ห้อง (รับรู้รายได้เมื่อลูกค้าโอน) มูลค่าสูงถึง 117 ล้านบาท และรายได้จากการขายอุปกรณ์ทางทันตกรรมเพิ่มขึ้น   แต่ธุรกิจหลักอย่าง “ธุรกิจให้บริการทางการแพทย์” เติบโต 3.6% ต้องแบ่งคำอธิบายเป็น 3 ส่วนครับ   1. รพ.บางแห่งในไทยเพิ่งเปิดให้บริการ ทำให้รายได้ยังรับรู้ได้ไม่เต็มที่เพราะต้องใช้เวลาให้คนไข้รู้จักและคุ้นเคยก่อนครับ   2. ธุรกิจบริหารโรงพยาบาลในต่างประเทศที่ลดลง20 ล้านบาท“เนื่องจากสิ้นสุดการให้บริการและอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ และเจรจาเพื่อรับเป็นที่ปรึกษาสำหรับโครงการในต่างประเทศ” นี่คือคำอธิบายของทีมผู้บริหารครับ   3. โรงพยาบาลในต่างประเทศทั้งในจีนและเมียนมายังเปิดได้ไม่นาน โดยทั่วไปรายได้จากโรงพยาบาลแห่งใหม่ต้องใช้เวลาสักพักกว่าโรงพยาบาลจะเป็นที่รู้จักครับ   4.ไตรมาสที่ 1 ปี 2560 มีกำไรพิเศษ (มีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนระยะยาวอื่น และรายได้จากการตัดภาษีค้างนานมูลค่า 81 ล้านบาท) ทำให้ฐานตัวเลขสูงเมื่อเทียบกับปีนี้ครับ   ============   ประเด็นคือรายได้โครงการใหม่ๆ ยังเข้ามาไม่มากพอ แต่รายจ่ายสูง   1. หลักๆ […]

สรุป Opp Day บมจ.คอมเซเว่น (COM7 ) สำหรับงบไตรมาสที่ 1 ปี 2562

Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm   ===========   COM 7 ทำธุรกิจอะไรครับ?   COM7 เก่งธุรกิจค้าปลีกและไอทีมีสาขาทั้งหมด 662 สาขา ทั่วประเทศ (ยกเว้นพังงานและแม่ฮ่องสอน แต่กำลังจะเปิดปีนี้) ล้วนแล้วแต่เป็นแบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคยครับ เช่น   BaNANA 208 สาขา , Studio7 100 สาขา , Kingkong Phone 103 สาขา , BKK 37 สาขา , TRUE Shop by com7 92 สาขา , BaNANA Shopping (แฟรนไชส์) 59 สาขาโดยเน้นจังหวัดเล็กๆ ,  iCare 26 สาขา และ Brand Shop 37 สาขา   “ตั้งเป้าสิ้นปีนี้มีสาขาเพิ่มเป็น 847 สาขา ใช้งบลงทุนในการเปิดสาขา BaNANA อยู่ที่ 3.5 ล้านบาทต่อสาขา ส่วน Kingkong Phone และ BKK ใช้งบอยู่ที่ 1 ล้านบาทต่อสาขา”   ส่วนการเปิดสาขาธนาคารกสิกรไทยในรูปแบบสาขาขนาดย่อม (Mini-Branch) ในร้านบานาน่า (BaNANA) ตอนนี้มีอยู่ 2 สาขา และผู้บริหารเล่าให้ฟังว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากขึ้น 50% และปีนี้มีแผนจะเปิดอีก 2-3 สาขา กำลังอยู่ระหว่างเจรจาความเหมาะสมของทำเล   ===========   ผลประกอบการไตรมาสแรก ยังเติบโตดี   “ยอดขาย COM 7 ไตรมาสแรกปี 2019 เราปิดได้ 7,661 ล้านบาท เติบโต 20%” ผู้บริหารอธิบายอย่างภาคภูมิใจครับ ในขณะทีอัตรากำไรเติบโตมากถึง 40% ครับ     แต่จุดที่ต้องติดตามคือ ส่วนผสมของยอดขายเริ่มเปลี่ยนไปบ้างครับ เดิม smart phone คิดเป็นสัดส่วน 53% ของยอดขายตอนนี้เหลือ 51%   ในขณะที่ยอดขาย tablet มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 14% เป็นตัวเลขที่น่าสนใจครับ   ===========   ชวนมาดูไส้ในส่วนผสมของ COM7 ครับ   “Desktop บอกเลยว่ายอดขายไม่ดี ในไตรมาสแรก เพราะก่อนหน้านี้ยอดขายดีเป็นเพราะสกุลเงินดิจิตอลล ทำให้มี ความต้องการซื้อสินค้าพวก การ์ดจอแบบก้าวกระโดด”   แต่อย่างที่เราทราบแหละครับว่าราคาบนกระดานร่วงมาเยอะ (ตอนหลังเริ่มเด้งขึ้นมาแล้ว) แต่กระแสนี้หายไปแล้ว คนเจ็บตัวหนักก็เข็ดนั่นแหละครับ     “แต่ถ้าเทียบกับอุตสาหกรรมจะเห็นว่า อุตสาหกรรมตัวเลขขาย Desktop ยังเติบโตครับ” ผู้บริหารอธิบายว่าเป็นเพราะคนซื้อการ์ดจอน้อยลงแต่หันไปเล่นเกมมากขึ้นครับ     สำหรับ Laptop ไม่เติบโต ทรงๆครับ, ในขณะที่โทรศัพท์เติบโต 20% , accessories เติบโต 29%   แต่ที่น่าสนใจมากที่สุดคือ Tablet ครับที่เติบโตหนักมากถึง 60% ครับ “เหตุผลคือ ipad ขายดีมากๆครับ”   ===========   แต่เดี๋ยวก่อน ก่อนจะงง มาดูธุรกิจหลัก 4 อย่างของ COM7 กันครับ     1. ออนไลน์: ตอนนี้พัฒนาเวปไซต์ใหม่เสร็จแล้วเพิ่งเปิดตัวไป 1 เดือนแล้ว แบบ soft launch โดยผู้บริหารเล่าให้ฟังว่าในช่วงไตรมาสที่ 3 จะเปิดตัว แอปมือถือ นั่นหมายความว่าจะเปิดตัวออนไลน์เต็มที่ในช่วงไตรมาสที่ 3 ครับ     2. Commercial: COM7 เปิดตลาดนี้ตั้งแต่ปี 2561 ครับ โดยตอนนี้มียอด backlog 1 พันล้านบาทแล้ว     3. Service: ให้บริการ เช่น icare  เป็นศูนย์ซ่อม (มี 25 สาขา โดยมีส่วนแบ่งการตลาด 80%), สำหรับการเปิด shope ร่วมกับ True เป็นแบบ co branch เปิดร้านร่วมกันโดยเฉพาะในสาขาที่ห่างไกล (ตอนนี้ ปี 2019 มี 92 shop ครับ)   4.Retail: ยังเป็นธุรกิจเส้นเลือดหลักของ Com7 ตอนนี้มีหลักๆ 9 แบรนด์ ครอบคลุม 75 จังหวัด ธุรกิจนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วนครับ คือ ส่วนแรก multibrand ขายหลายแบรนด์ เช่น banana, BKK, kingkong นอกจากนี้ยังมีแบบที่ขายแค่แบรนด์เดียว เช่น Samsung, oppo, vivo, หัวเว่ย, studio7     ===========   ตัวเลขสำคัญของ COM7     “ให้ดู same store […]

สรุป Opp Day บมจ.ดุสิตธานี (DTC) สำหรับงบปี 2561

Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน   โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm   ===========   DTC ทำธุรกิจอะไรครับ?   ปัจจุบัน กลุ่ม DTC ทำธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท อยู่ในวงการมานานกว่า 70 ปีแล้วครับ ครอบคลุม 13 ประเทศ   “ตอนนี้มีทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้การบริหารของ DTC 269 แห่ง แบ่งเป็นเจ้าของเอง 9 แห่ง และบริหารโรงแรมให้ที่อื่นรวมกัน 260 แห่ง” คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ สุดยอด CEO ของค่าย DTC บอกด้วยเสียงอ่อนหวานครับ J   โดยเตรียมบริหารโรงแรมอื่นๆ อีก มากกว่า 60 แห่ง และอยู่ในวงการการศึกษานานกว่า 25 ปี   ===========   ประวัติ DTC โชกโชนมาก     ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1948 โดยช่วงแรกเน้นขยายธุรกิจในประเทศเป็นหลัก   โดยคุณชนินทร์ เข้ามาเป็นผู้บริหารสูงสุดรับช่วงต่อ ในปี 2006 และเริ่มหันมาเน้นกลยุทธ์บริหารให้กับโรงแรมอื่น (มีลงทุนครั้งใหญ่ ที่มัลดีฟ และที่อื่น)   ส่วนคุณศุภจี เข้ามาเป็น CEO ในปี 2016 โดยจะเน้นให้พอร์ตของ Dusit มีความหลากหลายมากขึ้น     “ก่อนหน้านี้เน้นบริการ Full service อย่างเดียว คือ ให้บริการครบวงจร” เช่น brand Dusit Thani, Dusit Devarana และเริ่มขยายตลาดระดับกลางมากขึ้นคือ โรงแรม Dusit D2   คุณศุภจี อธิบายต่อว่า ผู้บริหารเห็นโอกาสนักท่องเที่ยวกลุ่มคนรุ่นใหม่ Millenials เลยเปิดตัวโรงแรมแบบใหม่ ASAI ที่จะเน้น lifestyle และ boutique มากขึ้น “ปัจจุบันมีโรงแรมที่เตรียมสร้างทั้งหมด 5 แห่ง ทั้งในไทย ฟิลิปปินส์ เมียนมา”   ไม่ใช่แค่นี้ครับ แต่ DTC ยังต้องการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย Residence ที่บริเวณหัวถนน สีลม “โดยมองว่า จะเป็นโครงการที่ให้ผลตอบแทนคืนทุนภายใน 2-3 ปี”   นอกจากนี้ยังได้ซื้อ บริษัท Elite havens ในสิงคโปร์ เน้นบริการ villa ระดับสูง โดยมีเชฟประจำวิลล่า เป็นแบบส่วนตัว   และยังมีการลงทุนใน startup favstay เป็นสตาร์ตอัพให้จองที่พัก “ต้องการให้บริการที่มีความหลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวยุคใหม่”   ===========   โครงสร้างธุรกิจเป็นอย่างไร?     DTC แบ่งเป็น 5 กลุ่มธุรกิจ   1. ธุรกิจโรงแรม (รายได้รวม สัดส่วน 85% ของรายได้ทั้งหมด) ส่วนใหญ่ยังมาจากโรงแรมของตัวเองในขณะที่รายได้จากการบริหารโรงแรมอื่นมีเพียง 4-5%   2. ธุรกิจการศึกษา   3. ธุรกิจ Mixed use project เช่น โรงแรม, residence, ออฟฟิศสำนักงาน, ค้าปลีก (ไม่จำเป็นต้องทำร่วมกับ CPN อย่างเดียวเท่านั้น)   4. อาหาร   5. อื่นๆ เช่น REITs, Venture Capital (ลงทุนใน startup), hospitality […]

สรุปผลการดำเนินงาน บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) สำหรับ ปี 2561

Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm  ===========   แอบส่อง THG เค้าทำธุรกิจอะไรครับ? “เป็นโรงพยาบาลและเครือข่ายการบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน ใช้นวัตกรรมที่ทันสมัย ผู้รับบริการมีความไว้วางใจ ในราคาที่ประชาชนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงบริการ” นี่คือวิสัยทัศน์ของ THG ครับ    จุดเริ่มต้นของอาณาจักรโรงพยาบาลกลุ่มนี้ เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2519 แล้วครับ และเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่ 7 ธ.ค. 2560   THG เป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ทำธุรกิจมากมาย หลักๆ แบ่งเป็นธุรกิจรักษาพยาบาล และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เดี๋ยวค่อยๆ อ่านไปเรื่อยๆ นะครับ ===========   สัดส่วนรายได้เป็นอย่างไร มาดูกันครับ   1. สัดส่วนรายได้ประมาณ 93% มาจากการธุรกิจรักษาพยาบาล แบ่งเป็นโรงพยาบาลในประเทศ 7 แห่ง ได้แก่ รพ.ธนบุรี, รพ.ธนบุรี 2, รพ.ธนบุรีบำรุงเมือง รพ.ราษฏร์ยินดี จ.สงขลา, รพ.อุบลรักษ์ ธนบุรี จ.อุบลราชธานี รพ.สิริเวช จ.จันทบุรี และ รพ.ธนบุรีทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ในระหว่างก่อสร้าง   นอกจากนี้ ยังมีโรงพยาบาลในต่างประเทศ จำนวน 2 แห่ง ประกอบด้วย โรงพยาบาล Welly Hospital ในประเทศจีน ซึ่ง THG ถือหุ้น 58% และโรงพยาบาล Ar Yu International Hospital ในเมียนมา ซึ่ง THG ถือหุ้น 40% ซึ่งจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนมีนาคม 2562   2. รับจ้างบริหารโรงพยาบาล: ที่ภูเก็ต พัทยา และศูนย์การแพทย์ชุมชนที่เกาะล้าน   3. ธุรกิจศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วย (Step-Down Care): อำนวยความสะดวกให้ รพ. สามารถรองรับผุู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา พักฟื้น และกายภาพบำบัดได้มากขึ้น ตอบโจทย์สำหรับผู้ป่วยที่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการดูแลที่ซับซ้อน   4. ธุรกิจศูนย์แพทย์เฉพาะทาง: เช่น ศูนย์หัวใจ รพ.ภัทร-ธนบุรีศูนย์หัวใจ รพ.ธนบุรี 2 และศูนย์หัวใจ รพ.พัทลุง   5. ธุรกิจที่พักอาศัยพร้อมบริการทางการแพทย์เพื่อผู้สูงวัย: โครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ และโครงการธนบุรีเฮลท์วิลเลจ   6. ธุรกิจบริการดูแลสุขภาพนอกสถานที่ และเครื่องมือแพทย์: เช่น ธุรกิจรักษาพยาบาลนอกพื้นที่ รพ. ให้บริการถึงบ้านเลยครับ สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกเดินทาง นอกจากนี้ ยังจำหน่ายเครื่องมือทันตกรรม เป็นแบบ one stop service และธุรกิจร้านขายยา Apex   7. ธุรกิจอื่นๆ: ได้แก่ ธุรกิจพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ เพื่อการบริหารโรงพยาบาล และธุรกิจพัฒนาโครงการที่เกี่ยวข้องทางการแพทย์   ===========   รายได้ THG ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องครับ   ปี 2561 THG มีรายได้รวม 7,094 ล้านบาท เติบโต 7.3%   ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 348 ล้านบาท   เตรียมขออนุมัติที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อประกาศจ่ายเงินปันผล: 0.35 บาท ครับ   “THG อยู่ในช่วงการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ หลายโครงการใหม่ตอบรับแนวโน้มสังคมผู้สูงอายุและการใส่ใจดูแลสุขภาพ”   ===========   เป้าหมายของเค้าเป็นไงบ้างครับ? “คาดว่ารายได้ปี 2562 จะเติบโตมากกว่า 20%” เหตุผลที่คุณหมอธนาธิป ผู้บริหาร มั่นใจเป็นเพราะมีปัจจัยสนับสนุนหลายอย่างเลยครับ   1. รายได้จากโรงพยาบาลในประเทศเติบโตต่อเนื่อง […]

สรุป Opp Day บมจ. แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (GOLD) สำหรับงบปี 2561

Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm ===========   ชื่อบริษัทเพราะมากครับ แผ่นดินทอง ว่าแต่ว่า… GOLD ทำธุรกิจอะไรค้าบบ   แบ่งเป็น 2 ธุรกิจหลักครับ คือ โครงการบ้านนเพื่อขาย(บ้านนเดี่ยว และทาวโฮมม) ภายใต้แบรนด์ต่างๆ เช่น The GRAND, Grandio, Golden NEO, Golden Avenue, Gold Town, Golden City, Golden Village และโครงการเพื่อการพาณิชย์ (รายได้สม่ำเสมอ) เช่น ออฟฟิศให้เช่า เช่น FYI Center (มีตัวเลข occupancy rate อัตราค่าเช่า 98% และในอนาคตมีโอกาสขายเข้ากอง REITs), SamYan Mitrtown (คืบหน้าการก่อสร้าง 70% โดยมีผู้เช่าแล้วกว่า 60%), the Ascott, golden land, Modena, Marriott (มีพื้นที่เช้ากว่า 2 แสนตารางเมตร)     ยังไม่ทำคอนโด แต่โครงการที่ทำอยู่ตอนนี้เป็น mixed use ===========   ความคืบหน้าสำคัญ   ประกาศจ่ายเงินปันผล 0.46 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 84%   ===========   ผลประกอบการทรงๆ ไม่โดดเด่นมาก     รายได้ไตรมาสที่ 4 ของปี 2018 เติบโตจากปีก่อนหน้าเล็กน้อย 1.2% ครับ แต่ระดับ 4,241 ล้านบาท     ในขณะที่กำไร อยู่ที่ 456 ล้านบาท ลดลงจากปีที่แล้ว 25.6% แต่ผู้บริหารบอกว่าควรมองภาพรวมทั้งปี อย่ามองแค่เป็นรายไตรมาสครับ     โห…ถ้ามองภาพรวมทั้งปี ก็ถือว่าสวยงามนะครับ รายได้แตะระดับ 15,848 ล้านบาท เติบโต 17% ในขณะที่กำไรก็ถือว่าใช้ได้โต 14.4% สูงกว่า 1,944 ล้านบาทสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ครับ ===========   ชวนมาเจาะลึกรายได้ของ Gold กันครับ   ถ้ามองภาพรวมรายได้ไตรมาสที่ 4 ของ GOLD ไม่ได้โตโดดเด่นมากนัก แต่จุดที่น่าสนใจคือ GOLD มีรายได้จากโครงการพาณิชย์ (ปล่อยตึกให้เช่าเป็นออฟฟิศ) recurring income (รายได้สม่ำเสมอ) เติบโตโดดเด่นมากครับ เติบโตกว่า 12.5% ในขณะที่รายได้จากการขายบ้านนกลับไม่เติบโต     “หลักๆแล้วรายได้จากโครงการพาณิชย์ จากการปล่อยอาคารให้เช่า เติบโตดีมาก เช่นเดียวกับในส่วนของโรงแรมที่โตโดดเด่นจริงๆคะ” ผู้บริหารให้ความเห็นเพิ่มเติม     และถ้ามองภาพรวมทั้งปี จะเห็นว่ารายได้จากการขายบ้านน ก็ยังเติบโตดีกว่า commercial ครับ (ขายบ้านนโต 18.8% แต่ commercial โต 5.1%) “โดยรายได้จากการขายบ้านนโตทุก segment ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว บ้านแฝด หรือทาวน์โฮมม” ===========   ปัจจุบัน GOLD มีโครงการในมือมากไหม     มีทั้งหมด 41 โครงการ (มีโครงการน้อยกว่าไตรมาสที่แล้ว เพราะปิดจำนวนโครงการไปพอสมควร โดยขายบ้านในโครงการต่างๆประมาณ 10 โครงการ)     โดยโครงการส่วนใหญ่ที่มีอยู่นั้น ระดับราคาต่างกันเยอะครับ ไล่มาตั้งแต่ 2-3 ล้านบาท ไปจนถึงระดับ 10-40 ล้านบาทก็มี   ===========   […]

สรุป Opp Day บมจ.เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) สำหรับปี 2561

Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm ==============   ผลประกอบการของ TKN ช็อคตลาด! “ยอดขายในปี 2018 เติบโต 8% แตะระดับ 5,663 ล้านบาท” แต่ที่ช็อคตลาดคือไตรมาสที่ 4 ครับที่ยอดขายอยู่ที่ 1,463 ล้านบาท ลดลง 4% ครับ (ที่ผ่านมาโตหนักมากมาโดยตลอด) ส่วนกำไรอยู่ที่ 459 ล้านบาท ลดลง 25%     ความเจ๋งคือ เถ้าแก่น้อยมีส่วนแบ่งการตลาดในไทยมากถึง 69% ในปีที่ผ่านมา “เพิ่มขึ้นจากปี 2016 ที่ตอนนั้นมีส่วนแบ่งการตลาด 62% และปี 2017 ก็เพิ่มขึ้นเป็น 65%” เหตุผลคือการรุกตลาดมากขึ้นและออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สำหรับยอดขาย หลักๆมาจากต่างประเทศ 60% (ส่วนใหญ่มาจากจีน 40% ทำให้มีอะไรเกิดขึ้นในจีนก็ทำให้นักลงทุนค่อนข้างกังวลครับ), และในประเทศไทย 39% ==============   ทำไมผลประกอบการผิดคาด? 1. จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดลงช่วงปลายไตรมาส 3 จนถึงไตรมาสที่ 4   2. การเปลี่ยนแปลงผู้แทนจำหน่ายในจีนครับ (TKN ได้แต่งตั้งทนายเข้าไปฟ้องร้องคู่กรณีแล้ว)   3. มีค่าใช้จ่าย one-time cost เกิดขึ้นครั้งเดียวเช่น ค่ากำจัดขยะ และค่าใช้จ่ายเปลี่ยนผู้แทนจำหน่าย (ทำให้ต้องทำลาย packaging ที่มีแบรนด์ของผู้แทนจำหน่ายเจ้าเดิม)   4. ช่วงแรกของการย้ายโรงงานใหม่อาจจะทำให้อัตราการใช้โรงงานยังไม่เต็มที่ ==============   เจาะยอดขาย TKN กันครับ     “ยอดขายในประเทศยังสามารถรักษาระดับได้ประมาณ 5 ร้อยล้านบาทต่อไตรมาส” ผู้บริหารบอกครับ (แต่ไตรมาส 4 ยอดขายในประเทศลดลง 6%) อีกปัจจัยคือคู่แข่งทำโปรโมชั่น (โดยทั่วไปจะได้รับผลกระทบชั่วคราว)     ตลาดขนมขบเคี้ยวทั้งประเทศเติบโต 5.8% ในขณะที่ตลาดขนมสาหร่ายเติบโต 5.2% “ในขณะที่ TKN เติบโต 8%” แสดงว่าเติบโตมากกว่าตลาด “เกิดจากการเปิดตัวสาหร่ายทอดรสชาติใหม่” และเปิดสาขาเถ้าแก่น้อยแลนด์ เพิ่ม 9 สาขา แรกเดิมเถ้าแก่น้อยแลนด์เน้นของฝาก แต่อนาคตจะเน้นสินค้าประเภทอื่น นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวสินค้าอื่น เช่น whey โปรตีน รสสตอร์เบอร์รี่ โยเกิร์ต และ Tin Ten (ปลาหมึกรสไข่เค็ม) ==============   สำหรับตลาดต่างประเทศ เป็นอย่างไร? ตลาดต่างประเทศภาพรวมยังเติบโต 7% หลักๆมาจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย และ CLMV     โดยช่วงไตรมาสที่ 3 ปีที่ผ่านมาได้เปิดตัว แบรนดใหม่ชื่อ “NORA” ในสหรัฐ (นิวยอร์คและฮาวาย มีผลตอบรับดีมาก) ขณะที่ค่าเงินบาทที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้น ทำให้ส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้า ==============   ทั้งปีตลาดจีนยังเติบโต แต่น้อยกว่าคาด ทำให้ TKN งานเข้า! ยอดขายในตลาดจีนอยู่ที่ 2,195 ล้านบาทเติบโต 5% แต่ช่วงไตรมาสที่ 4 ยอดขายลดลง 9% งานเข้าเลยครับ     โดยได้เปลี่ยนตัวแทนผู้จัดจำหน่ายเซี่ยงไฮ้ (ก่อนหน้านี้มีที่เซี่ยงไฮ้และกว่างโจว) และได้เพิ่มตัวแทนจำหน่ายเพิ่มในปักกิ่ง ที่มีความเชี่ยวชาญออนไลน์อย่างมาก สำหรับสินค้าปลอมแปลง จะเข้าห้างไม่ได้ และผู้บริหารยืนยันว่าแยกออกว่าอันไหนของจริง อันไหนของปลอม ==============   มาเจาะดูยอดขายของแต่ละสินค้ากันครับ ตอนนี้สัดส่วน สาหร่ายย่างแซงหน้า สาหร่ายทอดแล้วครับ “สาหร่ายย่างมีสัดส่วน 45%, ส่วนสาหร่ายทอดมียอดขายสัดส่วน 43%”     “สำหรับสาหร่ายอบมีสัดส่วน 5%  และเทมปุระ มีสัดส่วนยอดขาย 2%” ==============   กำลังการผลิต TKN  ตอนนี้กำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 74% […]

สรุป Opp Day บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) สำหรับงบปี 2561

สรุป Opp Day บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) สำหรับงบปี 2561 Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm ===========   INTUCH ทำธุรกิจอะไรครับ? เป็นบริษัท holding company ที่ถือหุ้นในธุรกิจสื่อสารและโทรคมนาคมเป็นหลัก (ADVANC ,THCOM , CSL) ===========   จุดเด่นอยู่ที่เงินปันผล เงินปันผลถือว่าเป็นจุดขายของเค้าเลยแหละครับ “INTUCH ประกาศจ่ายเงินปันผลทั้งปี 2.71 บาท หลักๆรับมาจาก ADVANC และ THAICOM ขายหุ้น CSL แล้วจ่ายเงินปันผลออกมา” ผู้บริหารอธิบายให้ฟังครับ ===========   ผลประกอบการเติบโต 8% “กำไรโดยภาพรวมปี 2561 อยู่ที่ 11,491 ล้านบาท เติบโต 8% หลักๆมาจากการขายหุ้น CSL แต่ถ้ามองเฉพาะธุรกิจหลักเป็นลักษณะทรงๆ ไม่เติบโตมากนัก” ตั้งงบลงทุน 20,000-25,000 ล้านบาท มาเจาะดูบริษัทลูกกันครับ เริ่มจาก ADVANC ธุรกิจหลักของ ADVANC เติบโตหมด ทั้งโทรศัพท์มือถือ (โต 1.3%), ธุรกิจ broadband (+42%), ธุรกิจบริการอื่นๆ เติบโต 77% สำหรับกำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย เพราะมีค่าเสื่อมจากการลงทุนโครงข่าย และใบอนุญาต ในขณะที่หนี้สินลดลงเล็กน้อยทั้งๆที่มีการลงทุนมากมาย ยอดสมัครสมาชิกเพิ่มมากขึ้น (ปัจจุบันสัดส่วนรายได้แบ่งเป็น postpaid 43%, prepaid 57%) ปัจจุบันมีลูกค้า 41 ล้านราย เพิ่มขึ้น 1 ล้านราย   สำหรับธุรกิจ Broadband เติบโตหนักมาก 42% “ตอนนี้มีบริการ 57 จังหวัด และกำลังขยายเครือข่ายมากขึ้น” ส่วนธุรกิจอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงนั้น เอไอเอสมีลูกค้าไฟเบอร์เพิ่มขึ้น 209,300 ราย เป็น 730,500 ราย สำหรับ Digital Services เติบโตจากการเข้าซื้อกิจการของ CSL ทำให้มีศักยภาพในการให้บริการลูกค้าองค์กรดีขึ้น เช่น การให้บริการอินเทอร์เน็ตแก่ลูกค้าองค์กร (EDS) รวมถึงบริการคลาวด์ (Cloud) ส่วนวิดีโอ AIS PLAY มีลูกค้าใช้งานกว่า 1.7 ล้านราย และแพลตฟอร์มการทำธุรกรรมทางการเงินบนมือถือ (Mobile Money) ผ่านแรบบิท ไลน์ เพย์ ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 850,000 ราย ===========   สำหรับ Thaicom ผลประกอบการน่าสนใจหรือไม่? รายได้ของ Thaicom ลดลง 10% เนื่องจากการแข่งขันหนักขึ้น ในขณะที่ EBITDA ลดลงกว่า 16% แต่เหตุผลที่กำไรเติบโตสูงขึ้นเป็นเพราะการบริหารจัดการด้านต้นทุน และค่าเสื่อมที่ลดลง มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานในปี 2561 ที่ 230 ล้านบาท จากการขายหุ้นใน CSL เป็นหลัก ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานปกติฟื้นตัวขึ้นมาอยู่ที่ 140 ล้านบาท ในขณะที่อัตราการใช้งานดาวเทียม utilization rate 59% “Thaicom พยายามรักษาลูกค้าเดิมเอาไว้ นั่นคือ True” และพยายามมองหาลูกค้าในเมียนมา และในแอฟริกามากขึ้น   นอกจากนี้ Thaicom ยังถือหุ้น LTC ผู้นำผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ใน สปป.ลาว (คล้ายๆ ADVANC) ในขณะที่การเป็นพันธมิตรกับบริษัทระดับโลกจะช่วยลดต้นทุนได้ในอนาคต โอกาสเติบโตยังมีคือ การหาลูกค้ามาใช้งานดาวเทียมมากขึ้น และตอนนี้เป็นที่ปรึกษาดาวเทียมในบังคลาเทศ และสามารถต่อยอดธุรกิจ AI, Drone ในอนาคตได้ ไทยคม 4-5 อายุใกล้หมดอายุสัมปทาน แต่มีแนวโน้มต่ออายุได้ จุดที่น่าสนใจ คือรายได้จากการขายของ High shopping […]

สรุป Opp Day โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง (WPH) สำหรับ Q2 2561

สรุป Opp Day โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ ตรัง (WPH) สำหรับ Q2 2561 Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm =========== WPH ทำธุรกิจอะไรครับ? ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดตรัง โดยมีลูกค้าหลัก 2 ประเภท คือ ผู้ป่วยเงินสด และผู้ป่วยบริษัทคู่สัญญาและบริษัทประกัน ก่อตั้งตั้งแต่ปี 2534 แต่เริ่มทำธุรกิจในรูปแบบคลินิกตั้งแต่ปี 2500 ปัจจุบันมี 120 เตียง มีจำนวนห้องตรวจ 34 ห้อง โดยมี 2 บริษัทย่อย: โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ อ่าวนาง ที่จังหวัดกระบี่ , รพ.วัฒนแพทย์ สมุย ตอนนี้วางแผนก่อสร้างที่ เกาะสมุย จ.สุราษฏร์ธานี=========== มาดูประวัติ WPH ครับ เริ่มจากคลินิกเล็กๆ ที่จังหวัดตรัง นับตั้งแต่ปี 2500 2505: ให้บริการในรูปแบบสถานพยาบาลขนาด 10 เตียง ในชื่อ “โรงพยาบาลวัฒนแพทย์ตรัง” 2518: ขยายเป็น 25 เตียง 2559: จัดตั้ง บริษัท รพ.วัฒนแพทย์ อ่าวนาง 2562: มีโครงการเปิด รพ.วัฒนแพทย์ สมุย ในช่วงไตรมาสที่ 4 2563: โครงการขยาย รพ.วัฒนแพทย์ ตรัง =========== รายได้มาจากไหนเอ่ย? ผู้ป่วยใน: 66% ผู้ป่วยนอก: 34% หากพิจารณาข้อมูลใช้บริการแล้วจะพบว่า รายได้จากผู้ป่วยในสูงกว่าเยอะครับ โดยเฉลี่ยแล้ว ค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยในอยู่ที่คนละ: 35942 บาท (เพิ่มขึ้น 8.5%) ผู้ปวยนอก: 2007 บาท ต่อคน (เพิ่มขึ้น 10.7%)   =========== รายได้จากการให้บริการ ชาวต่างชาติคิดเป็นสัดส่วน 20.5% =========== แต่ถ้าหากแยกเป็นสัดส่วนกลุ่มลูกค้า จะเห็นว่ามีหลายแบบครับ กลุ่มลูกค้าเงินสดคิดเป็น 44%, กลุ่มลูกค้าสินเชื่อ 56% (บริษัทคู่สัญญา, ประกันชีวิต (75-80%), พรบ., กยท.) =========== ผลการดำเนินงานของ WPH เติบโตหนักมาก มีสินทรัพย์ 951 ล้านบาท หนี้สิน 85 ล้านบาท D/E: 0.1 เท่า รายได้ครึ่งปีแรกเติบโต 13.3% แต่กำไรโตหนักมาก 78.7% ต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น แต่ยังคุมได้ดีทำให้ Gross Profit เพิ่มเล็กน้อย เหลือ 32.3% “ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหลักๆแล้วมาจากการเตรียมตัว เปิดโรงพยาบาลใหม่ที่อ่าวนาง โดยตอนนี้ได้จ้างแพทย์มาทำงานที่ตรังก่อน” “เมื่อรพ.อ่าวนางเสร็จในไตรมาสที่ 4 ก็จะย้ายแพทย์ไปที่ใหม่เลย” ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงบอกครับ คุณ เชน เหล่าสุนทร =========== โรงพยาบาล WPH มีชื่อเสียงหลายด้าน โรคหัวใจ, อายุรกรรมสมองและประสาท, ทางเดินอาหารและตับ, แผนกอุบัติเหตุ (แต่ถ้า) WPH ไม่ได้จับตลาดลูกค้าประกันสังคม =========== โครงการอนาคต: โครงการก่อสร้าง รพ. วัฒนแพทย์อ่าวนาง จ.กระบี่ : มีแพทย์เฉพาะทางครบ “ตั้งเป้าอยากจะดูแลคนไทย และนักท่องเที่ยว” มองว่าเป็นโอกาสเพราะตอนนี้นักท่องเที่ยวเยอะขึ้นมาก แต่มีรพ.ในตัวเมืองแค่ รพ.เดียว เลยอยากสร้างรพ.ที่นี่เลย คาดการณ์ว่า ธ.ค. น่าจะสร้างเสร็จ ตอนนี้อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตจากทางภาครัฐด้วย แต่มองว่า จะคืนทุนมากกว่า รพ.อื่น (payback period 10 ปี และมี IRR 16%) เพราะนักท่องเที่ยวมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุมากกว่า และอาจจะทานอาหารแล้ว ไม่ถูกปาก ท้องเสียได้ รพ.สวยมาก เพราะอยู่ใกล้ […]

Subscribe & Follow