Subscribe & Follow:

Category :

video

Bitcoin เอาไง หลัง FED เตรียมลด QE

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website *สัมภาษณ์วันที่ 28 สิงหาคม 2564 QE Tapering มีความสัมพันธ์กับราคา Bitcoin อย่างไร ? ในระยะสั้นการทำ QE Tapering  ทำให้เงินไหลกลับเข้าสู่ดอลลาร์ส่งผลให้ Bitcoin มีราคาลดลง แต่ในระยะยาว อ.ตั๊มมองว่าไม่มีผล แต่จะมีผลต่อมูลค่าของดอลลาร์มากกว่า Bitcoin ไม่ได้มาแทนดอลลาร์ แต่มาแทนที่ทองคำ  เนื่องจาก Bitcoin มีคุณสมบัติส่วนใหญ่ที่เหมือนทองคำ ได้แก่ ไม่มีความเสี่ยงจากการที่อีกฝ่ายผิดสัญญา (Counterparty Risk), เป็นเงินที่สามารถใช้ในการเก็บรักษามูลค่า, ไม่สามารถปลอมแปลงได้, ไม่สามารถผลิตเพิ่มได้ และสามารถส่งให้กันได้โดยไม่ต้องมีตัวกลาง ในขณะที่ดอลลาร์ไม่ได้มีคุณลักษณะตามนี้ โดยเป็นระบบเงินที่ถูกผลิตขึ้นโดยอ้างอิงมูลค่าทองคำอีกทีหนึ่ง หยวนดิจิตอล มีโอกาสเข้ามาแทนการใช้ดอลลาร์หรือไม่ ? สุดท้ายแล้วหยวนดิจิตอลจะกลายเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนค่าเงินเหมือนดอลลาร์ แต่เนื่องจากจีนทำการค้าการขายกับหลายประเทศ เป็นผู้ผลิตใหญ่ของโลก ดังนั้น จีนอาจจะทำให้ทั้ง Supply Chain มีความจำเป็นต้องหันมาใช้หยวนดิจิตัล เพื่อที่จีนจะได้สามารถตรวจสอบข้อมูลการเข้าออกของเงินเพื่อความโปร่งใส และนำข้อมูลไปต่อยอดได้ในอนาคต ขณะเดียวกัน Bitcoin ก็อาจจะกลายเป็นหนึ่งทางเลือก เพราะหากคนคิดว่าการใช้เงินของรัฐบาลทำให้ขาดสิทธิเสรีภาพก็อาจจะหันมาใช้ Bitcoin มากขึ้นแทน #ถามทันที | เทรดเดอร์ปรับพอร์ต รับสัญญาณ FED จาก Jackson Hole อย่างไร? ถามอีก กับ อ.ตั๊ม พิริยะ สัมพันธารักษ์ Managing Director, Chaloke Dot…

เทรดเดอร์ปรับพอร์ต รับสัญญาณ FED จาก Jackson Hole อย่างไร?

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website *สัมภาษณ์วันที่ 29 สิงหาคม 2564 ทำไมตลาดบวกหลังการประชุมที่ Jackson Hole? เนื่องจาก “ทุกอย่างเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์” เพราะแม้ว่าคุณเจอร์โรม พาวเวลล์ ประกาศว่า QE Tapering จะเริ่มภายในปีนี้ แต่การประชุมที่ Jackson Hole ถูกจัดขึ้นแบบออนไลน์ซึ่งตีความได้ว่าสถานการณ์โควิด-19 ยังมีความเสี่ยง ตลาดจึงคาดว่าการลด QE น่าจะยังไม่เกิดตอนนี้  ขณะเดียวกันเมื่อดูที่ Fed Funds Futures ตลาดซื้อขายล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยที่ Fed ประกาศ สะท้อนว่าโอกาสมากกว่า 50% ที่ Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสิ้นปี 2022  มีโอกาสที่ Fed จะไม่ปรับลด QE ในปีนี้? มีโอกาส เพราะคณะกรรมการที่มีสิทธิ์โหวตส่วนใหญ่อยากให้ตัวเลขเศรษฐกิจนิ่งก่อนที่จะปรับลด QE โดยปัจจัยหลักที่ Fed พิจารณามี 2 อย่าง ได้แก่   เงินเฟ้อ  ดูเงินเฟ้อจากดัชนี Personal Consumption Expenditures (PCE) คือดูเงินที่จ่ายออกจากกระเป๋าประชาชนจริง ๆ แทนการดูว่าราคาสินค้าขึ้นหรือไม่ และใช้เงินเฟ้อเฉลี่ยเป็นเกณฑ์ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่  ตลาดแรงงาน อัตราการว่างงานพบว่ายังสูงเนื่องจากเทคโนโลยี Disruption และโควิด-19 และดูตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร ถ้าตัวเลขรายเดือนต่ำกว่า 940,000 ถือว่ามีความเสี่ยง เพราะหมายความว่าเศรษฐกิจยังไม่กลับไปจุดเดิมก่อนโควิด-19 เทคนิคการลงทุน คุณพีร์ –…

อ่านเกมนโยบายเฟด จุดเปลี่ยนเงินบาทและหุ้นไทย

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website *สัมภาษณ์วันที่ 27 สิงหาคม 2564 ทำไมนักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาลงทุนในไทย Moody’s คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย จากก่อนหน้านี้ที่มีการคาดการณ์ว่าจะถูกปรับลดลง เพราะมีการคาดการณ์ GDP ไทยจะติดลบและด้วยมาตรการกระตุ้นของภาครัฐที่ยังไม่เพียงพอ นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2013 นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยไปแล้วกว่า 1 ล้านล้านบาท ทำให้สถานะการถือครองของนักลงทุนต่างชาติปรับลดลงไปสู่ระดับต่ำสุดที่ 28% (จาก 37%) จึงเป็นการกลับเข้าลงทุนในไทยอีกครั้งเพื่อเพิ่มสัดส่วนการถือครอง อีกทั้งด้านผู้ว่าแบงก์ชาติได้มีการส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะไม่ลดอัตราดอกเบี้ย   หากไทยมีการลดดอกเบี้ย จะส่งผลต่อค่าเงินบาทอย่างไร ดอกเบี้ยกับค่าเงินมีความเชื่อมโยงกันไม่มาก แต่ค่าเงินจะไปเชื่อมโยงกับภาพรวมของเศรษฐกิจและตลาดหุ้นมากกว่า โดยปัจจัยที่น่าจับตาเพราะอาจจะกระทบค่าเงินบาทได้แก่ FED, สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ว่าจะลดการทำ QE หรือไม่ ถ้าลดพร้อม ๆ กันอาจมีผลกระทบต่อค่าเงินบาท และเนื่องจากค่าเงินทั่วโลกมีความเกี่ยวเนื่องกัน  หาก FED ลด QE ในขณะที่เศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้น อาจส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อน ในขณะเดียวกัน หาด FED ลด QE แต่เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแล้ว อาจส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็ง แนะนำโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจในช่วง 1-2 ปีนี้ ดร. จิติพล แนะนำให้ “Selective Buy” ใน “ตลาดกำลังพัฒนา”  เพราะมองว่ามีโอกาสกลับมาในช่วงประมาณไตรมาสที่สี่ สำหรับต่างประเทศ เงินเฟ้อยังเป็นความเสี่ยงโดยเฉพาะในสหรัฐฯ และแนะนำเลือกลงทุนเป็นธีมจะเหมาะกว่าการลงทุนเป็นราย Sector คือ เลือกธุรกิจที่สามารถปรับตัวได้เก่ง มีรายได้หลายทาง เช่น…

กู้เงิน 1,000,000 ล้านบาท ทางออกเศรษฐกิจไทย?

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website *สัมภาษณ์วันที่ 26 สิงหาคม 2564 การกู้เงินอีก 1,000,000 ล้านบาท จำเป็นแค่ไหน  สถานการณ์โควิดที่รุนแรงในปีนี้ ทำให้มีความกังวลว่าจะขาดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจ ซึ่งกลไกที่จะเติมเงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจได้ดีที่สุดคือรัฐบาล  และด้วยสถานะการคลังของประเทศไทยตอนนี้ยังสามารถกู้ได้อีก ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่เรายังยอมรับได้ เนื่องจากหนี้สาธารณะยังไม่ถึงเพดาน 60% ไม่มากเกินไปหากเทียบกับเศรษฐกิจของประเทศ  แต่ควรพิจารณาขยายเป็น 70% เตรียมไว้  ประเทศไทยมีข้อดีคือ หนี้สาธารณะส่วนมากเป็นเงินที่กู้จากในประเทศประมาณ 98% ซึ่งลดความเสี่ยงจากการพึ่งการกู้ยืมจากต่างประเทศจำนวนมาก และความเสี่ยงซ้ำรอยวิกฤตต้มยำกุ้งค่อนข้างน้อย ความสำคัญอยู่ที่ว่า จะกู้ตอนไหน จะกู้ไปใช้ทำอะไร ซึ่งมองว่ายังไม่จำเป็น เพราะไทยยังมีงบเหลืออีก 4 แสนล้านบาท จาก พ.ร.ก. เงินกู้ 5 แสนล้านบาท อีกทั้งเรื่องของวัคซีนหากมีการบริหารจัดการได้เร็ว เศรษฐกิจกลับมาเปิดได้ อาจไม่จำเป็นต้องมีการกู้เพิ่ม สิ่งที่น่ากังวลทางเศรษฐกิจไทยคือ ตกกระแสความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มี E-commerce Platform สัญชาติไทย เรายังใช้ของต่างชาติเป็นส่วนใหญ่  ซึ่งถือเป็นความสูญเสียมหาศาลในแง่ของโอกาส รายได้ และข้อมูล เมื่อต่างชาติได้ข้อมูลการบริโภคไป ก็จะผลิตสินค้ากลับมาแข่งกับของไทยเอง เป็นความเสียเปรียบของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว  จึงควรเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ ที่มีความสามารถเข้ามาช่วยพัฒนา ผ่านแนวคิด “Sandbox” เพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ของไทย คือ ต้องเป็นศูนย์รวมของข้อมูลที่ผู้พัฒนาสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้ในวิธีที่แตกต่างกัน เพราะรัฐบาลไม่สามารถคิดได้ทั้งหมดว่าข้อมูลชุดนี้จะเอาไปใช้ทำอะไรได้บ้าง อีกสิ่งสำคัญคือ “Sandbox” ต้องเป็นศูนย์รวมนวัตกรรมและแรงจูงใจเพื่อให้แหล่งเงินทุนวิ่งเข้ามา และระบบการทำงานของราชการก็ต้องปรับให้เข้ากับยุคดิจิตอลเทคโนโลยีเช่นกัน มาตรการณ์ที่คุณกรณ์มองว่า สามารถทำเพิ่มเพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ อย่างแรกคือ โครงการช่วยเหลือ…

ทำไมหุ้น OR ลดเป้าหมายเปิดปั๊มน้ำมัน แต่ซื้อกิจการรัว ๆ

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website *สัมภาษณ์วันที่ 23 สิงหาคม 2564 ผลประกอบการหุ้น OR ช่วงเดือนมกราคม-เดือนมิถุนายนปี 2564 กลุ่มธุรกิจน้ำมัน ยังถือเป็นสัดส่วนรายได้หลักของหุ้น OR โดยมีสัดส่วนรายได้ที่ 91% และสัดส่วน EBITDA ที่ 78.9% ในขณะที่ธุรกิจ Non-Oil คิดเป็นสัดส่วนรายได้ที่ 3.4% และ สัดส่วน EBITDA ที่ 3.3%  โดยเมื่อสองปีที่แล้ว OR ได้รับผลกระทบจากการ Lockdown ค่อนข้างมาก และ ปีที่แล้ว OR ได้มีการตั้งสำรองหนี้สูญการบินไทย ทำให้ดึงผลประกอบการ OR ปรับตัวลดลงมา ขณะที่ในไตรมาสสามของปีนี้ คาดว่าผลกระทบด้านธุรกิจน้ำมันจะหนักสุดในเดือนกรกฎาคมจากการ Lockdown  ในขณะที่ธุรกิจ Non-Oil  มีผลกระทบน้อยลงกว่าการ Lockdown รอบที่แล้ว ปัจจัยที่ต้องจับตาดูในการวิเคราะห์หุ้น OR คืออะไร  กลุ่มรายได้ธุรกิจน้ำมัน  มีปัจจัยที่ต้องดูในการวิเคราะห์หุ้น ได้แก่  – ค่าการตลาด (Marketing Margin) – ยอดขายน้ำมัน (Volume) – ค่าใช้จ่ายต่อลิตร  โดยในด้านของ Margin ธุรกิจน้ำมันมี Margin ที่ประมาณ 3%-5% ซึ่งการ Lockdown ครั้งนี้ ธุรกิจน้ำมันได้รับผลกระทบมากกว่าการ Lockdown…

ตลาดหุ้นไทยยังไงดี มีสัญญาณซื้อหรือยัง?

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website *สัมภาษณ์วันที่ 22 สิงหาคม 2564 รอบนี้ประเมินจากกราฟยังไง  หากมองระยะสั้น ที่ 1,530 จุด ตลาดเริ่มมีสัญญาณบวกอ่อน ๆ แต่ยังไม่แน่นอน จึงควรรอดูเส้นค่าเฉลี่ย EMA 50 วัน หากดัชนีขึ้นไปแตะที่ระดับ 1,556 จุด และยืนเหนือค่าเฉลี่ย EMA 50 วันไม่ได้ อาจจะเป็นจุดพักตัว แต่ถ้ายืนเหนือ EMA 50 วันได้ พร้อมกับมี Volume จะถือเป็นสัญญาณบวกและอาจไปต่อ หากมองระยะกลาง MACD month ตัด 0 ขึ้นถือเป็นขาขึ้น โดยที่ระดับ 1,485 จุด หากหลุดเส้น EMA 75 month EMA ตลาดก็อาจจะลงยาว  โดยปัจจัยที่เป็นสัญญาณบวกต่อตลาดได้แก่ ผู้ติดเชื้อรายวันที่เริ่มน้อยกว่าจำนวนผู้หายป่วย จำนวนผู้ได้รับวัคซีนที่มากขึ้นเรื่อย ๆ และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยที่ได้ออกเสนอมาตรการกู้ 1 ล้านล้านบาทเพื่อพยุงเศรษฐกิจช่วยสะท้อนความเชื่อมั่นในระบบ  สัญญาณร้ายของตลาดหุ้นที่ต้องจับตาคืออะไร  ที่ผ่านมาค่าเงินบาทอ่อนค่า โดยค่าเงินบาททะลุ 31.50 บาทขึ้นมาจนถึงแนวต้านที่ 33.50 บาท ซึ่งถ้าเงินบาททะลุแนวต้านนี้ขึ้นมาได้ ตลาดหุ้นอาจจะลง กราฟ MACD month ของทั้งเงินบาทและ SET กำลังจะตัด 0 ขึ้นทั้งคู่…

แบงก์ชาติเตรียมใช้ “เงินบาทดิจิทัล” เป็นไปได้แค่ไหน กระทบนักลงทุนไทยยังไง?

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website *สัมภาษณ์วันที่ 21 สิงหาคม 2564 Retail CBDC หรือเงินบาทดิจิตอลจะแก้ปัญหาอะไร เงินสด เงินอิเล็กทรอนิค และ Retail CBDC ล้วนมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป เงินสด มีข้อดีคือความเป็นส่วนตัว  ไม่สามารถติดตามหรือตรวจสอบ (Track) ได้ ในขณะที่ปัญหาคือ หากต้องการชำระเงินจำนวนมากและระยะทางไกลจะไม่สะดวกและอันตราย อีกทั้งในช่วงโควิด–19 เงินสดสามารถเป็นตัวกลางแพร่เชื้อโรคได้    ในขณะที่ E-money / Internet Banking  ซึ่งมีตัวกลางเป็นสถาบันการเงินหรือผู้ให้บริการทางการเงินอื่น มีข้อดีคือสามารถโอนหากันในจำนวนมาก ๆ ได้ มีความปลอดภัย ซึ่งแบงก์ชาติเรียกระบบนี้ว่า High Value Payment แต่ของเสียคือการไม่ปกปิดตัวตน ทำให้ไม่มีความเป็นส่วนตัว เพราะทุกรายการสามารถตรวจสอบได้ อีกทั้งการโอนข้ามระหว่างตัวกลางนั้นทำได้ยาก โดยเฉพาะโอนข้าม Wallet   ดังนั้น Retail CBDC หรือเงินบาทดิจิตอลจึงเข้ามาแก้ปัญหาตรงที่สามารถทำการโอนเงินข้ามค่ายได้ และมีต้นทุนในการดำเนินงานที่ต่ำกว่า ส่วนข้อเสีย คือไม่มีความเป็นส่วนตัว เพราะทุกรายการสามารถตรวจสอบได้ และตามแผนช่วงแรก การถือ Retail CBDC  จะไม่มีดอกเบี้ยและมีการจำกัดจำนวนการทำรายการและจำกัดมูลค่าการใช้งานสูงสุด ซึ่ง Retail CBDC  นั้นจะคล้ายกับการถือเงินสดเพียงแต่อยู่ในโลกของดิจิตอล  และไม่มีตัวกลางเหมือนกับ E-money หรือ Internet Banking  แต่ตัวกลางจะเป็นเพียง Distributor แทน อีกทั้ง Retail CBDC…

error: Content is protected !!