Subscribe & Follow:

Category :

FINANCIAL PLANNING

ใครยังไม่ได้ซื้อ LTF ยกมือขึ้น!!

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้แล้วครับ เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก…. บางท่านคงจะยิ้มออก ถ้าซื้อLTFเพื่อลดหย่อนภาษีตั้งแต่ต้นปี… หลายท่านก็คงชิลๆ ถ้าซื้อLTFเฉลี่ยในทุกๆเดือน ไม่ต้องปวดหัวมาจับจังหวะลงทุน… แต่ส่วนมาก ยังไม่ได้ซื้อ หรือซื้อยังไม่ครบ เพราะมองว่า ปีนี้ตลาดหุ้นขึ้นเยอะ จนไม่รู้ว่าจะซื้อLTFเมื่อไหร่ดี ยัง…ไม่สายไปครับ ยังมีเวลาอีกสองเดือนครึ่งในการพิจารณาว่าจะซื้อLTFหรือไม่ (หุ้นเพิ่งตกแรงเมื่อวานนี่นา…) วันนี้เริ่มจากการพิจารณาผลตอบแทน เฉลี่ยย้อนหลัง3-5ปี ของกองทุน ที่รวบรวมจาก Morningstar  https://goo.gl/xB64K (ควรพิจารณาปัจจัยเสี่ยง และไส้ในของแต่ละกองทุนประกอบการตัดสินใจด้วย) ไม่ได้บอกให้ซื้อวันนี้ครับ แต่อย่ารอจนถึงสิ้นปี ค่อยมาตัดสินใจซื้อกันนะครับ บรรพต ธนาเพิ่มสุข ที่ปรึกษาการเงิน AFPT tm…

เศรษฐกิจพอเพียงกับ VI

ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนหุ้นคุณค่า 17 พย. 2559 ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 นั้น สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับเรื่องราวต่าง ๆ ทางเศรษฐกิจของประชาชนทั่วไป รวมถึงการลงทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ดังที่มีการศึกษาและตีพิมพ์ในวารสารบริหารธุรกิจนิดา เล่มที่2/2550 โดย ดร. ไพบูลย์ เสรีวิวัฒนา ที่สรุปว่าการลงทุนระยะยาวแบบอิงกับข้อมูลพื้นฐานและการลงทุนแบบ VI โดยที่มีการศึกษาข้อมูลอย่างลึกซึ้งและมีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสมนั้น สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตรงกันข้าม การเก็งกำไรหวังผลระยะสั้นจากการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นนั้น ไม่สอดคล้องกับเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง ในบทความนี้ผมจะอธิบายและเพิ่มเติมความคิดของผมเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงและการลงทุนแบบ VI ว่ามีความสอดคล้องกันมากน้อยแค่ไหน หลักการหรือปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนั้นสามารถสรุปได้สั้น ๆ ออกมาเป็น “สามห่วง” นั่นก็คือ 1) ต้องมีเหตุผล 2) มีความพอประมาณ และ 3) ต้องมีภูมิคุ้มกัน และทั้งหมดต้องตั้งอยู่บน “สองเงื่อนไข” นั่นก็คือ 1) ต้องมีความรู้ และ 2) ต้องมีคุณธรรม สำหรับผมแล้ว คนที่จะเป็น VI นั้นจะต้องเป็นคนที่มีเหตุผลอย่าง “ยิ่งยวด” เขาจะไม่เชื่อในสิ่งที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้หรือเป็นเรื่องเล่าหรือข่าวลือต่าง ๆ รวมถึงความเชื่อที่แพร่หลายและบางทีเป็นที่ยอมรับกันในสังคมวงกว้างแต่ไม่มีข้อพิสูจน์ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องไสยาศาสตร์หรือการทำนายแบบ “หมอดู” VI นั้นจะไม่เชื่ออะไรง่าย ถ้าจะกล่าวอ้างอะไรก็ต้องมีข้อพิสูจน์หรือมีสถิติที่สามารถยืนยันได้ว่ามันมีโอกาสเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน ตัวอย่างเช่น ผลตอบแทนการลงทุนระยะยาวที่คาดหวังสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นที่มีผลประกอบการที่ดีนั้นคือประมาณปีละ 10% แบบทบต้น ดังนั้น ถ้าเราจะคาดหวังว่าจะทำผลตอบแทนได้ถึง 20-30% ต่อปีในระยะยาวเป็นสิบ ๆ ปีขึ้นไป แบบนี้ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ไม่สมเหตุผล หลักการสำคัญเรื่องของความพอประมาณนั้น น่าจะเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับ VI มากที่สุดและเป็นเหมือน “ยี่ห้อ” ที่บ่งบอกความเป็น…

7 นิสัย ของคนรวยที่ควรเลียนแบบ

ผลการวิจัยโดย Tom Corley ที่ปรึกษาทางการเงินชาวสหรัฐ ที่ใช้เวลาในการสัมภาษณ์คนรวย 233 คน และคนจน 128 คน นานกว่า 5ปี พบลักษณะนิสัย ของคนรวย ที่เหมือนกันอย่างน่าตกใจ อยู่ 7 ประการ พวกเรามีกี่ข้อครับ :) #1: มีกุนซือ ที่ปรึกษาที่ดี ชัยชนะไม่ไกลเกินเอื้อม  คนรวย focusเฉพาะงานที่ตัวเองถนัดและมีความสำคัญ เพราะเชื่อว่า ตัวเองไม่ได้เก่งทุกอย่าง แต่จะมีที่ปรึกษาให้คำแนะนำ เติมเต็มส่วนที่ขาด #2: ความสัมพันธ์ที่ดี มีค่าดั่งทอง คนรวย จะหาเวลาพบเจอคนเป็นประจำ เพราะความสัมพันธ์ที่ดีจะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นในระยะยาว #3: เป้าหมายมีไว้พุ่งชน คนรวยจะมีเป้าหมายที่ชัดเจน พร้อมกรอบเวลาที่กำหนดไว้ และมีแผนงานที่จะทำให้ฝันนั้นเป็นจริง #4: ฝึกการเป็นผู้ให้ มากกว่าเป็นผู้รับ 72%ของคนรวยเลือกที่จะเป็นผู้ให้ (เป็นอาสาสมัคร, เป็นวิทยากรให้ความรู้, บริจาคเงิน) อย่างน้อย5ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ไม่หวังเงินในระยะสั้น แต่หวังผลระยะยาว #5: เชื่อมั่นในตัวเอง มีชัยไปกว่าครึ่ง คนรวยจะสร้างความเชื่อมั่น ว่า “เราทำได้” ทัศนคตินี้จะช่วยให้เราไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคที่ขวางกั้นความสำเร็จ #6: เป็นนักอ่านตัวยง คนรวยอ่านหนังสือ อย่างน้อย60เล่มต่อปี เทียบกับค่าเฉลี่ยของคนส่วนใหญ่ที่อ่านปีละ1เล่ม ผลคือรายได้ต่างกัน319เท่า #7: สุขภาพดีไม่มีขาย อยากได้ต้องทำเอง คนรวยออกกำลังกายอย่างน้อย4วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30นาที…

error: Content is protected !!