Subscribe & Follow:

BUSINESS

ปู่บัฟเฟตต์ให้ข้อคิดบทเรียนล้ำค่าผ่านจดหมายถึงผู้ถือหุ้น และประกาศกำไรสูงถึง 1.2 ล้านล้านบาทในปี 2020

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website #ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก รอคอยมาทั้งปีครับ ในที่สุดก็ออกมาแล้วครับ เชิญเสพอ่านเติมความรู้ไปพร้อมกันเลยครับ ปล.ถ้าชื่นชอบ ฝากกด like กดแชร์ ด้วยนะค้าบบบ #เริ่มจากผลประกอบการของ Berkshire Hathaway ก่อนครับ 1.Berkshire มีกำไร 4.25 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปี 2020 2. โดยแบ่งเป็นกำไรจากการดำเนินงาน 2.19 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ, 4.9 พันล้านเหรียญจากการขายทำกำไรหุ้น, 2.67 หมื่นล้านเหรียญจากกำไรที่ยังไม่ได้ขายออกมา, และขาดทุนทางบัญชีจากมูลค่าของบริษัทลูกที่ลดลงไป 3. “สิ่งที่พวกเราเน้นที่ Berkshire คือ การเพิ่มกำไรจากการดำเนินงานและ เข้าซื้อกิจการที่ใหญ่ และเป็นกิจการที่ดี” ปู่บัฟเฟตต์บอกครับ 4. แต่ปู่เองก็ยอมรับว่า ปีที่ผ่านมาไม่สามารถทำตามเป้าหมายเหล่านั้นได้ ทั้งในมุมของกำไรจากการดำเนินงานที่ลดลง 9% ในขณะที่ก็ไม่สามารถจบดีลการเข้าซื้อกิจการยักษ์ใหญ่ได้เลย 5. และยอมรับด้วยว่า กำไรหรือขาดทุนจากหุ้นที่ปู่ยังไม่ได้ขายออกมา มันจะขึ้น ๆ ลง ๆ ในแต่ละปี และก็จะผันผวนตามตลาดหุ้น แต่ในท้ายที่สุดปู่บัฟเฟตต์และปู่มังเกอร์เองก็เชื่อว่า จะได้กำไรจากการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ 6. ถ้าดูทั้งพอร์ตของ Berkshire จะเห็นว่าตอนนี้ถือหุ้นอยู่มูลค่าประมาณ 2.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และมองว่าเป็นการสะสมธุรกิจเข้าพอร์ต แต่ไม่ได้ควบคุมการบริหาจัดการของบริษัทเหล่านั้น 7. เพียงแต่จะเติบโตไปพร้อมกับความรุ่งเรืองในระยะยาวของบริษัทที่ Berkshire เข้าไปลงทุน 8. หลายบริษัทในเครือ Berkshire ตอนนี้ได้เอาเงินทุนที่ได้จากการดำเนินงาน ไปต่อยอดขยายธุรกิจ, ซื้อกิจการ, จ่ายหนี้สิน, หรือซื้อหุ้นคืน ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับกำไรในอนาคตได้ 9. “ผมเองเคยพูดประเด็นนี้เมื่อปีที่แล้ว ว่าตัว กำไรสะสมนี่แหละที่ช่วยทำให้ธุรกิจของคนอเมริกันรุ่งเรืองตลอดหลายปีที่ผ่านมา” ปู่ขยายความเพิ่มเติมครับ 10.”แน่นอนว่า บางบริษัทอาจจะทำให้นักลงทุนผิดหวังบ้าง (เพราะกำไรสะสมอาจจะไม่สามารถต่อยอดธุรกิจได้มาก) แต่บางบริษัทก็ทำได้ดี เพราะฉะนั้นเมื่อมองภาพรวมก็จะยังดีอยู่ครับ” ซึ่งตลอด 56 ปีที่ผ่านมา ทาง Berkshire ก็ทำได้ตามความคาดหวังของผู้ถือหุ้นมาโดยตลอดครับ #มีหุ้นบางตัวที่ปู่เองก็คิดผิด และเจ็บตัวหนัก 1. “ส่วนที่ต้องลดมูลค่าทางบัญชีลงมา 1.1 หมื่นล้านเหรียญ” เป็นสิ่งที่ปู่บอกว่าทำผิดพลาดในปี 2016 เพราะเป็นปีที่ปู่เองเข้าไปซื้อ Precision Castparts (PCC) บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องบิน 2. ปู่บอกว่า ปู่จ่ายเงินซื้อกิจการนี้แพงเกินไป แต่ยอมรับว่าปู่คิดผิดเองครับ และมองว่า ตัวเค้ามองศักยภาพของการทำกำไรดีเกินไป และปีที่แล้วการคำนวณที่ผิดพลาดก็ได้รับผลกระทบจากอุตสาหกรรมการบิน (เจอผลกระทบจากโควิด) ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าของ PCC ทำให้ได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ ครับ 3. “แต่จุดที่น่าสนใจคือ การเข้าซื้อกิจการ PCC ทำให้ได้สุดยอด CEO มาอยู่ในเครือครับ” ปู่บอกว่าคุณ Mark Donegan เป็นผู้บริหารที่สุดยอดจริง ๆ มี passion ในการทำธุรกิจ และทุ่มเทพลังงานแรงกาย และแรงใจลงไปในธุรกิจอย่างเต็มที่ 4. “ผมเชื่อว่า สำหรับการเข้าไปลงทุน PCC จะช่วยทำให้ได้ผลตอบแทนที่ดี จากสินทรัพย์ในระยะยาว” “เพียงแต่ว่า ในระยะสั้นตัวผมเองก็คิดผิด ในการวิเคราะห์กำไรในอนาคต และคิดผิดในการคำนวณราคาที่เหมาะสมในการเข้าซื้อกิจการครับ” #คุณปู่พาทัวร์ทำให้เข้าใจโมเดลธุรกิจของ Berkshire ที่แตกต่างจากบิรษัทอื่นๆ 1. “Berkshire ถูกมองว่าเป็นบริษัทกลุ่มขนาดใหญ่ Conglomerate” ซึ่งมักจะเป็นภาพลบเพราะเข้าไปเป็นเจ้าของบริษัทที่แทบจะไม่เกี่ยวข้องกันเลย และถือหุ้นแบบจับฉ่าย ทั้งนี้ปู่ก็มองว่าก็ถูกในบางส่วนนะ 2. เพียงแต่ถ้าเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่โดยทั่วไป มักจะจำกัดแนวทางในการเข้าซื้อกิจการ ซึ่งมีปัญหาใหญ่ตามมาอยู่สองข้อครับ 3. ปัญหาแรก คือ บริษัทที่เจ๋งจริง ๆ ส่วนใหญ่เลยมักจะไม่ค่อยอยากให้เข้ามาซื้อกิจการหรอก นั่นหมายความว่าบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านั้นก็จะเข้าซื้อได้แค่บริษัท so-so ธรรมดา ๆ ที่ไม่มีจุดแข็งที่สำคัญ และไม่มีความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืน เปรียบเทียบคือ เป้าหมายในการเข้าซื้อกิจการก็จะไม่ใช่สระน้ำที่ดีในการตกปลา (เพราะมีแต่บริษัทธรรมดาๆ ไม่มีบริษัทเจ๋งๆเลย แหม… ช่างเปรียบเปรยนะครับ) 4. มากไปกว่านั้นครับ ยังมีอีกปัญหาที่หนักกว่า คือ เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านั้นเริ่มเข้าไปเจรจาขอซื้อกิจการบริษัทขนาดกลาง ๆ สิ่งที่ตามมาคือ จะต้องยอมจ่ายในราคาแพง ราคาพรีเมียม 5. บริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้รู้ซึ้งถึงปัญหาที่จ่ายในราคาที่แพงมากเกินไป และอาจจะต้องดิ้นรนด้วยตัวเอง คุณปู่เปรียบเปรย กับการที่สมมติว่า “ผมจะจ่ายคุณ 10,000 เหรียญเพื่อซื้อสุนัขของคุณ” “แต่จะจ่ายด้วยการ เอาแมว […]

ปู่ชาร์ลี มังเกอร์ ไม่รู้ว่า Tesla หรือ Bitcoin แย่กว่ากัน พร้อมเตือนสตินักลงทุนมือใหม่

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website #ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก 1. ปู่ชาร์ลี มังเกอร์ถูกถามว่าอันไหนที่บ้าบอมากกว่ากัน ระหว่าง Bitcoin ที่กำลังจะวิ่งไปทดสอบ 50,000 เหรียญ หรือ Tesla กำลังจะมีมูลค่าตลาด 1 ล้านล้านเหรียญ 2. “ตอนนี้ผมเจอคำถามยาก เหมือนกับคุณ Samuel Johnson นักกวีชาวอังกฤษ ที่เคยถูกถามว่า อันไหนมาก่อนระหว่าง หมัด กับเหา” ปู่พยายามเปรียบเทียบให้เห็นภาพ 3.”เอาจริง ๆ นะ ผมเองก็ไม่รู้ว่าระหว่าง Tesla หรือ Bitcoin อันไหนจะแย่มากกว่ากัน” 4. ไม่ใช่แค่นี้ครับปู่ยังถูกถามเรื่องอื่น ๆ เช่น คิดว่าอะไรคือสิ่งที่เป็นภัยคุกคามสำหรับธนาคาร เช่นจะเป็น bitcoin ไหม, digital wallets หรือป่าว (Apple pay, squre) ปู่ตอบทันทีว่า ผมไม่รู้หรอกว่าอนาคตของธนาคารจะเป็นยังไง และผมเองก็ไม่รู้นะว่าระบบการชำระเงินจะพัฒนาไปอย่างไร 5. แต่สิ่งที่ผมรู้แน่ๆคือ ธนาคารที่บริหารจัดการอย่างเหมาะสม ช่วยคนได้เยอะมาก และอย่าลืมว่าธนาคารกลางของทั้งโลกปกติแล้วจะชอบควบคุมระบบการเงิน ระบบธนาคาร และควบคุม supply ของเงิน 6. “ดังนั้นผมเลยไม่คิดว่า bitcoin จะกลายเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ” เหตุผลอีกอย่างคือมันมีความผันผวนอย่างมาก 7. และหลายคนมองว่า bitcoin จะมาแทนที่ทองคำ แต่ปู่มังเกอร์บอกว่า ตัวเค้าเองก็ไม่เคยซื้อทองคำ และก็ไม่เคยซื้อ bitcoin ซะด้วย 8. ปู่มังเกอร์ยังได้ออกโรงเตือน นักลงทุนมือใหม่ ที่ตอนนี้กำลังถูกชักจูงให้มาเทรด ซื้อขายหุ้นที่เป็นฟองสบู่ผ่านแอป เช่น Robinhood “ผมคิดว่า คุณควรจะทำตัง จากการขายของที่ดีและเป็นประโยชน์สำหรับลูกค้า แทนที่จะขายบริการที่กึ่งๆเป็นการพนัน” คุณปู่น่าจะหมายถึงกรณีที่มีนักลงทุนรายย่อยกลุ่มนึง ที่ไปไล่ราคาหุ้นบางตัวผ่านแพลตฟอร์มเหล่านั้น “การที่ลดค่าธรรมเนียมเหลือ 0 บาท แล้วหลอกล่อให้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่แห่กันเข้ามาลงทุน” 9. “หลายคนคิดว่า ถ้าพวกเค้ามีหุ้น 100 ตัว พวกเค้าจะลงทุนได้อย่างมืออาชีพมากกว่า กรณีที่มีหุ้น 4-5 ตัว” แต่ผมคิดว่า ความคิดนี้เป็นสิ่งที่โง่เขลามาก ส่วนตัวปู่มังเกอร์มองว่า ตัวเค้าเองรู้สึกสบายใจที่จะถือหุ้นเพียงแค่ 2-3 ตัว ที่ปู่คิดว่าปู่มีความได้เปรียบ 10. ส่วนเคล็ดลับความสำเร็จที่จะมีชีวิตความสุข “กฏข้อแรกของการมีชีวิตที่มีความสุข คือ การมีความคาดหวังน้อย ๆ อย่าคาดหวังเยอะ” 11. นอกจากนี้ยังมีคนถามหุ้นเช่น Costco บริษัทค้าปลีกที่มีรูปแบบธุรกิจเน้นการค้าส่งให้ธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็ก ว่าทำไมถึงประสบความสำเร็จอย่างมาก “เหตุผลที่ทำให้บริษัท Costco ประสบความสำเร็จเป็นเพราะวัฒนธรรม” “พวกเค้าสร้างวัฒนธรรมได้ดีมาก ในเรื่องต้นทุนที่ถูกมาก ในขณะที่คุณภาพเองก็ต้องรักษาเอาไว้ให้ได้” “วัฒนธรรมองค์กรณ์สำคัญมากๆ” 12. ปู่มังเกอร์ พูดถึง SPACs บริษัทที่จดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ และระดมเงินจากนักลงทุนแล้ว แต่ไม่มีแผนธุรกิจแน่ชัด แต่ระดมเงินทุนไปซื้อบริษัทอื่น ปุ่มองว่าตอนนี้กำลังจะเป็นจุดเริ่มต้นของฟองสบู่ และจะมีจุดจบที่ไม่สวยแน่ ๆ เพียงแต่ไม่รู้นะ ว่าจะจบเมื่อไหร่ #เริ่มต้นวันนี้ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต อิสรภาพชีวิต !! อยู่ไหนก็ไม่พลาด อย่าลืมกดติดตามนะครับ หรือเพิ่มช่องทางการสื่อสารได้เลย ส่งข่าวสารถึงมือไม่พลาดทุกการวิเคราะห์ [email protected] คลิกเลย และกด subscribe และ กดกระดิ่งนะครับ คลิกเลย

ปู่บัฟเฟตต์ลดสัดส่วน Apple และขายหุ้นธนาคารรัวๆ

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website #ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก 1. ช่วงเช้าที่ผ่านมา Berkshire Hathaway รายงานการปรับพอร์ตการลงทุนในหุ้น มีหลายอย่างที่น่าสนใจครับ 2. เช่นการ ขายหุ้น Apple ทิ้งมากถึง 6% หรือ 57.2 ล้านหุ้น แต่ก็ยังเป็นหุ้นที่มีมูลค่ามากที่สุดในพอร์ตของปู่สูงถึง 1.17 แสนล้านเหรียญครับ คิดเป็นมูลค่าสัดส่วนสูงถึง 40% ของพอร์ตครับ 3. นั่นแปลว่า ถ้าหุ้นดีและขึ้นมาเยอะ ปู่ก็พร้อมขายเหมือนกันครับ โดยปีที่ผ่านมา Apple ขึ้นมามากถึง 80% เลยทีเดียว 4. ถัดมา ปู่ขายหุ้น Wells Fargo ลงไปเกือบ 60% แล้วก็ขาย JPMorgan, PNC Financial Services และ M&T Bank 5. แล้วก็ยังขายหุ้นเหมืองทองคำ Barrick Gold เกลี้ยงพอร์ตหลังจากซื้อมาปีที่แล้ว 6. นอกจากนี้ยังขายทิ้ง Pfizer ทั้งหมดหลังจากซื้อมา และขึ้นมาเยอะจากการค้นพบวัคซีน 7. ไม่ใช่แค่นี้ครับยังทยอยขายหุ้น General Motors ไป 9.4% เหลือ 72.5 ล้านหุ้น แต่ปู่ไม่ได้ขายอย่างเดียวครับ 8. มีทยอยเก็บหุ้นเพิ่มเช่นกันครับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการเครือข่าย Verizon มูลค่า 2.5 แสนล้านบาท หรือ 8.6 พันล้านเหรียญ 9. และซื้อหุ้นน้ำมัน Chevron มูลค่า 1.2 แสนล้านบาท หรือ 4.1 พันล้านเหรียญ 10. และซื้อหุ้นธุรกิจโบรกเกอร์ประกันภัย Marsh & McClennan มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาทหรือ 499 ล้านเหรียญ 11. ซื้อหุ้นซุปเปอร์มาเกต เพิ่มอย่าง Kroger 34% 12. และซื้อหุ้นยาและสุขภาพ อย่าง Merck ไป 28% มูลค่า 2.3 พันล้านเหรียญ 13. และจัดเพิ่ม Bristol-Myers 11% และ AbbVie 20% ปรับพอร์ตรัว ๆ มากครับปู่ ไตรมาสล่าสุด คิดยังไงกันบ้างพิมคอมเม๊นท์มาแชร์กันหน่อยนะครับ  #เริ่มต้นวันนี้ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต อิสรภาพชีวิต !! อยู่ไหนก็ไม่พลาด อย่าลืมกดติดตามนะครับ หรือเพิ่มช่องทางการสื่อสารได้เลย ส่งข่าวสารถึงมือไม่พลาดทุกการวิเคราะห์ [email protected] คลิกเลย และกด subscribe และ กดกระดิ่งนะครับ คลิกเลย

Tesla ซื้อ bitcoin 4.5 หมื่นล้านบาทเพื่อบริหารเงิน ตอนนี้ราคา bitcoin พุ่งกระฉูดลุ้นทำจุดสูงสุดใหม่

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website #ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก 1. สด  ๆ ร้อน ๆ ครับ เมื่อ Tesla ประกาศเข้าซื้อ bitcoin มูลค่า 1.5 พันล้านเหรียญ หรือกว่า 4.5 หมื่นล้านบาท (ผ่านการแจ้งกลต.) 2. เหตุผลหลัก ๆ คือ ต้องการกระจายความเสี่ยง และมีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการเงินสด และเพิ่มผลตอบแทนเงินสดให้มากที่สุด 3. และเตรียมจะยอมรับ bitcoin ในการซื้อรถของ Tesla แล้วครับ 4. ล่าสุด bitcoin ทะลุ 4.2 หมื่นเหรียญ ลุ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ครับ #เริ่มต้นวันนี้ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต อิสรภาพชีวิต !! อยู่ไหนก็ไม่พลาด อย่าลืมกดติดตามนะครับ หรือเพิ่มช่องทางการสื่อสารได้เลย ส่งข่าวสารถึงมือไม่พลาดทุกการวิเคราะห์ [email protected] คลิกเลย และกด subscribe และ กดกระดิ่งนะครับ คลิกเลย

Apple เตรียมลงทุนใน Kia Motor มูลค่าแสนล้านบาท บุกธุรกิจรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มตัว

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website #ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก 1. เช้านี้หุ้น Kia Motors Corp. วิ่งกระฉูด 15% เลยครับสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1997 หลังจากที่มีรายงานว่า Apple จะเข้าไปลงทุนมูลค่าสูงถึง 3.6 พันล้านเหรียญหรือ 1.08 แสนล้านบาท 2. “ความร่วมมือรอบนี้คือ การบุกทำตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างจริงจัง” เบื้องต้นคาดการณ์ว่าจะสร้างโรงงานผลิตร่วมกันระหว่าง Kia และ Apple ที่จอร์เจีย สหรัฐอเมริกาครับ 3. ทั้งนี้บริษัทเตรียมลงนามสัญญาในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ นี้และเตรียมที่ผลักดันรถยนต์พลังงานไฟฟ้า Apple ในปี 2024 กำลังการผลิตเบื้องต้นอยู่ที่ 1 แสนคันต่อปีครับ 4. อย่างไรก็ตาม หลายคนพยายามคาดหมายกันว่า Apple เตรียมบุกตลาดรถยนต์ไร้คนขับ แต่รายงานเบื้องต้นมองว่า อย่างน้อยต้องใช้เวลาประมาณ 5 ปีในการพัฒนาเทคโนโลยี และเปิดตัวรถยนต์ไร้คนขับได้ครับ 5. การจับมือกันรอบนี้น่าจะเป็นความร่วมมือที่ทำให้ตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเดือดมากครับ เพราะมีการแข่งขันจากทั้ง Tesla, Nio, Lucid และยังไม่นับการร่วมมือระหว่าง Foxxconn ที่จับมือกับ Zhejiang Geely 6. ถ้า Apple ทำรถออกมาได้จริง คิดว่าจะสู้กับ Tesla ได้ไหมครับ? คุณอยากซื้อค่ายไหนมากกว่ากันครับ แสดงความเห็นกันเข้ามาได้ครับ #เริ่มต้นวันนี้ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต อิสรภาพชีวิต !! อยู่ไหนก็ไม่พลาด อย่าลืมกดติดตามนะครับ หรือเพิ่มช่องทางการสื่อสารได้เลย ส่งข่าวสารถึงมือไม่พลาดทุกการวิเคราะห์ [email protected] คลิกเลย และกด subscribe และ กดกระดิ่งนะครับ คลิกเลย

Alphabet มีรายได้เพิ่ม 23% แตะระดับ 5.6 หมื่นล้านเหรียญ รายได้โฆษณาเติบโตมากกว่าคาด

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website #ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก 1. ราคาหุ้นพุ่งเลยครับ หลังจากที่ประกาศผลประกอบการ โดยรายได้สูงถึง 5.69 หมื่นล้านเหรียญในไตรมาสล่าสุด ทุบสถิติมากกว่าคาด เติบโต 23% 2. ทั้งนี้ Google Cloud มีรายได้สูงถึง 3.83 พันล้านเหรียญตมากถึง 47% และยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนโฆษณา youtube เองก็ใช้ได้ครับ 6.89 พันล้านเหรียญเพิ่มขึ้นมากถึง 46% 3. แต่ถ้านับรายได้จากการโฆษณาทั้งบริษัทเองก็มีรายได้มากถึง 4.6 หมื่นล้านเหรียญเพิ่มขึ้นมากถึง 22% หลังจากที่ชะลอลงไปในไตรมาสที่ 2 ปีที่แล้ว เพราะเจอผลกระทบจากโควิด-19 4. จุดที่น่าสนใจคือ Alphabet มีกำไรจากการดำเนินงานจาก cloud ได้เป็นครั้งแรก โดยปีที่แล้วขาดทุนไปมากถึง 5.61 พันล้านเหรียญหลังจากก่อนหน้านี้มีการลงทุนหนักมาก ๆ เทียบกับ Amazon ที่มีกำไรจากการดำเนินงาน cloud มากถึง 1.3 หมื่นล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นเกือบ 5 เท่าจากปีที่แล้ว 5. “ผมรู้สึกพอใจมากๆครับ กับความคืบหน้าของเรา โดยเราจะลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีวินัย และจะเน้นไปที่การขยายกิจการ และเพิ่มกำไรเป็นหลัก” คุณ ซุนดา พิชัย สุดยอด CEO บอกครับ 6. ส่วนธุรกิจ other bets ที่จะเน้นไปที่ธุรกิจใหม่ ๆ เช่น รถยนต์ไร้คนขับ Waymo, บริษัทวิจัยด้านชีววิทยาศาสตร์ life sciences unit Verily ยังขาดทุนหนักจากการดำเนินงาน 4.48 พันล้านเหรียญในปีที่ผ่านมา 7. ส่วนการเข้าซื้อกิจการ Fitbit จะนับไปเป็นรายได้ใน other Revenue ซึ่งทำได้ 6.67 พันล้านเหรียญในไตรมาสที่ 4 เพิ่มขึ้นจากเดิม 5.26 พันล้านเหรียญในปีก่อนหน้า #เริ่มต้นวันนี้ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต อิสรภาพชีวิต !! อยู่ไหนก็ไม่พลาด อย่าลืมกดติดตามนะครับ หรือเพิ่มช่องทางการสื่อสารได้เลย ส่งข่าวสารถึงมือไม่พลาดทุกการวิเคราะห์ [email protected] คลิกเลย และกด subscribe และ กดกระดิ่งนะครับ คลิกเลย

Jeff Bezos ประกาศก้าวลงจากตำแหน่ง CEO หลังประกาศผลประกอบการรายได้ทะลุ 1 แสนล้านเหรียญ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website #ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก 1. เฮีย Jeff Bezos เป็นผู้ก่อตั้ง Amazon เจ้าตลาด E-commerce ค้าปลีกออนไลน์ที่เขย่าทุกวงการ นับตั้งแต่ปี 1994 ครับ โดยจะก้าวลงจากตำแหน่ง CEO และไปนั่งเป็นประธานบอร์ดบริษัทแทนครับ 2. ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดสูงถึง 1.6 ล้านล้านเหรียญ​และเพิ่งจะทำรายได้ถล่มทลายทะลุ 1 แสนล้านเหรียญไปเมื่อไตรมาสล่าสุดนี่เองครับ 3. โดยคนที่จะขึ้นมาเป็น CEO แทนเป็นลูกหม้อของบริษัทอยู่แล้วครับ คือ คุณ Andy Jassy วัย 53 ปีที่ร่วมงานกับ Amazon มาตั้งแต่ปี 1997 โดยเป็นหัวหน้าทีม AWS ที่ทำให้ Amazon มีกำไรมหาศาลก็เพราะผู้ชายคนนี้แหละครับ 4. “ผมตั้งใจจะใส่ทั้งพลังงานชีวิตและความสนใจไปที่ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และโครงการใหม่ ๆ” เฮีย Jeff Bezos สุดยอด CEO คนเก่งของ Amazon บอกครับ 5. โดยหลัก ๆ ก็จะไปเน้นที่ Blue Origin, Earth Fund, The Washington Post และ the Amazon Day 1 Fund มากขึ้น 6. ในขณะเดียวกัน Amazon รายงานรายได้สูงถึง 1.25 แสนล้านเหรียญ ทะลุ 1 แสนล้านเหรียญเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยปัจจุบันมีพนักงานมากถึง 1.3 ล้านคนทั่วโลก 7. สิ่งที่ยังเป็นพระเอกสำหรับ Amazon ยังเป็น cloud computing ครับที่มีรายได้เพิ่มขึ้น 28% สูงถึง 1.27 หมื่นล้านเหรียญ เพิ่มจากเดิม 9.95 พันล้านเหรียญ 8. ส่วนธุรกิจโฆษณาไม่ได้บอกชัดๆ แต่คาดว่าน่าจะอยู่ในประเภท other category มูลค่า 7.9 พันล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 64% 9. ในขณะที่รายได้ของหน้าร้าน เช่น Whole Foods Market ลดลง 8% เพราะโควิด-19 ทำให้ยอดขายลดลงไป แต่ก็ไปเพิ่มรายได้ทางออนไลน์ทดแทนครับ 10. ทั้งนี้ Amazon คาดว่าจะมีกำไรจากการดำเนินงานสูงถึง 3-6.5 พันล้านเหรียญ 11. ส่วนนักวิเคราะห์คาดว่ารายได้ในปีนีจะมีโอกาสทะลุ 9.5 หมื่นล้านเหรียญได้ จากความต้องการซื้อของทางออนไลน์ และยอดขาย Prime Day ที่พุ่งสูงขึ้นมาก #เริ่มต้นวันนี้ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต อิสรภาพชีวิต !! อยู่ไหนก็ไม่พลาด อย่าลืมกดติดตามนะครับ หรือเพิ่มช่องทางการสื่อสารได้เลย ส่งข่าวสารถึงมือไม่พลาดทุกการวิเคราะห์ [email protected] คลิกเลย และกด subscribe และ กดกระดิ่งนะครับ คลิกเลย

เฮีย Elon Musk พัฒนาระบบให้ลิงเล่นวีดีโอเกม ด้วยความคิด!

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website #ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก 1. ลุ้นกันสักพักใหญ่ละครับว่าบริษัท Neuralink ของเฮีย Elon Musk จะพัฒนาเป็นรูปธรรมเมื่อไหร่ 2. หลัก ๆ แล้วเฮีย Elon อยากพัฒนาเครื่องมือที่สามารถปลูกถ่ายให้กับผู้ป่วยอัมพาต ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ให้ได้เลยทุ่มลงทุนกับบริษัทนี้พอควรครับ 3. ล่าสุดตอนนี้ได้ฝังชิพคอมพิวเตอร์ไว้ในกระโหลกของลิง แล้วใช้ลวดเล็ก ๆ จิ๋ว ๆ เชื่อมต่อกับสมองของลิง “เท่าที่ดูผมว่า ลิงก็ยังดูมีความสุขดีนะ” เฮีย Elon Musk บอกครับ 4. การเชื่อมต่อนี้แทบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าด้วยซ้ำ โดยเค้าได้ทดสอบให้ลิงเล่นวีดีโอเกมโดยใช้สมองและความคิดครับ 5. ”คิดง่าย ๆ ว่า Neuralink ก็คล้ายๆกับ Fitbit ที่เชื่อมต่อกับสมอง และเพิ่มอัตราไหลเวียนของข้อมูลจากสมองมนุษย์ เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์” และใช้เทคโนโลยี AI อยู่เบื้องหลังการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ โอ้โห…. นี่เฮียแกเป็นนักเปลี่ยนโลกจริง ๆ ครับ 6. และถ้าประสบความสำเร็จ มนุษย์จะสามารถส่งความคิด ส่งสาสน์ หรือสื่อสารสิ่งที่เราคิด กับอีกคนนึงได้ โดยใช้โทรจิต หรืออนาคตอาจจะถึงขั้นที่สามารถเอาจิตใจของคนที่กำลังเสียชีวิต ถ่ายทอดไปไว้ในหุ่นยนต์ (อย่างกับในหนังเลยแฮะ) 7. แต่เบื้องต้นในระยะสั้นๆ อภิมหาเศรษฐีผู้เปลี่ยนโลกจะทดสอบฝังชิพ ในสมองเพื่อทดสอบให้เราสามารถควบคุมเมาส์คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์ หรือควบคุมอุปกรณ์ใด ๆ โดยใช้แค่ความคิด 8. ดูเหมือนว่าโลกอนาคต (อันใกล้) จะเปลี่ยนโฉมไปอีกเยอะ จากแนวคิดและนวัตกรรมของผู้ชายที่ชื่อ Elon Musk #เริ่มต้นวันนี้ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต อิสรภาพชีวิต !! อยู่ไหนก็ไม่พลาด อย่าลืมกดติดตามนะครับ หรือเพิ่มช่องทางการสื่อสารได้เลย ส่งข่าวสารถึงมือไม่พลาดทุกการวิเคราะห์ [email protected] คลิกเลย และกด subscribe และ กดกระดิ่งนะครับ คลิกเลย

Facebook ประกาศ Apple คือคู่แข่ง ประกาศงบสวย และซื้อหุ้นคืน 2.5 หมื่นล้านเหรียญ

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website #ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก 1. Facebook มีรายได้แตะระดับ 2.8 หมื่นล้านเหรียญ ดีกว่าคาด 2.6 หมื่นล้านเหรียญ โอ้โห…. มากกว่าคาดเยอะมากครับ 2. เหตุผลที่สำคัญคือ ผู้ใช้งานสม่ำเสมอรายวัน 1.84 พันล้านคน และมีผู้ใช้งานสม่ำเสมอรายเดือน 2.8 พันล้านคน 3. จุดที่น่าสนใจคือ ผู้ใช้งานในสหรัฐและแคนาดารวมกัน มีผู้ใช้งานสม่ำเสมอรายวัน 195 ล้านคนน้อยลง จาก 196 ล้านคน และนี่เป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันแล้วครับที่ลดลง สวนทางกับทางยุโรป ที่จะเห็นว่ามีผู้ใช้งานสม่ำเสมอรายวัน 308 ล้านคน เติบโตจาก 305 ล้านคนครับ 4. ในขณะที่รายได้ต่อคน ต่อผู้ใช้งานอยู่ที่ 10.14 เหรียญ มากกว่าคาด 5. แต่จุดนึงที่ต้องติดตามกันเลยครับ คือการที่ Facebook เตือนว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใน iOS 14 ของ Apple อาจจะมีผลต่อผลประกอบการเพราะมีฟังชั่นรักษาสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล เพราะจะมีผลต่อการยิงโฆษณาซึ่งเป็นจุดแข็งของเฮีย มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก “ตอนนี้ Facebook เริ่มมองมากขึ้นว่า Apple เป็นหนึ่งในคู่แข่งที่สำคัญที่สุด” เฮียมาร์คบอกครับ 6. ความเดือดยังไม่จบครับเมื่อเฮีย มาร์ค บอกว่า Apple บอกว่าอยากจะช่วยคน (เรื่องสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล) แต่ต้องยอมรับว่าการปรับกลยุทธ์รอบนี้เป็นการรักษาความสามารถในการแข่งขันของ Apple ต่างหาก 7. ทั้งนี้ Facebook มีผู้ใช้งานแอพในเครือ สม่ำเสมอรายเดือน มากถึง 3.3 พันล้านคนเปรียบเทียบกับไตรมาสที่แล้ว 3.21 พันล้านคน ทั้ง IG, Messenger, Whatsapp 8. อีกหนึ่งส่วนที่ยังไม่ได้พูดถึง คือ รายได้อื่น ๆ ตอนนี้มีรายได้ 885 ล้านเหรียญเพิ่มขึ้น 156% เมื่อเทียบปีที่แล้ว คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 3% ของรายได้ทั้งหมด (เช่น Oculus VR, อุปกรณ์ video-chat) ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนอยู่บ้านกันเยอะมากขึ้น จากวิกฤตโควิด 9. และสุดท้าย Facebook ประกาศซื้อหุ้นคืน 2.5 หมื่นล้านเหรียญเลยทีเดียวครับ #เริ่มต้นวันนี้ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต อิสรภาพชีวิต !! อยู่ไหนก็ไม่พลาด อย่าลืมกดติดตามนะครับ หรือเพิ่มช่องทางการสื่อสารได้เลย ส่งข่าวสารถึงมือไม่พลาดทุกการวิเคราะห์ [email protected] คลิกเลย และกด subscribe และ กดกระดิ่งนะครับ คลิกเลย

Apple ทำรายได้ 1.1 แสนล้านเหรียญสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โควิดทำอะไรไม่ได้

อย่าลืม Subcribe จะได้ไม่พลาด Facebook | Youtube | Line | Website #ลงทุนนอกโลก โดยเพจ #ถามอีกกับอิก 1. โหดสุด ๆ ครับที่ Apple ทำรายได้ทะลุ 1 แสนล้านเหรียญภายในไตรมาสเดียวได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพิ่มขึ้น 21% เท่ากับว่าโควิดทำอะไรไม่ได้เลยครับ เฮีย Tim Cook บอกว่า “ช่วงโควิด 19 ทำให้มีความจำเป็นต้องปิดสาขาในบางส่วนไป เพราะฉะนั้นยอดขาย iphone มันก็ย่อมทำให้ยอดขายลดลงกว่าที่ควรจะเป็น” แต่ก็โตหนักมากแล้วนะครับเฮีย 2. จุดที่น่าสนใจครับ รายได้ของ Apple สูงถึง 1.11 แสนล้านเหรียญ แต่พอไปดูไส้ในจะเห็นโตหนักมากในทุกประเภท โตเป็นตัวเลขสองหลักหมดเลยครับ 3. เช่นยอดขายจาก iphone เพิ่มขึ้น 17% แตะระดับ 6.56 หมื่นล้านเหรียญ (ตอนนี้ยอดคนใช้ iphone ทะลุ 1 พันล้านชิ้น และถ้ารวมทุกอุปกรณ์เท่ากับว่ามีคนใช้ผลิตภัณฑ์ของ Apple รวมกันมากกว่า 1.65 พันล้านชิ้นเลยทีเดียวครับ) ตอนนี้นักวิเคราะห์หลายคนถึงขั้นมองว่านี่เป็น supercycle ที่จะมีการซื้ออุปกรณ์รอบใหญ่ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะโควิด แต่อีกส่วนเป็นเพราะมี 5G ทำให้คนอยากเปลี่ยนเครื่องมากขึ้นครับ 4. ธุรกิจบริการ เพิ่มขึ้น 24% แตะระดับ 1.576 หมื่นล้านเหรียญ เช่นรายได้จาก App store, apple music, Apple TV+ 5. Mac ขายได้ 8.68 พันล้านเหรียญเพิ่มขึ้น 21% ส่วน ipad โตหนักมากครับ สูงถึง 8.44 พันล้านเหรียญเพิ่มขึ้น 41% (ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะว่า คนทำงานที่บ้าน และคนเรียนหนังสือออนไลน์ ทำให้มีความต้องการซื้ออุปกรณ์มากขึ้น) 6. ส่วนอัตราทำกำไรขั้นต้นอยู่ที่ระดับ 39.8% มากกว่าตัวเลขคาดการณ์ ที่ 28% 7. แต่จะว่าไปแล้วอุปกรณ์อื่นๆเช่น Airpods, Beats เองก็ใช้ได้นะครับ โตมากถึง 29% อยู่ที่ระดับ 1.29 หมื่นล้านหรียญ หรือเกือบ 4 แสนล้านบาท 8. ส่วนยอดขายในต่างประเทศก็ถือว่าน่าสนใจครับ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 64% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 61% จากปีที่แล้ว โตหนักจริงๆ หลัก ๆ ก็มาจากจีนนี่แหละครับ 9. ยอดขายจากจีน ซึ่ง ครอบคลุมจีนแผ่นดินใหญ่, ไต้หวัน, ฮ่องกง เพิ่มขึ้นมากถึง 57% แตะระดับ 2.13 หมื่นล้านเหรียญ 10. ทั้งนี้ Apple ประกาศจ่ายเงินปันผล $0.205 เซ็นต์ #เริ่มต้นวันนี้ดีที่สุด ขอให้ทุกท่านโชคดีและมีอิสรภาพในการใช้ชีวิต อิสรภาพชีวิต !! อยู่ไหนก็ไม่พลาด อย่าลืมกดติดตามนะครับ หรือเพิ่มช่องทางการสื่อสารได้เลย ส่งข่าวสารถึงมือไม่พลาดทุกการวิเคราะห์ [email protected] คลิกเลย และกด subscribe และ กดกระดิ่งนะครับ คลิกเลย

Subscribe & Follow

error: Content is protected !!