Subscribe & Follow:

Opportunity Day

#สรุปOppDay บมจ.เมืองไทย แคปปิตอล (MTC) สำหรับงบปี 2562

โดยอิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm จากเพจ: ถามอีก กับอิก   ชวนมาดูไฮไลท์ ของ MTC กันก่อนครับ     1. พอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 60,253 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.4% (ปัจจุบันมี 2.9 ล้านสัญญากับลูกค้า และลูกค้าที่ active มาก ๆ)   2. รายได้ไตรมาสที่ 4 อยู่ที่ 3,455 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22%   3. กำไรอยู่ที่ 1,131 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.8% (อัตรากำไรสุทธิ 32.74%)   4. จำนวนสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 4,107 สาขา จาก 3,279 สาขาในปี 61   5. “ไตรมาสที่ 1 ปีที่แล้วเป็นช่วงที่ธนาคารแห่งประเทศไทยออก license สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ รถมอไซด์ และรถการเกษตร” ผู้บริหารบอกว่าตอนนี้มีสัดส่วน 80% ที่อยู่ภายใน license ตัวนี้ เพราะจะทำให้การดำเนินงานมีความชัดเจน เป็นไปตามกฎหมาย   6. ปกติไตรมาสที่ 1 จะมีความต้องการสินเชื่อที่น้อยกว่าไตรมาสอื่นๆ ส่วนไตรมาสที่ดีที่สุดคือ ไตรมาสที่ 3 เพราะเป็นช่วงเวลาเพาะปลูก ทำให้เกษตรกรจำเป็นต้องกู้เงิน ส่วนไตรมาสที่ 4 มักจะเป็นช่วงจับจ่ายใช้สอย   7. MTC อยากจะมีการเติบโตของสินเชื่อ 20-25% ต่อปี   8. ต้นทุนทางการเงิน ตอนช่วงไตรมาสที่ 2 ลดลง เพราะได้รับการจัดอันดับเครดิตดีขึ้นจากเดิม BBB แลายเป็น BBB+ แต่ภาพรวมทั้งปีเฉลี่ยอยู่ที่ 3.8%     ========   เส้นทางของ MTC เติบโตมาอย่างโชกโชน   เริ่มต้นตั้งแต่ปี 1992 ที่ MTC เริ่มธุรกิจจากสินเชื่อจำนำเล่มทะเบียน หลังจากก็เพิ่มสินค้าสินเชื่อส่วนบุคคล และเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2014 (ตอนนั้นมีสาขาเพียง 506 แห่ง)     ปัจจุบัน MTC มี ผลิตภัณฑ์ 5 อย่าง   สินเชื่อยานยนต์, สินเชื่อรถจักรยานยนต์, สินเชื่อที่ดิน และ เพิ่มมาเพิ่ม nano finance และ สินเชื่อส่วนบุคคล “ธุรกิจใหม่ ๆ ที่กำลังมาแรงคือปล่อยสินเชื่อรถมอเตอร์ไซด์ ภายใต้บริษัทลูกคือ เมืองไทยลิสซิ่ง”  ผู้บริหารบอกครับ โดยจะให้วงเงินไม่เกิน 6 หมื่นบาทและต้องมีประวัติการชำระเงินที่ดี   ในช่วงที่ผ่านมา MTC เติบโตด้วยการขยายสาขาอย่างก้าวกระโดด (จาก 2014 มีแพียง 506 แห่ง แต่ปัจจุบันเติบโตมากกว่า)   ========   ส่วนนี่คือ ศูนย์ประมูลรถของ MTC ครับ     กรณีที่ลูกค้าผิดนัดชำระหนี้ ทาง MTC ก็จะเอารถมาประมูล ซึ่งตอนนี้มีทั้งหมด 6 สาขาครับ เช่น พิษณุโลก, ขอนแก่น, นครราชสีมา, อยุธยา, ราชบุรี และชลบุรี   “ศูนย์ประมูลเป็นของ MTC เองไม่ได้จ้างใครทำให้ โดยแต่ละเดือนจะมีการประมูลศูนย์ละประมาณ 1-2 รอบ” “ส่วนใหญ่เอามาประมูลได้ทั้งหมด เพราะเศรษฐกิจแบบนี้ ลูกค้าไม่อยากได้รถใหม่ แต่ยินดีที่จะใช้รถมือสอง สภาพดี” คุณชูชาติ เพ็ชรอำไพ ผู้บริหารคนเก่งบอกครับ   ========   สาขาของ […]

#สรุปOppDay บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) สำหรับงบปี 2562

  โดยอิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm จากเพจ: ถามอีก กับอิก   ไฮไลท์ ของ ปตท.สผ. ในปีที่ผ่านมาคืออะไร?   1. “ปริมาณการขายปีที่แล้ว 2019 ได้สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์” ผู้บริหารของ PTTEP พูดอย่างน่าภาคภูมิใจมากครับ โดยเป็นผลมาจากการที่เข้าซื้อสินทรัพย์ เมอร์ฟี่ และบงกช   2. ไม่ใช่แค่นี้ครับ PTTEP ยังเป็นที่หนึ่งในการเป็น supplier แก๊สในไทย, เป็นผู้ผลิตปริมาณมากที่สุดในเมียนมา, และเป็นอันดับที่ 3 ในด้านปริมาณสำรองในมาเลเซีย     3. “โดยถ้าหากมองไปข้างหน้า ปี 2019-2024 มีความคาดหมายว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้น 6% CAGR ต่อปี”   4. นอกจากปริมาณการขายแล้วสิ่งที่สำคัญคือ ปริมาณสำรอง (เพราะเป็นทรัพยกรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดไป) แต่ตอนนี้ไม่ต้องกังวลแล้วเพราะมีปริมาณสำรอง 7.5 ปี (จากเดิม 5 ปี)   5. ไม่ใช่แค่นี้ครับ PTTEP ยังขุดเจาะเจอก๊าซสำรองในมาเลเซียเพิ่มเติม “การดำเนินธุรกิจให้เกิดความยั่งยืนไม่ควรพึ่งพาการควบรวมกิจการ แต่ขึ้นอยู่กับการเติบโตของตัวเอง (การขุดเจาะเอง)”   6. “ปีที่แล้ว มีกำไรสุทธิ 1,569 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นมากถึง 40%” เหตุผลเป็นเพราะปริมาณการขายที่ขายได้มากขึ้น ไม่ได้เกิดจากราคาในตลาดโลกเพิ่มขึ้น   7. และมี EBITDA margin มากถึง 71%   8. หลัก ๆ แล้ว PTTEP เน้นขายแก๊ซ ธรรมชาติมากคิดเป็นสัดส่วน 71% เมื่อเทียบกับน้ำมัน 29%   ชวนมาดูกันต่อเรื่องผลการดำเนินงานที่สำคัญ ๆ กันครับ   ปกติผลการดำเนินงานของ PTTEP ขึ้นอยู่กับสามอย่าง คือ ปริมาณการขาย, ราคาขาย, และต้นทุนการขาย     1. กำไรของ PTTEP เติบโตมากถึง 40% 1,569 ล้านเหรียญ “พระเอกที่ทำให้ผลประกอบการของเราดีขึ้นคือมีปริมาณการขายที่สูงขึ้น”   2. ในปี 2019 ปริมาณการขายดีขึ้น 15%, ในขณะที่ราคาขายเพิ่มขึ้น 1% และ PTTEP สามารถรักษาต้นทุนของการขายได้เท่าเดิม “เพราะฉะนั้นการที่ปริมาณเพิ่มสูงขึ้นเลยทำให้ผลการดำเนินงานเพิ่มมากขึ้น”   3. โดยหลัก ๆ แล้วปริมาณการผลิตก็ยังมาจากประเทศไทย แต่อนาคตจะมาจากมาเลเซียมากขึ้น   ส่วนกระแสเงินสดก็ยังแข็งแกร่ง   1. เงินสดเริ่มต้นคือ 4 พันล้านเหรียญ โดยในปี 2019 มีการซื้อกิจการค่อนข้างเยอะ และมีการลงทุน รวมถึงการจ่ายเงินปันผล ทำให้มีเงินสดในมือลดเหลือประมาณ 3 พันล้านเหรียญ     2. “ถามว่า 3 พันล้านเหรียญเยอะไหม?” จริงๆก็มากพอครับ เพราะการใช้เงินในการดำเนินงานปกติปีละ 1 พันล้านเหรียญ เพราะฉะนั้นเงินในมือมีมากพอครับ   3. ส่วนงบดุลก็เติบโตมากขึ้น จาก 1.9 หมื่นล้านเหรียญ เพิ่มเป็น 2.2 หมื่นล้านเหรียญ   4. แต่หนี้สินเพิ่มขึ้นเช่นกัน จาก 1.9 พันล้านเหรียญเป็น 3.4 พันล้านเหรียญ   5. ต้นทุนทางการเงินจากเดิมปี 2018 : 5.32% แต่ปี 2019 เหลือ 4.41%   6. D/E ก่อนหน้านี้อยู่ที่ 0.16x แต่ก็เริ่มสูงขึ้นเป็น 0.29x แต่ยังต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ 0.5x   =======   แผนการดำเนินงานในช่วง […]

#สรุปOppDay บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) สำหรับงบปี 2562

  โดยอิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm จากเพจ: ถามอีก กับอิก   ชวนมาดูไฮไลท์ผลประกอบการกันครับ     KTC มียอดใช้จ่ายบัตรเครดิตเติบโตมากกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งอุตสาหกรรมครับ เติบโต 10.6% (ถ้านับเฉพาะไตรมาสที่ 4 ไตรมาสเดียวพอร์ตเพิ่มขึ้น 4 พันกว่าล้านบาท)   ในขณะที่ยอด personal loan เติบโต 7.9% “ทำให้ทั้งพอร์ตรวมโตประมาณ 9.8% ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ 10% อย่างมากครับ” คุณชุติเดช CFO เล่าให้ฟังครับ   NPL ต่ำเพียง 1.1% ถือว่าคุมได้ดีเลยครับม กำไรเติบโต 7.5% ,ในขณะที่ต้นทุนทางการเงินก็อยู่ที่ 2.8%,       D/E อยู่ที่ 3.3x ส่วนแหล่งที่มาของเงินส่วนใหญ่เป็นระยะยาวประมาณ 70%   ส่วน cost to income อยู่ที่ 34.1% ดีกว่าปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 35.5%   ชวนมาดูไฮไลท์ผลเจาะลึกไส้ในธุรกิจบัตรเครดิตกันครับประกอบการกันครับ   จำนวนบัตรเครดิตเติบโต 5.2% มาอยู่ที่ 2.51 ล้านใบ มีส่วนแบ่งการตลาด 10.6%   ในขณะที่พอร์ตเติบโต 10.9% อยู่ที่ 5.6 หมื่นล้านบาท   การใช้จ่ายเติบโต 10.6% อยู่ที่ 2.13 แสนล้านบาท มีส่วนแบ่งการตลาดที่ 11.3%   ส่วนธุรกิจ personal loan     ส่วนแบ่งการตลาดในด้านจำนวนบัญชีตอนนี้อยู่ที่ 5.5% แต่จุดที่น่าสนใขคือ จำนวนบัญชีติดลบลงจาก 9.51 แสนบัญชีเหลือเพียงแค่ 8.88 แสนบัญชี   “ปีที่แล้วเรามีการตัดบัญชีที่ไม่ Active เกินกว่า 3 ปีออกไป” แต่พอร์ตมูลค่าของ personal loan ก็ยังเติบโต 7.9% เป็น 2.89 หมื่นล้านบาท     ผลกระทบจากมาตรฐานบัญชี IFRS 9   “มาตรฐานนี้มีผลต่อเฉพาะในแง่การนำเสนอตัวเลข ไม่มีผลต่อวิธีการทำงานของ KTC ต่างไปจากเดิม”     เรื่องแรกที่เปลี่ยนไป คือ การเปลี่ยนวิธีการตัดหนี้สูญ และ รายงาน NPL   “มาตรฐานบัญชีใหม่บอกว่าเราจะยังไม่สามารถตัดหนี้สูญออกไปได้จนกว่าจะถึงจุดสุดท้ายที่เรียกเก็บหนี้ไม่ได้จริงๆแล้ว” ในระหว่างนั้นให้เอาตัวเลขไปเก็บไว้ในตัวเลข NPL ทำให้ตัวเลข NPL อาจจะดูสูงขึ้น     อย่างที่ 2: เปลี่ยนวิธีการรายงาน NPL และอัตราส่วน   NPL ต่อพอร์ต จะค่อย ๆ ขยับขึ้นในแต่ละไตรมาส   อย่างที่ 3: หนี้สูญกับ NPL   ก่อนหน้านี้ถ้า NPL มีอายุเกิน 90 วันก็จะสามารถตัดหนี้สูญได้ (จะไม่สามารถตัดหนี้สูญได้เลย จนกว่าจะเชื่อได้ว่าจะไม่สามารถตามเก็บหนี้ได้)   นั่นหมายความว่ามาตรฐานฉบับใหม่จะ ไม่เปิดช่องให้ KTC ตัดหนี้สูญเมื่อมีการผิดนัดชําระสามเดือน โดยจะต้องตั้งสำรองตามที่โมเดลคำนวณมาให้   ซึ่ง KTC ตัดหนี้สูญสูงถึง 5.9 พันล้านบาทในปี 2561 และ 6.3 พันล้านบาทในปี ที่แล้วและทําให้การตัดหนี้สูญในอนาคต และจะต้องลดลง ทําให้การตั้งสํารองฯลดลงตามไปด้วย   อย่างที่ 4 คือ การรับรู้รายได้   คือให้คิดดอกเบี้ยของตัวเลข NPL ด้วย       ตัวอย่างกลยุทธ์เชิงรุกของธุรกิจบัตรเครดิต   1. การขยายฐานบัตรเครดิต […]

วิเคราะห์ผลประกอบการ บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) สำหรับ Q3-2562

“ดูแลคุณในทุกช่วงชีวิต (Lifetime Health Guardian for All)”   คือ เป้าหมายในการทำธุรกิจของ THG  หรือ บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป หนึ่งในผู้นำธุรกิจการแพทย์และสุขภาพครบวงจรของไทย ปัจจุบันมี Market cap มูลค่าตลาดสูงถึง 2.1 หมื่นล้านบาท ไม่ธรรมดาเลยครับ   ชวนมาดูกันก่อนครับว่าเค้าทำธุรกิจอะไรกันบ้าง? ในภาพใหญ่เค้าทำธุรกิจ 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ครับ   กลุ่มแรก คือ ธุรกิจให้บริการทางการแพทย์   กลุ่มที่ 2 คือ ธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์   และกลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่มอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจในกลุ่มบริษัทฯ   ก่อนที่จะดูผลประกอบการไตรมาสที่ 3 ชวนมาทำความเข้าใจรายละเอียดของธุรกิจ THG กันก่อนครับ ดูภาพต่อไปเลยครับ       ชวนมาดูรายละเอียดกันครับว่า THG ทำธุรกิจอะไรบ้าง   เริ่มต้นจากธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ ที่เป็นธุรกิจหลักของ THG: โดยแบ่งย่อยออกเป็น 5 กลุ่มครับ   1. โรงพยาบาลในประเทศมีทั้งหมด 7 แห่ง (มีเตียงจดทะเบียนทั้งหมด 963 เตียง)   ได้แก่ รพ.ธนบุรี, รพ.ธนบุรี 2, รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง, รพ.ราษฏร์ยินดี จ.สงขลา, รพ.อุบลรักษ์ ธนบุรี จ.อุบลราชธานี, รพ.สิริเวช จ.จันทบุรี และ รพ.ธนบุรีทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช   2. โรงพยาบาลในต่างประเทศ มีทั้งหมด 2 แห่ง   โรงพยาบาล Welly Hospital ใน เมืองเวยไห่ ประเทศจีน (ทุนจดทะเบียนสูงถึง 1,350 ล้านบาท) ซึ่ง THG ถือหุ้น 58% (ขนาด 150 เตียง)   และโรงพยาบาล Ar Yu International Hospital ในเมียนมา (ขนาด 200 เตียง) ซึ่ง THG ถือหุ้น 40% ซึ่งเปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้ว (ทุนจดทะเบียนสูงถึง 2,250 ล้านบาท)   3. ธุรกิจศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วย   ให้บริการส่งเสริมดูแล และรักษา ฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวม สำหรับผู้ป่วย ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะโรคภาวะสมองเสื่อม โรคอัลไซเมอร์ และโรคหลอดเลือดสมอง โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้การดำเนินงาน โรงพยาบาลธนบุรีบูรณา ตั้งอยู่ในพื้นที่โครงการ Jin Wellbeing County ในเครือ THG   4. รับจ้างบริหาร    มีหลายแห่งเลยครับทั้งที่ให้บริการกับภาครัฐ ในภูเก็ต พัทยา และศูนย์แพทย์ชุมชนนานาชาติ เกาะล้าน ข้อดีคือมีรายได้เข้ามาสม่ำเสมอแต่ขึ้นอยู่กับสัญญาที่ทำกับโรงพยาบาลต่างๆ ครับ และยังมีบริการเป็นที่ปรึกษาให้กับต่างประเทศ   5. กลุ่มธุรกิจศูนย์แพทย์เฉพาะทาง   เช่นศูนย์หัวใจ รพ.ภัทร-ธนบุรี, ศูนย์หัวใจ รพ.ธนบุรี 2 ศูนย์หัวใจ รพ.พัทลุง   ============   ไม่ใช่แค่นี้ครับ ตอนนี้ THG ขยายธุรกิจไปเยอะมาก   Healthcare Solutions Provider ซึ่งเป็นรายได้อีกทางที่กำลังมาแรง ประกอบไปด้วย 3 ส่วนด้วยกัน   1. ธุรกิจที่พักอาศัยพร้อมบริการทางการแพทย์เพื่อผู้สูงวัย   – โครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ ซึ่งรวมถึงโรงพยาบาลธนบุรี บูรณา ตั้งอยู่ในพื้นที่โครงการ ให้บริการแก่ผู้ป่วย และผู้สูงวัย โดยเฉพาะโรคภาวะสมองเสื่อม โรคอัลไซเมอร์ และโรคหลอดเลือดสมอง ที่ต้องการบริการส่งเสริมดูแลรักษาสุขภาพ พักฟื้น และกายภาพบำบัด   – โครงการธนบุรี เฮลท์ วิลเลจ ภายใต้แนวคิด“ที่อยู่ใกล้ชิดสุขภาพที่ดี” เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมีสุขภาพจิตที่ดี สุขภาพกายที่แข็งแรงแบบครบวงจร   – ข้อสังเกตคือ THG เพิ่งจัดตั้งบริษัทย่อย บริษัทธนบุรี พร็อพเพอร์ตี้ แมเนจเมนท์ จำกัด ที่จะเข้ามาบริหารจัดการ Senior Residence สะท้อนให้เห็นว่า THG เอาจริงเอาจังกับตลาดนี้มาก   2. ธุรกิจรักษาพยาบาลนอกพื้นที่โรงพยาบาล ได้แก่ บริษัทพรีเมียร์โฮมเฮลท์แคร์   3. ธุรกิจจำหน่ายเครื่องมือทันตกรรมเป็นแบบ One Stop Service และธุรกิจร้านขายยา Apex   ============   กลุ่มธุรกิจอื่น ๆ:    ได้แก่ ธุรกิจพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ เพื่อการบริหารโรงพยาบาล และธุรกิจพัฒนาโครงการที่เกี่ยวข้องกับบริการด้านการแพทย์และสุขภาพ   สรุปง่าย ๆ ว่า THG เป็นกลุ่มธุรกิจด้านสุขภาพแบบครบวงจร […]

วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) สำหรับ Q2-2562

ทำความรู้จัก THG   เล่าให้ฟังคร่าว ๆ ก่อนครับว่า THG เค้าทำธุรกิจ 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ครับ   กลุ่มแรก คือ ธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ครับ มีสัดส่วนรายได้ 92.7%*   กลุ่มที่ 2 คือ Healthcare Solution Provider หรือธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์ สัดส่วนรายได้ 6.9%*   และกลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่มอื่น ๆ เช่น ธุรกิจพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ เพื่อการบริหารโรงพยาบาล และธุรกิจพัฒนาโครงการที่เกี่ยวข้องกับบริการด้านการแพทย์และสุขภาพ มีสัดส่วนไม่มากที่ 0.3%*   เป็นกลุ่มธุรกิจที่ทำเยอะมากครับ ภายใต้คอนเซปต์ “Lifetime health guardian for all” ปกป้องดูแลความสุขและสุขภาพคนไทยทุกช่วงชีวิตครับ   *ข้อมูลปี 2561     มาเจาะธุรกิจหลักของ THG กันครับ   รายได้จากธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ เป็นธุรกิจหลักของ THG: แบ่งย่อยออกเป็น 4 กลุ่มครับ   1. โรงพยาบาลในประเทศมีทั้งหมด 7 แห่ง ได้แก่ รพ.ธนบุรี, รพ.ธนบุรี 2, รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง, รพ.ราษฎร์ยินดี จ.สงขลา, รพ.อุบลรักษ์ ธนบุรี จ.อุบลราชธานี, รพ.สิริเวช จ.จันทบุรี และ รพ.ธนบุรีทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช   2. โรงพยาบาลในต่างประเทศ มีทั้งหมด 2 แห่ง โรงพยาบาล Welly Hospital ในเมือง เวยไห่ ประเทศจีน ซึ่ง THG ถือหุ้น 58% (ขนาด 150 เตียง)   และโรงพยาบาล Ar Yu International Hospital ในเมียนมา (ขนาด 200 เตียง) ซึ่ง THG ถือหุ้น 40% ซึ่งเปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้วเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมาครับ (มีทั้งคนไข้นอกและคนไข้ใน)   3. รับจ้างบริหาร รพ. จากรัฐบาล: มีหลายแห่งเลยครับทั้งที่ภูเก็ต พัทยา และศูนย์แพทย์ชุมชนนานาชาติเกาะล้าน   4. กลุ่มธุรกิจศูนย์แพทย์เฉพาะทาง: เช่นศูนย์หัวใจ รพ.ภัทร-ธนบุรี, ศูนย์หัวใจ รพ.ธนบุรี 2 และศูนย์หัวใจ รพ.พัทลุง     เมื่อ THG เป็นมากกว่าแค่โรงพยาบาล   Healthcare Solution Provider ซึ่งเป็นรายได้อีกทางที่กำลังมาแรง ประกอบไปด้วย 3 ส่วนครับ   1. ธุรกิจที่พักอาศัยพร้อมบริการทางการแพทย์เพื่อผู้สูงวัย   – โครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ ซึ่งรวมถึงโรงพยาบาลธนบุรี บูรณา ตั้งอยู่ในพื้นที่โครงการ ให้บริการแก่ผู้ป่วย และผู้สูงวัย ที่ต้องการบริการดูแลรักษาสุขภาพ พักฟื้น และกายภาพบำบัด   – โครงการธนบุรี เฮลท์ วิลเลจ ภายใต้ชื่อ เดอ ซองเต้   2. ธุรกิจรักษาพยาบาลนอกพื้นที่โรงพยาบาล ได้แก่ บริษัทพรีเมียร์โฮมเฮลท์แคร์   3. ธุรกิจจำหน่ายเครื่องมือทันตกรรม เป็นแบบ One Stop Service และธุรกิจร้านขายยา Apex     รายได้ยังเติบโตต่อเนื่อง   เข้าใจธุรกิจของ THG มากขึ้นแล้วนะครับ   มาลุยดูงบไตรมาสที่ 2 ของปีนี้กันครับ เริ่มจากรายได้กันก่อนครับที่อยู่ระดับ 2,009 ล้านบาท เติบโต 19.9% จากปีที่แล้ว   เติบโตมาจากหลายปัจจัยครับ   1. โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง ที่เพิ่งเปิด ม.ค. 2562 ก็เริ่มรับรู้รายได้เพิ่มมากขึ้น (ในไตรมาส 2 มีรายได้กว่า 60-70 ล้านบาทต่อเดือน เรียกว่าเติบโตจากไตรมาส 1 ได้อย่างดีครับ)   2. นอกจากนี้ยังเริ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเปิดบริการศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากหรือ (IVF) โดยเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าชาวจีน (เริ่มให้บริการเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา)   3. ศูนย์หัวใจเองก็มีคนไข้เพิ่ม เช่นศูนย์หัวใจ รพ.พัทลุง ที่มีเคสเพิ่มขึ้น และ ศูนย์หัวใจ รพ.ธนบุรี 2 ซึ่งเริ่มรับคนไข้ส่งต่อที่ใช้สิทธิประกันสุขภาพแห่งชาติได้ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา   4. อีกหนึ่งธุรกิจที่เป็นอีกธุรกิจดาวรุ่งของ THG คือ โครงการ จิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ รังสิต มียอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอีก 36 ยูนิตครับ   แต่ถ้าไม่รวมรายได้จากการโอนห้องในโครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ ดูแต่รายได้จากธุรกิจบริการทางการแพทย์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักและเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง (recurring income) จะเห็นว่ารายได้จากธุรกิจหลัก เติบโตได้ 11%     กำไรจากธุรกิจหลักเริ่มฟื้นตัว   ถ้ามองผิวเผินจะเห็นว่า กำไรไตรมาสที่ 2 นี้ฟื้นตัวหนักมาก […]

#สรุปOppDay บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) สำหรับงบไตรมาสที่ 2 / 2562

Facebook page: ถามอีก กับอิก    โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm   ============ GULF ทำธุรกิจอะไร ทำไมฮอตขนาดนี้ครับ? นี่เลยครับ GULF เป็น holding company ถือหุ้นหลายๆบริษัทครับ หลักๆจะเน้นไปที่ การผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ และน้ำเย็น โดยเป็นหนึ่งในผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าภาคเอกชนรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย   ============   ไตรมาสแรกมีความคืบหน้าอะไรบ้างครับ?   1.“เริ่มจากโครงการ 12 SPPs ก่อนครับ”     รวมกันแล้วมีกำลังการผลิตไฟฟ้า 519 เมกะวัตต์ โดยได้ทยอยเปิดบริการตั้งแต่เดือน มค. และถ้ารวมโครงการ 12 SPPs รวมแล้วกว่า 1563 เมกะวัตต์ครับ “ทุกอย่างถือว่าเป็นไปตามกำหนดและตามงบประมาณที่ตั้งไว้” ผู้บริหารแสดงความเชื่อมั่นครับ   2. สำหรับโครงการโซล่าฟาร์ม เปิดเร็วกว่ากำหนดและให้ประสิทธิภาพที่สูงกว่าเป้าหมาย   3. NGD หรือโครงการจำหน่ายแก๊สธรรมชาติผ่านทางท่อ โดยโครงการนี้ร่วมทุนกับ WHA และ มิสซุย โตเกียว แก๊ส  โดย GULF ถือหุ้น 35%, WHA ถือหุ้น 35% แต่ มิสซุย โตเกียว แก๊ส ถือหุ้นที่เหลือ 30%    จากทั้ง 3 โครงการนี้ทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 637 เมกะวัตต์ และทำให้ capacity ในการผลิตไฟฟ้า เพิ่มขึ้นเป็น 5919 เมกะวัตต์   ============   มาดูโครงการอื่นๆที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างกันบ้างครับ   1. เบื้องต้นแบ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าที่ใช้แก๊ส เป็นเชื้อเพลิง   มีทั้งหมด 3 โรงงานครับ คือ GSRC ที่ GULF ถือหุ้นอยู่ 70% โดยมิสซุยถือหุ้น 30% ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่ตั้งอยู่ที่นิคม WHA เบื้องต้นได้เซ็นสัญญาขายไฟให้ EGAT แล้ว 25 ปีครับ โดยมี capacity 2650 เมกะวัตต์   ถัดมา เป็นโครงการ Gulf PD โดยมี capacity 2650 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่นิคม โรจนะ ระยอง โดยมีการเซ็นสัญญากับ EGAT แล้ว 25 ปี โดยโครงการนี้ GULF ถือหุ้นอยู่ 70% เช่นกันครับ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาเงินกู้ ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำ interest rate swap ทำให้ต้นทุนทางการเงินต่ำมากๆ   ส่วนโครงการที่สาม คือ โครงการแก๊ส ที่โอมาน โดย GULF ถือหุ้นทั้งหมด 45% ทั้งนี้เซ็นสัญญา 25 ปี ปัจจุบันเป็นการขายน้ำจืด และขายไฟให้กับโรงกลั่น ซึ่งมีการเซ็นสํญญาขายเป็นเวลา 25 ปีแล้ว   2. โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน   โรงแรก คือ Gulf chana Green เป็นโรงไฟฟ้าไบโอแมส ปัจจุบันถือหุ้น 100%   อยู่ที่จ.สงขลา โดยได้เซ็นสัญญากับ EGAT เป็นเวลา 25 ปี โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในเดือน มี.ค.ปีหน้าครับ   ส่วนอีกหนึ่งแห่งคือ โรงไฟฟ้าพลังลม ที่เวียดนาม ตอนนี้มีกำลังการผลิต 310 เมกะวัตต์ โดยปัจจุบันพวกงานระบบขายส่ง ก็เริ่มทำไปแล้ว โดยอยู่ในช่วงหาผู้รับเหมา “เรามองว่าเวียดนามเป็นการลงทุนในเชิงกลยุทธ์เนื่องจากเศรษฐกิจเวียดนามเติบโตดี ทำให้ความต้องการใช้ไฟเพิ่มขึ้นมาก”    ============   ทำโครงการเยอะขนาดนี้ […]

สรุปOppDay บมจ.แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (GOLD) สำหรับงบไตรมาสที่ 2 / 2562

  Facebook page: ถามอีก กับอิก   โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm   ============   Gold ทำธุรกิจอะไรครับ? ธุรกิจหลักๆของ Gold แบ่งเป็น 2 ส่วนครับมีแบรนด์ดังๆมากมายครับ     1. พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย, เซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์, โรงแรม Residental projects: เช่นแบรนด์ The grand, golden neo, prestige, goldencity , golden village, grandio, golden town     ปัจจุบันมีโครงการทั้งหมด 51 โครงการ และตอนนี้เริ่มมีโครงการในต่างจังหวัดมากขึ้นเช่น ศรีราชา เชียงราย ฉะเชิงเทรา “แต่อนาคตเราจะเปิดโครงการบ้านแฝดมากขึ้น” ผู้บริหารบอกทิศทางกลยุทธ์มากขึ้น     2. ธุรกิจอาคารเชิงพาณิชยกรรม หรือ commercial projects เช่น อาคารสำนักงาน, โครงการมิกซ์ยูส, รีสอร์ท, และสนามกอล์ฟ และยังมีกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์โกลเด้นเวนเจอร์ (GVREIT) เช่น samyan, FYI center, sathorn square, asscott, W Bangkok, Marriott, goldenland, Modena   นอกจากนี้ปัจจุบัน GOLD มีตระกูล “สิริวัฒนภักดี” เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ หลังจากที่เข้ามาใส่เงินเพิ่มทุนผ่าน บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อต้นปี 2559   “ปัจจุบันมีสัดส่วนถือหุ้น 39.92% ร่วมกับถือหุ้นทางอ้อมผ่าน บมจ.ยูนิเวนเจอร์ (UV) อีก 39.28%” ทำให้ “ตระกูลสิริวัฒนภักดี ” เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่รวมแล้วเกือบ 80%   ============   ผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ยังเติบโตได้   รายได้ไตรมาสที่ 2 นี้สูงถึง 3,897 ล้านบาทเติบโตมากขึ้น 4.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว แต่น้อยลงเมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้วลดลง 20%     เช่นเดียวกับกำไรที่เติบโต 5%   อยู่ที่ 525 ล้านบาท เติบโตเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่น้อยลงเมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว 20%     ส่วนรายได้ช่วง 9 เดือนของ GOLD เติบโต 13.4% อยู่ที่ 13,018 ล้านบาท ในขณะที่กำไรเติบโต 3.9% อยู่ที่ 1,638 ล้านบาท   “หลักๆตอนนี้กลุ่มอสังหาฯได้รับผลกระทบจากมาตรการของทางแบงค์ชาติครับ นั่นคือมาตรการ LTV ที่กำหนดให้เงินกู้ไม่น้อยกว่า 80% ของบ้านหลังที่ 2” ผู้บริหารมองว่าตอนแรกไม่น่าจะได้รับผลกระทบ ปรากฏว่าก็มีบ้างที่ได้รับผลกระทบบ้าง เพราะมีการเร่งโอนในช่วงก่อนหน้านี้     ส่วนเหตุผลที่ธุรกิจจะยังเติบโตได้โดดเด่นกว่าหุ้นอสังหารายอื่น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโครงสร้างรายได้ส่วนหนึ่งมาจาก รายได้ที่เข้ามาสม่ำเสมอจากธุรกิจอาคารเชิงพาณิชยกรรม   ============   เมื่อดูรายละเอียดไส้ในของธุรกิจ GOLD จะเห็นว่ายังเติบโตดี   ธุรกิจอาคารสำนักงานหรือ commercial projects เติบโต 10.3% แบ่งเป็นสัดส่วนหลักๆมาจาก commercial สัดส่วน 61%     ส่วนธุรกิจบ้านแนวราบ เช่นบ้านเดี่ยว และบ้านแฝด Residental projects เติบโต 13.8% แบ่งเป็นสัดส่วน บ้านแฝดที่มีสัดส่วนมากที่สุด 54%     ในขณะที่ยอดรายได้จาก ธุรกิจอาคารเชิงพาณิชยกรรม หรือ commercial projects เติบโตมากขึ้น […]

สรุปOppDay บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) สำหรับงบไตรมาสที่ 2 / 2562

Facebook page: ถามอีก กับอิก    โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm   ===========   ทบทวนกันหน่อยครับว่า CBG ทำธุรกิจอะไรครับ? CBG เป็น Holding company ถือหุ้นในหลายบริษัทครับ มีสินค้าในเครือเยอะมากครับ เช่นเครื่องดื่มบำรุงกำลัง, เครื่องดื่มไม่อัดก๊าซ, เครื่องดื่มเกลือแร่ผสมซิงค์, น้ำดื่ม, กาแฟปรุงสำเร็จชนิดผง, และกาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่ม   แบ่งเป็นสินค้าในกลุ่มบริษัท CBG เอง : รายได้มาจากเครื่องดื่มบำรุงกำลัง 42.1% ของรายได้ทั้งหมด, เครื่องดื่มเกลือแร่ 0.1%   ในขณะที่สินค้าที่ให้บริษัทอื่นผลิตให้: กาแฟปรุงสำเร็จพร้อมดื่มมีรายได้ 4.5%, ในขณะที่น้ำดื่มคาราบาว 0.5%, กาแฟปรุงสำเร็จชนิดผง 0.7%   ในขณะที่ธุรกิจรับจ้างจัดจำหน่ายให้กับบุคคลภายนอกก็จะแบ่งเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป 2.9%, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 4.1%   สำหรับธุรกิจต่างประเทศรายได้หลักๆมาจากคาราบาวแบบกระป่อง แบบไม่อัดก๊าซ 42.6%, รองลงมาคือคาราบาวแบบขวด 1.2%   ===========   ผลประกอบการครึ่งปีแรกยังพอเติบโตได้ครับ   “ยอดขายรวมครึ่งปีแรกเติบโต 2% มาอยู่ที่ 7,114 ล้านบาท” ถ้าดูตัวเลขอาจจะน้อยกว่าเป้าหมายไปบ้าง แต่ผู้บริหารยืนยันว่าครึ่งปีหลังมีงบการตลาดมากขึ้น ทำให้มั่นใจว่า น่าจะทำรายได้เติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักได้     แต่อย่างไรก็ตาม ตัวเลข กำไรขั้นต้นทำจุดสูงสุดใหม่ของ CBG ครับ สูงถึง 2599 ล้านบาท เติบโต 22% เหตุผลหลักๆมาจากการบริหารต้นทุน และประสิทธิภาพได้ดีขึ้น จากทั้งโรงบรรจุกระป๋องและบรรจุขวดแห่งใหม่   แต่ตัวเลขที่น่าตื่นเต้นคือกำไรสุทธิครับ ที่ทำจุดสูงสุดใหม่ อยู่ที่ 972 ล้านบาท เติบโต 149% เพราะตอนนี้บริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายการตลาดดีขึ้นมาก   ในขณะเดียวกันตอนนี้ยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังสัดส่วน 55% มาจากต่างประเทศครับ “เป็นไปตามกลยุทธ์ของเราที่อยากเน้นทำตลาดต่างประเทศมากกว่าในประเทศ” ผู้บริหารอธิบายเพิ่มเติมครับ   ===========   ชวนมาดูไส้ในผลประกอบกันครับ   จากกราฟฟิคเห็นชัดเลยครับว่าในอดีต ยอดขายของแต่ละไตรมาสจะค่อยๆเพิ่มมากขึ้น จาก Q1 แล้วจะไปทำจุดสูงสุดที่ Q4     “จุดที่น่าสนใจคือ อัตราทำกำไรขึ้นต้นค่อยๆเพิ่มมากขึ้น จาก Q4 ปี 2017 อยู่ที่ 28.5% ตอนนี้ล่าสุดไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ระดับ 37.6% สูงมากครับ”   ถ้าหากดูยอดขายแบ่งเป็นตลาดในประเทศกับต่างประเทศ จะเห็นว่ายอดขายครึ่งปีแรกสัดส่วนในประเทศอยู่ที่ 52%   ลดลง 2% ในขณะที่ยอดขายต่างประเทศมีสัดส่วน 48% เติบโต 7%     สำหรับธุรกิจคาราบาว มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มจาก 35.4%   เป็น 38.9% “ยิ่งมียอดขายมากขึ้นก็น่าจะทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง”   สำหรับธุรกิจรับจ้างจัดจำหน่ายให้แบรนด์อื่น ตอนนี้ที่กำลังขายดีคือ แอลกอฮอล์ (ราคาต่อหน่วยสูงกว่าคาราบาว แต่ว่าอัตราทำกำไรต่ำกว่า)     ส่วนตัวเลข EBITDA เองก็ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน โดย ICUK มีตัวเลข EBITDA ติดลบลดลงเหลือ 315 ล้านบาท   ในขณะที่ ค่า D/E ก็ดีขึ้น อยู่ที่ระดับ 0.62x (นับเฉพาะตัวที่มีดอกเบี้ยเท่านั้น)   ===========   โอกาสจากสินค้าใหม่ที่อาจจะเป็นพระเอกตัวต่อไป   ยอดขายปัจจุบันหลักๆ 75% ยังมาจากคาราบาว ครับ แต่โดยภาพรวมยังโตน้อยกว่าเป้านิดนึง เพราะตั้งใจชะลอการทำการตลาด เพื่อรอเปิดตัวสินค้า Green Apple สำหรับเจาะตลาดคนรุ่นใหม่อายุ 20-34 ปี     “ภายในบริษัท CBG เองเราค่อนข้างมั่นใจว่า เราสามารถปั้น Geen Apple ให้เป็นสินค้าเรือธงตัวใหม่ของบริษัทได้” ผู้บริหารให้ความมั่นใจหลังจากที่ทดสอบขายใน 7-11 […]

สรุปOppDay บมจ.โอสถสภา (OSP) สำหรับงบไตรมาสที่ 1 2562

Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน   โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm   ===========   OSP ทำธุรกิจอะไรครับ?   OSP หรือ โอสถสภาทำธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคมานานกว่า 128 ปีเริ่มจากร้านขายยา โดยใช้ชื่อว่า  “เต๊กเฮงหยู   “แม้จะเป็นบริษัทที่อายุมานาน แต่ก็มีความเป็น pioneer ริเริ่มทำสิ่งใหม่ๆตลอด” ผู้บริหารเล่าให้ฟังครับ ยกตัวอย่างคือ การขายลิโพ วิตันดี เครื่องดื่มชูกำลังครั้งแรกในปี 1965 และ 10 ปีต่อมาก็เริ่มทำตลาด M150และเป็นผู้นำตลาดที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากถึง 37%     หลังจากนั้นก็ยังมีแบรนด์ดังๆมากๆมายในเครือครับ ทั้ง ฉลาม, ชาร์คคูลไบท์, โสมอิน-ซัม, เครื่องดื่มซี-วิต เปปทีน และคาลพิส เป็นต้น รวมถึงตราสินค้าผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลอย่างเบบี้มายด์และทเวลฟ์พลัส   เรียกได้ว่าสินค้าแทบจะทุกอย่างเป็นสิ่งที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดีครับ   ===========   เอาชัดๆ ช้าๆว่า ธุรกิจของ OSP มี 4 กลุ่มหลักครับ     1. ธุรกิจเครื่องดื่มที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์: เช่น เอ็ม-150 ลิโพ ฉลาม และโสมอิน-ซัม เครื่องดื่มเกลือแร่ เอ็มเกลือแร่ และกาแฟ เอ็ม-เพรสโซ   2. ธุรกิจผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล   3. ธุรกิจบริการบริหารจัดการด้านซัพพลายเชน เช่น ขวดแก้ว ธุรกิจบริการผลิตสินค้าสำหรับของใช้ส่วนบุคคล   4. ธุรกิจบริการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม functional drink เช่น ซี-วิต และคาลพิส   ===========   ความเทพของ OSP คืออะไร?   มีหลายอย่างเลยครับ เช่นเครือข่ายการจัดจำหน่าย, ทีมวิจัย, การขยายตลาดไปใน กัมพูชา ลาว เมียนมา, มี supply chain โรงงานการผลิตที่แข็งแรง     “กลยุทธ์ของเรา อยากจะเน้นตลาดในประเทศ โดยเฉพาะตลาดเครื่องดื่มและสินค้าอุปโภคบริโภค” ผู้บริหารอธิบายเพิ่มว่าตอนนี้ OSP เริ่มมีกลยุทธ์นำจุดแข็งที่ OSP ทำได้ดี จะนำไปต่อยอดเน้นตลาดต่างประเทศมากขึ้น   และจะเน้นแนวทางการเพิ่มอัตราทำกำไรของสินค้าในเครือ OSP     อีกหนึ่งแนวทางที่นำมาใช้คือ multi brand strategy เน้นขายสินค้าในเครือหลากหลายตั้งแต่ราคาถูก 10 บาท ไปจนถึงสินค้าราคาแพง จับกลุ่มลูกค้าทุกกลุ่ม   “ยกตัวอย่างเช่น ฉลาม ขายดีในภาคเหนือ แต่พอเพิ่มกระชายดำเข้าไปเป็นสินค้าใหม่ เพิ่มสรรพคุณด้านสุขภาพ เราก็สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า และกลายเป็นสินค้าระดับประเทศที่ขายได้ทั้งประเทศ อัตรากำไรก็เพิ่มสูงขึ้น”   นอกจากนี้ก็ยังมีสินค้าจับตลาดสำหรับคุณผู้หญิง เช่น โสมอินซัม และมี ลิโพ เอาไว้ขายให้กับกลุ่ม white collar คนทำงาน , มี shark กระป๋องเอาไว้จับกลุ่มคนรุ่นใหม่ เรียกได้ว่าจับตลาดทุกกลุ่มเลยแหละครับ     สำหรับสินค้า baby care ดูแลคุณลูกและคุณผู้หญิง ก็เช่นเดียวกันครับที่มีสินค้าแทบจะทุกประเภท จับตลาดแทบจะทุกตลาด เน้นพัฒนาสินค้าใหม่ๆเรื่อยๆ   ===========   ความแข็งแรงของ OSP อยู่ที่เครือข่ายการจัดจำหน่ายสินค้าและ supply chain     หลักๆ แบ่งเป็น 3 อย่างครับ คือ   1. Traditional trade โชห่วย: มีตัวแทนจำหน่าย 70 เจ้า, มีจุดขายมากกว่า 4.7 แสนแห่ง (เครื่องดื่มขายสัดส่วน 78%, ส่วนสินค้า personal care 38%)   2. ค้าปลีกสมัยใหม่ เช่น 7-11 Tesco Lotus BigC (สัดส่วนยอดขายเครื่องดื่มขายสัดส่วน 22%, ส่วนสินค้า personal care 62%)   3. Cash van และตู้ขายเครื่องดื่มแบบหยอดเหรียญ โดยจะเน้นขนสินค้าชิ้นเล็กๆที่ไม่ต้องผ่านตัวกลางหลายๆเจ้า       และยังมีความแข็งแรงด้าน supply chain ทำให้การผลิตที่ดีขึ้น และสามารถผลิตสินค้าที่สามารถผลิตตั้งแต่จำนวนชิ้นน้อยๆ หรือจะผลิตจำนวนมากๆก็สามาถทำได้   ===========   ตลาด CLMV มีศักยภาพในการเติบโตสูงมาก   “เราต้องหาสินค้าที่ใช่ แบบ customize ไปเจาะตลาดในต่างประเทศโดยเฉพาะในแถบ CLMV”  “กลยุทธ์ที่จะใช้คือ triple win strategy”     คำว่า triple win strategy คือ อยากจะ win แรก คือ บุกตลาดเมียนมา ตอนนี้เข้าไปสร้างโรงงานในเมียนมาด้วยเงินลงทุน 2,400 ล้านบาท   Win ที่ 2 คือ อยากจะบุกตลาด กัมพูชา ลาว อินโดนีเซีย และเวียดนาม (ต้นปีที่ผ่านมาเอาสินค้า personal care เข้าไปลองวางขายในตลาดเวียดนามแล้ว)   ส่วน win ที่ […]

สรุปOppDay บมจ.เอสไอเอสบี (SISB) สำหรับงบไตรมาสที่ 1 ปี 2562

Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน   โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm   ===========   SISB คือใคร?   ทำธุรกิจการศึกษา เปิดโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนรวม 5 โรงเรียน ใช้เวลาเพียงแค่ 10 กว่าปีสามารถต่อยอดธุรกิจได้มากขนาดนี้       เช่น โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์กรุงเทพฯ, โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์สุวรรณภูมิ, โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ธนบุรี, โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์เอกมัย, และมีบริษัทร่วมทุนในลักษณะกิจการร่วมค้าเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตในการจัดตั้งอีก 1 โรงเรียน คือ โรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์เชียงใหม่   ปัจจุบันมีจำนวนนักเรียน 2,369 คนแบ่งเป็นนักเรียนไทยสัดส่วน 85%, นักเรียนต่างชาติ 15%  และสามารถรองรับจำนวนนักศึกษาได้ ทั้งหมด 4,175 คน และคาดว่าสามารถรองรับการเติบโตได้อีก 3-5 ปี    “โดยมีนักเรียนจีนทั้งหมด 200 คน” (กำลังอยู่ในช่วงการทำการตลาดในจีนผ่านตัวกลาง เพราะที่จีนมีโรงเรียนไม่พอและ)   ในขณะทีมีคุณครู 286 คน และผู้ช่วยครู 152 คนครับ     เพิ่งย้ายจาก mai ไปยังตลาด SET วันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมานี้เองครับ   ===========   ผลประกอบการ ไตรมาสที่ 1 ปีนี้ดีไหม?   “รายได้ไตรมาสที่ 1 ปี 2562 นี้อยู่ที่ 268 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 18%” “SISB มีกำไร 42 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 32%” เหตุผลคือมีนักเรียนเพิ่มขึ้น 85 คนโดยเทอมที่ 1      Gross Profit Margin: 42.1% (เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่เคยอยู่ที่ระดับ 37% ในปีที่แล้ว)   Net Profit Margin: 15.8%   ส่วน EBITDA margin: 27%   ===========   สำหรับค่าเล่าเรียนแพงไหม   เด็กเล็กประมาณ 4 แสน   เด็กประถม: 5 แสน   เด็กม.ปลาย: 6 แสน   โดยอัตราการที่เด็กประถมจะเรียนต่อที่นี่ในระดับมัธยม อยู่ที่ระดับ 85% ครับ      ===========   ชวนมาดูตัวเลขย้อนหลังกันครับ     รายได้ 3 ปี SISB ล่าสุดเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 24%  โหดจริงๆ โดยหลักๆเป็นค่าธรรมเนียมการศึกษา 95%  และค่าแรกเข้าอีก 5% ครับ     ส่วนโครงสร้างต้นทุนหลักๆ คือ บุคคลากรทางการศึกษา (มากกว่า 70% คือค่าต้นทุนคุณครู) และการบริหารอาคาร (ค่าเสื่อมอาคาร)   ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นมาเป็นค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว เป็นการเก็บตังบริษัทแม่เก็บไปที่โรงเรียน ตาม พรบ.ที่ระบุให้บริษัทแม่โอนทรัพย์สินให้โรงเรียน     สินทรัพย์ทั้งหมดอยู่ที่ 2,481 ล้านบาท ส่วน D/E = 0.5x แต่ส่วนใหญ่จะเป็นลูกหนี้การค้าและเงินมัดจำของนักเรียน   จำนวนศักยภาพในการรองรับนักเรียน     “ตอนนี้รองรับได้ทั้งหมด 4,175 คน คิดเป็นสัดส่วน capacity 60%” ผู้บริหารให้ข้อมูลเพิ่มเติมครับ     ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนชั้นอนุบาล 44% และปฐม 44% , ม.1-ม.4 คิดเป็นสัดส่วน 10%, ส่วน ม.5-ม.6 คิดเป็นสัดส่วน 1.5%   ===========   เป้าหมายเป็นยังไงครับ?     SISB คงเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 15-20% จากปีก่อน จะเติบโตมาจากไหน? ก็มาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักเรียน 200-250 คน (ค่อนข้างสม่ำเสมอ)   และเตรียมขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ซึ่งผู้บริหารมองว่าเป็นธุรกิจที่ประเทศไทยยังไม่มีใครทำมาก่อน (ยังเปิดเผยไม่ได้)   และยังมีโอกาสขยายที่ดินเพิ่มเติมสำหรับมัธยม ของโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ธนบุรี ภายในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า   นอกจากนี้ SISB เตรียมเดินทางไปนำเสนอข้อมูล ให้กับนักลงทุนต่างประเทศในประเทศสิงคโปร์ ร่วมกับ Citibank ในช่วงเดือน มิ.ย.62 นี้ครับ     ===========   แอบส่องงบการลงทุนของ SISB ครับ   งบการตลาด เพื่อเพิ่มจำนวนนักเรียน 200-250 ต่อปี: 8 ล้านบาท   พัฒนาทักษะคุณครู: 6.5 ล้านบาท   บูรณะซ่อมแซมโรงเรียน: 60 ล้านบาท   ขยายโรงเรียนธนบุรี: 70 ล้านบาท     ===========   อ่านเต็มๆ พร้อมรูปประกอบ    ===========   ไม่อยากพลาด! Add line@ ไว้นะครับ    คลิก https://line.me/ti/p/%40Tam-eig

วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน บมจ.ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป (THG) สำหรับ Q1-2562

Facebook page: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน โดย อิก บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPTtm    ============   ชวนมาดูธุรกิจของ THG กันก่อนครับ    เล่าให้ฟังคร่าวๆ ก่อนครับว่า THG เค้าทำธุรกิจ 3 กลุ่มใหญ่ๆ ครับ   กลุ่มแรก คือ ธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ครับ   กลุ่มที่ 2 คือ Healthcare Solution Provider หรือธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์   และกลุ่มสุดท้ายคือ กลุ่มอื่นๆ ครับ    ============   รายได้จากธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ เป็นธุรกิจหลักของ THG:   กลุ่มธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ ก็แบ่งย่อยออกเป็น 4 กลุ่มครับ   1. โรงพยาบาลในประเทศมีทั้งหมด 7 แห่ง   ได้แก่ รพ.ธนบุรี, รพ.ธนบุรี 2, รพ.ธนบุรี บำรุงเมือง, รพ.ราษฏร์ยินดี จ.สงขลา, รพ.อุบลรักษ์ ธนบุรี จ.อุบลราชธานี, รพ.สิริเวช จ.จันทบุรี และ รพ.ธนบุรีทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ในระหว่างก่อสร้าง (น่าจะพร้อมให้บริการเดือนกรกฎาคม ปีนี้)   2. โรงพยาบาลในต่างประเทศ มีทั้งหมด 2 แห่ง   โรงพยาบาล Welly Hospital ในประเทศจีน ซึ่ง THG ถือหุ้น 58% (ขนาด 150 เตียง)   และโรงพยาบาล Ar Yu International Hospital ในเมียนมา (ขนาด 200 เตียง) ซึ่ง THG ถือหุ้น 40% ซึ่งเปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้วเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมาครับ (มีทั้งคนไข้นอกและคนไข้ใน)   3. รับจ้างบริหารรพ. จากรัฐบาล: มีหลายแห่งเลยครับทั้งที่ภูเก็ต พัทยา และศูนย์การแพทย์ชุมชนที่เกาะล้าน รวมถึงที่เคยให้บริการ เช่น ในจีน และซาอุดิอาระเบีย เป็นต้น   4. กลุ่มธุรกิจศูนย์แพทย์เฉพาะทาง: เช่นศูนย์หัวใจ รพ.ภัทร-ธนบุรี, ศูนย์หัวใจ รพ.ธนบุรี 2 และศูนย์หัวใจ รพ.พัทลุง   ============   เมื่อ THG ฝันใหญ่เป็นมากกว่าแค่โรงพยาบาล   Healthcare Solution Provider ซึ่งเป็นรายได้อีกทางที่กำลังมาแรง ประกอบไปด้วย 3 ส่วนด้วยกันครับ   1. ธุรกิจศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วย:อำนวยความสะดวกให้ รพ.สามารถรองรับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา พักฟื้น และกายภาพบำบัดได้มากขึ้น ตอบโจทย์สำหรับผู้ป่วยที่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการดูแลที่ซับซ้อน   2. ธุรกิจที่พักอาศัยพร้อมบริการทางการแพทย์เพื่อผู้สูงวัย: โครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ และโครงการธนบุรี เฮลท์ วิลเลจ   3. ธุรกิจบริการดูแลสุขภาพนอกสถานที่และเครื่องมือแพทย์: เช่น ธุรกิจรักษาพยาบาลนอกพื้นที่ รพ. ให้บริการถึงบ้านเลยครับ สำหรับผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกเดินทาง นอกจากนี้ ยังจำหน่ายเครื่องมือทันตกรรม เป็นแบบ One Stop Service และธุรกิจร้านขายยา Apex   ============   กลุ่มธุรกิจอื่นๆ:    ได้แก่ ธุรกิจพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ เพื่อการบริหารโรงพยาบาล และธุรกิจพัฒนาโครงการที่เกี่ยวข้องกับบริการด้านการแพทย์และสุขภาพ   สรุปง่ายๆ ว่า THG เป็นกลุ่มธุรกิจด้านสุขภาพแบบครบวงจร ไม่ได้เป็นแค่โรงพยาบาลอย่างที่หลายคนเข้าใจกันนะครับ    ============     รายได้ THG เติบโต   กำไรสุทธิ ไตรมาสที่ 1-2562 ของ THG ชะลอตัวลงค่อนข้างมาก  เห็นอย่างนี้นักลงทุนหลายคนคงจะตกใจ เพราะเป็นตัวเลขที่ลดลง 4 ไตรมาสติดต่อกันครับ   แต่เดี๋ยวก่อน ชวนมาดูไส้ในกันก่อนครับ   รายได้ไตรมาสที่ 1 โดยรวมยังเติบโต 11.2% มาอยู่ที่ระดับ 1,872 ล้านบาท    สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 4% = 18,685 ล้านบาท, D/E: 1.1x   อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): 23.9%, อัตรากำไรสุทธิ (NPM): 0.4%, อัตรากำไร EBITDA: 10%   Market Cap. 2.42 หมื่นล้านบาท (ณ วันที่ 17 พ.ค. 2562)   ============     รายได้โดยรวมยังเติบโต แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มมากกว่า   ผมตั้งข้อสังเกตอย่างนี้ครับ รายได้ในภาพรวมยังเติบโตครับ 11% แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่า 17-18% ทำให้ตัวเลขกำไรลดลงเยอะครับ   มาดูฝั่งรายได้ก่อนครับ   กลุ่มรายได้ที่เติบโตหนักมาก คือมาจากธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์ หรือ Healthcare Solution Provider ที่โตจาก 83 ล้านบาทเป็น 218 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 162%   “เหตุผลที่รายได้กลุ่มนี้โตหนักมาก มาจากการรับรู้รายได้จากการขายห้องพักอาศัยในโครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้” เท่าที่ดูตัวเลขการโอนในไตรมาส 1 ปี 2562 สูงถึง 25 ห้อง (รับรู้รายได้เมื่อลูกค้าโอน) มูลค่าสูงถึง 117 ล้านบาท และรายได้จากการขายอุปกรณ์ทางทันตกรรมเพิ่มขึ้น   แต่ธุรกิจหลักอย่าง “ธุรกิจให้บริการทางการแพทย์” เติบโต 3.6% ต้องแบ่งคำอธิบายเป็น 3 ส่วนครับ   1. รพ.บางแห่งในไทยเพิ่งเปิดให้บริการ ทำให้รายได้ยังรับรู้ได้ไม่เต็มที่เพราะต้องใช้เวลาให้คนไข้รู้จักและคุ้นเคยก่อนครับ   2. ธุรกิจบริหารโรงพยาบาลในต่างประเทศที่ลดลง20 ล้านบาท“เนื่องจากสิ้นสุดการให้บริการและอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ และเจรจาเพื่อรับเป็นที่ปรึกษาสำหรับโครงการในต่างประเทศ” นี่คือคำอธิบายของทีมผู้บริหารครับ   3. โรงพยาบาลในต่างประเทศทั้งในจีนและเมียนมายังเปิดได้ไม่นาน โดยทั่วไปรายได้จากโรงพยาบาลแห่งใหม่ต้องใช้เวลาสักพักกว่าโรงพยาบาลจะเป็นที่รู้จักครับ   4.ไตรมาสที่ 1 ปี 2560 มีกำไรพิเศษ (มีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนระยะยาวอื่น และรายได้จากการตัดภาษีค้างนานมูลค่า 81 ล้านบาท) ทำให้ฐานตัวเลขสูงเมื่อเทียบกับปีนี้ครับ   ============   ประเด็นคือรายได้โครงการใหม่ๆ ยังเข้ามาไม่มากพอ แต่รายจ่ายสูง   1. หลักๆ […]

Subscribe & Follow