Subscribe & Follow:

business

Video

ใครบอก ว่าน้ำเปล่าเหมือนกันหมด?

ธุรกิจที่แข่งขันดุเดือดมากๆตอนนี้คือ ธุรกิจน้ำเปล่า ครับ นำ้ดื่มเหมือนกัน ช่วยแก้กระหายน้ำได้เหมือนกัน แต่ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกไม่เหมือนกัน =======   ข้อมูลล่าสุดจากสิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด บอกว่า   ธุรกิจน้ำเปล่ามีมูลค่าต่อปีสูงถึง 43,000 ล้านบาท! (ข้อมูล ธันวาคม 2017) และเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ปีละ 10% โดยสิงห์ยังเป็นเจ้าตลาดด้วยส่วนแบ่งการตลาด 21% ตามมาติดๆด้วย คริสตัล (เสริมสุข) ที่มีส่วนแบ่ง 20-21% ส่วน Nestle purelife ก็ไม่ห่างกันมาก 17-18% น้ำทิพย์ ครองส่วนแบ่ง 9% ส่วนรายเล็กๆ รวมกันมียอดขายประมาณ 33% ======= ความเห็นของ “ถามอีก กับอิก” ธุรกิจนี้ไม่หวือหวามาก เท่ากับเครื่องดื่มประเภทอื่นแต่จริงๆแล้วเป็นธุรกิจที่แข่งกันดุมากๆ ผมแค่ลองเปิดตู้แช่ในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งก็เห็นเลยว่า มีน้ำเกือบ 30 ยี่ห้อ   แต่ละเจ้าชูกลยุทธ์ทั้งลด แลก แจก แถม หรือ ยกสรรพคุณว่ากินน้ำของเค้าดีต่อสุขภาพยังไง และพยายามใช้พรีเซนเตอร์ชื่อดังๆ ระดับซุปตาร์   เหตุผลส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะบ้านเราอากาศร้อนทำให้ต้องดื่มน้ำบ่อยๆ และอีกเหตุผลคือคนเริ่มสนใจสุขภาพมากขึ้นทำให้ลดการดื่มน้ำหวาน และหันมาดื่มน้ำเปล่ามากขึ้น   แต่ละเจ้าเลยต้องงัดไม้เด็ดเพื่อทำให้นำ้ดื่มเหมือนกัน ช่วยแก้กระหายน้ำได้เหมือนกัน แต่ต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกไม่เหมือนกัน   เกมนี้เป็นเกมมาราธอน ต้องติดตามกันยาวๆครับ แล้วคุณล่ะ ซื้อน้ำเปล่าจากเหตุผลอะไรครับ? ปล. ว่าแต่ว่า… จริงไหมครับที่พอเราดื่มน้ำค่ายหนึ่ง ก็จะรู้สึกไม่ค่อยอยากกินของอีกยี่ห้อหนึ่ง (บางคนบอกว่ารสชาติต่างกัน) =======   ตอนนี้เรากำลังยกเลิกการส่งไลน์แอด และไปส่งผ่าน Telegram ถ้าไม่อยากพลาดข้อมูลและแนวคิดดีๆ แอดมาโลดเด้อ https://t.me/TAM_EIG     Download สำหรับ Android https://play.google.com/store/apps/details?id=org.telegram.messenger . Download สำหรับ IOS https://apps.apple.com/us/app/telegram-messenger/id686449807

มองอนาคตค้าปลีกไทย กับ พี่หมู วรวุฒิ อุ่นใจ

เป็นอีกครั้งหนึ่งครับที่ผมมีโอกาสได้ฟังแนวคิดดีๆจากพี่หมู วรวุฒิ อุ่นใจ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทยและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีโอแอล ในงาน The Advisory เอกสิทธิเฉพาะลูกค้า exclusive และ prime ของธนาคารกรุงศรีครับ   พี่หมูเล่าให้ฟังหลายเรื่องครับทั้งภาพรวมธุรกิจค้าปลีก แนวโน้มและวิธีคิดในการทำธุรกิจที่คนไทยทุกคนควรอ่านครับ ไปลุยกันเลยครับ   =======   พี่หมูอธิบายโครงสร้างธุรกิจค้าปลีกไทยให้เห็นภาพครับว่าแบ่งเป็น 3 ส่วนด้วยกันครับ (ปัจจุบันมีมูลค่าค้าปลีก ปีละ 3 ล้านล้านบาท)   1. Modern Trade ส่วนใหญ่ก็จะเป็นรายใหญ่ครับ (ยอดขายมากกว่า 5 พันล้านบาท) เช่น เซนทรัล, The mall, BigC, Tesco Lotus รวมๆกันมีประมาณ 40 ราย คิดเป็นสัดส่วน 30% ของธุรกิจค้าปลีกทั้งประเทศ   2. ค้าปลีกภูธร ค้าปลีกต่างจังหวัด มีขนาดกลางๆครับ (ยอดขาย 500-5 พันล้านบาท) เช่น  ตั้งงี้สุน, CJ , ธนพิริยะ, นิยมพานิช กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เริ่มปรับตัวได้ดี มีทั้งหมดประมาณ 500 ราย คิดเป็นสัดส่วน 15-20% ของทั้งตลาด   3. ค้าปลีกขนาดเล็ก ขนาด SMEs กลุ่มนี้คิดเป็นสัดส่วน 50% เยอะที่สุดมีมากกว่า 1 ล้านราย ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก น่าเป็นห่วงเหมือนกัน (ว่าจะปรับตัวทันไหมกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรวดเร็วในยุคนี้)   พี่หมูบอกว่าตอนนี้หมดยุคละที่จะมองว่ารายใหญ่จะกินตลาดรายเล็กอย่างเดียว เพราะ “ถ้าค้าปลีกใหญ่สบายแล้วค้าปลีกเล็กไม่รอด สุดท้ายตลาดค้าปลีกก็จะไม่รอด” และ “ยุคนี้เป็นยุคนี้ค้าปลีกรายใหญ่ รายกลาง รายเล็กต้องช่วยกัน”   ======= ธุรกิจค้าปลีกไทยโตต่ำกว่าศักยภาพทีควรจะเป็น   ”ธุรกิจค้าปลีกไทย เติบโตได้เรื่อยๆนะครับ แต่เราโตน้อยกว่าที่ควรจะเป็น” พี่หมูอธิบายให้ฟังว่าโดยทั่วไปแล้วธุรกิจค้าปลีกเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภค สะท้อนกำลังซื้อของประชาชน เพราะฉะนั้นควรจะเติบโตไม่น้อนกว่าตัวเลข GDP ของประเทศ   แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา GDP เติบโตประมาณ 4%   แต่ค้าปลีกไทยโตแค่ 2-3% เกือบต่ำที่สุดในอาเซียน โดยเหตุผลมีอยู่ 3 เรื่องด้วยกันครับ คือ โครงสร้างภาษีสินค้าแบรนด์หรู, ธุรกิจ Duty Free, และขาดการส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวด้านการช็อปปิ้ง   มาไล่ดูทีละเหตุผลกันครับ   =======   1. โครงสร้างภาษีสินค้าหรู แบรนด์ดัง สูงเกินไปเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน   “ตอนนี้สินค้าแบรนด์เนมมีกำแพงภาษีสูงถึง 30-50% ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านคิดแค่ 10-20%” สมมติว่าราคาที่เราซื้อเมืองนอก 100 บาท แต่ถ้าซื้อในไทยอาจจะต้องจ่าย 130 บาท หรือ 150 บาท จริงๆก็มีเหตุผลอยู่นะครับ เพราะในอดีตรัฐบาลไม่อยากให้คนไทยซื้อเยอะเพราะมองว่าเป็นสิ่งของฟุ่มเฟือย   แต่พี่หมูอธิบายว่า ตอนนี้สินค้าเหล่านี้เปลี่ยนเป็นสินค้าในชีวิตประจำวันของเราไปแล้วครับ เป็นสินค้าที่แทบจะทุกคนก็ซื้อกัน เป็นเรื่องปกติ   “สถิติบอกว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ใช้สินค้าแบรนด์เนมเมื่อเทียบกับกำลังซื้อสูงเป็นอันดับที่ 1 ของโลก” นั่นแปลว่าพอเราตั้งกำแพงภาษีสูงๆ คนไทยหลายคนก็เลยหนีไปซื้อเมืองนอก   แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นอีกอย่างคือ ตลาด Grey Market เป็นตลาดที่คนไทยไปเมืองนอก แล้วก็หิ้วสินค้าแบรนด์เนมกลับมาขายให้คนไทย และสัดส่วน 98% ของคนขายในตลาดนี้เป็นตลาดที่หนีภาษี ซึ่งไม่มีการสำรวจชัดๆว่ามูลค่าตลาดนี้เท่าไหร่   “ตลาดนี้ใหญ่มากๆเกือบเท่าตลาดค้าปลีกแล้ว ใหญ่มากจนทำให้ค้าปลีกไทยมีปัญหาครับ ” แต่การประมาณการณ์ TDRI พบว่าตลาดนี้น่าจะคิดเป็นสัดส่วน 20-30% ของ GDP หรือ คิดเป็นมูลค่ากว่า 2-3 ล้านล้านบาทเลยทีเดียวครับ (คิดทั้งตลาด online และ offline)   =======   2. การผูกขาดธุรกิจ Duty Free   “ไทยเป็นไม่กี่ประเทศในโลกที่ Duty Free […]

ทำไมฮ่องกงถึงประท้วง? แค่แป๊บๆ หรือจะเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว

#谈亿 #ถันอี้ #ถามอีกกับอิกเรื่องลงทุนจีน   ช่วงเช้าที่ผ่านมาผู้ประท้วงฮ่องกงเริ่มยกระดับการชุมนุมครับ เริ่มมีการปิดล้อม รถไฟใต้ดิน และมีบางส่วนไปที่สนามบิน ทำให้ทางกระทรวงการต่างประเทศประกาศเตือนคนไทยที่จะเที่ยวที่นั่น   “แต่พี่มาเที่ยวก็ยังไม่เห็นว่าแรงขนาดนั้น” พี่จ๊าก โกสินทร์ เจือศิริภักดี ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนต่างประเทศจาก บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี ประเทศไทย    “ส่วนคนฮ่องกงที่เป็นเพื่อนส่วนใหญ่ก็บอกว่า ให้เลี่ยงจุดที่ชุมนุมก็พอละ ส่วนโรงแรมที่อยู่ในย่าน Central ก็แนะนำให้อย่ากลับดึก” แหม…ช่างไปเที่ยวฮ่องกงได้จังหวะพอดีเลยนะค้าบพี่จ๊าก   ========   แต่ข่าวจากสื่อที่เราเห็นก็เริ่มที่จะเห็นความรุนแรงมากขึ้น….   1. การชุมนุมทางการเมืองของฮ่องกงที่เราเห็นตามสื่อช่องทางต่างๆ ยืดเยื้อมานานกว่า 2 เดือนนี้ เป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 22 ปี บางช่วงมีผู้ชุมนุมมากกว่า 1 ล้านคน   ดูแล้วที่หลายคนมองว่าการเมืองไทยร้อนแล้ว แต่ที่ฮ่องกงเดือดกว่าหลายเท่าครับ   2. จุดเริ่มต้นของการประท้วงรอบนี้เกิดจากการที่รัฐบาลฮ่องกงประกาศที่จะลงมติกฏหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนนับตั้งแต่เดือนที่ผ่านมาครับ   3. โจชัว หว่อง นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย ประกาศให้คนฮ่องกงรวมพลังขับไล่ แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง   4. รัฐบาลฮ่องกงเองก็ดูเหมือนจะถอยให้ 1 ก้าวพักการเสนอร่างกฏหมายนี้เพื่อลดแรงกดดัน เลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด   “ดิฉันขอโทษ ดิฉันก็เป็นชาวฮ่องกง รักบ้านเกิดเหมือนพวกท่าน” แคร์ลี แรม ผู้นำฮ่องกง แถลงพร้อมน้ำตา   5. ในขณะที่รัฐบาลก็ยืนยันว่า ได้ยุติพับกฏหมายฉบับนี้ไปแล้ว แต่ตอนนี้ก็มีการชุมนุมอยู่และดูจะเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น   คำถามคือ อะไรคือสิ่งทำให้การชุมนุมยังยืดเยื้อ ผลกระทบคืออะไร และทำไมคนไทยต้องใส่ใจเรื่องนี้?   ========   เหตุผลที่การชุมนุมยังยืดเยื้อ?   “เป็นเพราะว่ารัฐบาลฮ่องกง แค่สั่งหยุดพักการพิจารณา กฏหมายฉบับนี้ แต่ยังไม่ได้ยกเลิก เค้าสามารถนำกลับขึ้นมาพิจารณาอีกทีเมื่อไหร่ก็ได้” อ.สมชาย ภคภาสวิวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและการเมืองอธิบายให้ผมฟังอย่างออกรสออกชาติครับ   แต่อาจารย์คิดว่าเป็นเรื่องสิวๆ ที่ผ่านมาแล้วเดี๋ยวก็ผ่านไปครับ   “ร่างกฏหมายนี้เกิดจาก การที่ชายฮ่องกง ถูกกล่าวหาว่าสังหารแฟนในช่วงที่เค้าเดินทางไปเที่ยวไต้หวันในปีที่แล้ว” โดยฮ่องกงเองก็ไม่ได้ส่งตัวชายคนนี้ให้ไต้หวัน เพราะไม่มีข้อตกลงส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับไต้หวัน   นี่แหละครับเลยเป็นที่มาขอการเสนอให้ผ่านร่างกฏหมายฉบับนี้ แต่ชาวฮ่องกงไม่ได้คิดแบบนั้น   ========   กฏหมายนี้มีเนื้อหายังไง?    กฎหมายนี้จะเปิดโอกาสให้รัฐบาลจีน ไต้หวัน และมาเก๊า ร้องขอการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน กรณีมีผู้ต้องสงสัยที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทางอาญา    “ศาลฮ่องกงจะเป็นผู้ตัดสินว่าจะส่งตัวผู้ต้องสงสัยให้รัฐบาลจีนหรือไม่” “คนฮ่องกงกลัวว่าจีน จะใช้กฏหมายนี้ในการเล่นงานคนที่มีความคิดเห็นต่างทางการเมือง” (เคยเกิดขึ้นแล้วในอดีต)   และการที่หยุดพักการพิจารณาไม่ได้แปลว่าฮ่องกงจะยกเลิกกฏหมายนี้ไปเลยอาจจะรอให้กระแสซาลง แล้วค่อยชงเรื่องใหม่ก็เป็นได้   นี่เลยเป็นเหตุผลให้การชุมนุมรอบนี้ยังยืดเยื้อจนถึงตอนนี้ครับ   ========   ความอัดอั้นใจฝังรากลึกมานาน   อ. สมชายเล่าให้ผมฟังว่า ฮ่องกงอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษในช่วง 1841 ครับก่อนที่จะส่งมอบคืนสู่อ้อมอกของจีน ในปี 1997    “จีนยอมให้ฮ่องกงมีรัฐธรรมนูญเป็นของตัวเอง มีสิทธิเสรีภาพ มีนิติบัญญัติของตัวเอง สามารถบริหารเศรษฐกิจของตัวเอง” โดยกฏเกณฑ์นี้จะใช้ได้ 50 ปี (ปี 2047)   อาจารย์อธิบายว่า ถ้าจีนไม่ให้สิทธิประโยชน์กับฮ่องกงแบบนี้ อาจจะเกิดความวุ่นวายแน่ๆ เพราะฮ่องกง กับจีนต่างกันเกินไป   “แต่การที่พยายามผลักดันให้สำเร็จรอบนี้ อาจจะเป็นเพราะกลัวช่วงที่กำลังเปลี่ยนผ่านในปี 2047 เลยต้องค่อยๆสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับคนในฮ่องกง”   ญาติๆของผมที่อยู่ฮ่องกงเองก็เล่าให้ฟังว่า “คนฮ่องกงมีอิสระเสรีภาพในการใช้ชีวิตมาก ตอนนี้หลายคนเริ่มกังวลว่าถ้ากลับคืนสู่อ้อมอกจีนอย่างเต็มรูปแบบ ตัวเค้าจะใช้ชีวิตยังไงครับ”   แต่ถ้าถามตอนนี้ เค้าก็ยังใช้ชีวิตปกติสุขดี ไม่ได้รู้สึกว่าปัญหาการเมืองวุ่นวายเหมือนที่คนภายนอกอย่างพวกเรามองครับ   ========   สหรัฐอยู่เบื้องหลังหรือป่าว?   ผมถามแกตรงๆอย่างนั้นเลยครับ อาจารย์สมชายตอบว่า “ทุกอย่างเป็นไปได้หมดแหละครับ ตามทฤษฏีสมคบคิด”    “ข้อสังเกตคือ ให้ติดตามข่าวว่า เริ่มมีบางองค์กรอ้างเรื่องสิทธิมนุษยชนแล้วหรือยัง?” ถ้ามี…ก็ใช่เลย ไม่ต้องสืบ แต่เท่าที่เชคข่าวตอนนี้ยังไม่มีนะ   แต่ถ้ายังยืดเยื้อไปเรื่อยๆ ก็อาจจะทำให้เป็นข้ออ้างให้มหาอำนาจอย่างเช่นสหรัฐและยุโรปเข้ามาแทรกแซงได้   ========   ผลกระทบที่เห็นชัดๆคืออะไร?   “ผลกระทบกับนักท่องเที่ยวและเอกชนต่างชาติ เริ่มลังเลที่จะมาเที่ยวและลังเลที่จะมาลงทุนในฮ่องกง และอาจจะส่งผลให้อัตราการว่างงานเพิ่มมากขึ้น” รัฐมนตรีคลังฮ่องกงแสดงความกังวลครับ   เท่าที่ผมเชคการสำรวจโพลล์ต่างๆเริ่มมีความกังวลอย่างนั้นบ้างครับ “3 ใน 4 ของสมาชิกหอการค้าธุรกิจกังวลกับร่างกฏหมายและคิดว่าจะกระทบกับภาคธุรกิจ และ 72% […]

ทำไมพี่ต้นถึงชอบหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์

4 เหตุผล ทำไมหุ้นธนาคารพาณิชย์ถึงน่าลงทุนตอนนี้?   “หยวนต้าคาดว่า หุ้นกลุ่มธนาคารจะมีกำไรไตรมาส 2 ลดลง 4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และลดลง 8% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่แล้ว” พี่ต้นเกริ่นตอนแรกซะตกใจเชียวครับ   สัปดาห์นี้เป็นช่วงประกาศผลประกอบการหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ของไทยครับ ผมเลยชวนคุยกับพี่ต้น เผดิมภพ สงเคราะห์ สุดยอดนักวิเคราะห์และผู้บริหารระดับสูงของ บล. หยวนต้า ครับ   “ผลประกอบการไตรมาสนี้อาจจะไม่ดี” “แต่ผมมองว่า เป็นจังหวะที่ดีในการลงทุนหุ้นกลุ่มธนาคารในช่วง 6 เดือนนี้” แหม… พี่ต้นพูดเว้นช่วงไปหน่อยนะครับ เอาซะใจหายเลย   มาดูกันว่าทำไมพี่ต้นเห็นโอกาสในกลุ่มนี้   =========   1. ผลประกอบการธนาคารมีโอกาสฟื้นตัวได้ในครึ่งปีหลัง   “ผมมองว่ายอดสินเชื่อจะเติบโตสูงขึ้น และกำไรของหุ้นกลุ่มแบงค์จะฟื้นช่วงครึ่งปีหลัง” พี่ต้นฟันธง แม้ว่าจะมองว่า ไตรมาสนี้ผลประกอบการคงจะไม่สวยเท่าไหร่ครับ   เหตุผลหลักๆ ที่พี่ต้นมองว่าผลประกอบการจะพลิกกลับมาได้ คือ รัฐบาลชุดใหม่จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจแน่ๆ ทำให้การบริโภค การท่องเที่ยว การลงทุน ดีขึ้น   “กลุ่มธนาคารก็จะได้ประโยชน์ทั้งหมดเพราะมีโอกาสปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น ตามขยายตัวของเศรษฐกิจครับ”   =========   2. ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารตอนนี้ถูกสุดๆ   กลุ่มนี้จะดูว่าถูกหรือไม่ ดูง่ายๆจากค่า P/BV ครับ   “ตอนนี้มีแค่ธนาคารกลางและเล็ก ที่ เทรด อยู่ประมาณ 1SD เมื่อเทียบกับในอดีต เช่น KKP, TISCO, TCAP”   “แต่ธนาคารใหญ่ๆเช่น SCB, KBANK, BBL ตอนนี้ valuation ถูกมาก ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตถึง 1SD”    นี่ยังไม่นับผลตอบแทนเงินปันผลที่สูง ทำให้กลุ่มนี้ดูน่าสนใจมากขึ้นครับ   “แล้วยิ่งตอนนี้ธนาคารยุโรป เริ่มฟื้นแล้ว สังเกตจากค่า CDS spread ที่สะท้อนเรื่องความเสี่ยง ทำให้นักลงทุนเริ่มเข้ามาลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้มากขึ้น” “มีโอกาสทำให้บรรยากาศการลงทุนในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ทั่วโลกสดใสขึ้นครับ”   =========   3. มาตรฐานบัญชีจะเป็นเรื่องที่ความ surprise ให้กับตลาดฯ   “การบังคับใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ (IFRS9) จะเริ่มใช้ในต้นปีหน้า” เท่าที่ผมฟัง พี่ต้นดูจะตื่นเต้นกับประเด็นนี้มากครับ ผมเลยถามว่าทำไม   แกตอบทันทีว่านักลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดยังไม่รู้ประเด็นนี้ครับ   IFRS9 จะบังคับให้ธนาคารตั้งอัตราสำรองหนี้สงสัยจะสูญในอัตราที่สูง แต่ไม่ต้องห่วง เพราะตอนนี้อัตราสำรองของธนาคารพาณิชย์ตั้งไว้เกินอยู่แล้ว (เกินเกณฑ์ไปเยอะมาก)   นั่นหมายความว่ามีโอกาสสูงมาก ที่ธนาคารจะลดอัตราสำรองฯ ทำให้จะมีกำไรส่วนเกิน (ในทางบัญชี) จะทำให้ตัวเลขดูสวยงามขึ้นและบางบริษัทอาจจะจ่ายเงินปันผลพิเศษได้   =========   4.  อัตราทำกำไรของกลุ่มธนาคาร (NIM) มีโอกาสสูงขึ้น   ชัดแล้วว่า แนวโน้มของเฟด ธนาคารกลางสหรัฐมีโอกาสลดดอกเบี้ยในการประชุมรอบเดือน กค. นี้ แต่คิดว่าคงจะไม่มีผลต่ออัตรากำไรของกลุ่มธนาคารไทย   “เหตุผลคือ พันธบัตรสหรัฐรับข่าวลดดอกเบี้ยไปแล้ว” “และกว่าดอกเบี้ยในไทยจะมีโอกาสลด ก็ต้องนู้นแหละครับ ปีหน้า”   นอกจากนี้ยังมองว่ากลุ่มธนาคารจะเริ่มปล่อยสินเชื่อ ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น ดังนั้นจึงมองว่า อัตรากำไรของกลุ่มธนาคารมีโอกาสที่จะสูงขึ้นในอนาคต   =========   มาสรุปกันหน่อยครับ   “หลายคนกังวลตัวเลข NPL ตัวเลขหนี้เสีย ทำให้หุ้นกลุ่มนี้ถูกขายมาเยอะก่อนหน้านี้” พี่ต้นมองว่า NPL เพิ่มขึ้นจริง แต่ยังไม่อันตรายครับ   ในขณะที่มีโอกาสที่ตัวเลขสินเชื่อจะเติบโตขึ้นจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้น และยังเป็นหุ้นที่ไม่ค่อยขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นๆ (ยังมี valuation ราคาถูก)   พี่ต้นฟันธงว่า ธนาคารที่น่าสนใจ คือตัวใหญ่ๆครับ เช่น    1.SCB (มีประเด็นการขาย SCBLIFE อาจจะมีการจ่ายปันผลพิเศษ), 2.BBL (มีตัวเลข coverage ratio สูงสุดทำให้มีความปลอดภัย), 3.KBANK    อย่าลืมศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ ก่อนการลงทุนครับ    ขอให้ทุกท่านโชคดีในการลงทุน ลงทุนมีความสุขครับ นี่คือ ถามอีก กับอิก ครับ 🙂

ด่วน! ชวนมาฟังมุมมองเศรษฐกิจจากท่านนายกฯจีน หลี่ เค่อ เฉียง (李克强)

#谈亿 #ถามอีกกับอิกเรื่องลงทุนจีน   สดๆร้อนๆจากเวที World Economic Forum (世界经济论坛) ที่ปีนี้จัดที่เมือง Dalian (大连) ประเทศจีนครับ ถ้าฟังแล้วจะเข้าใจวิธีคิดของผู้นำจีนมากขึ้นครับ   ============   1. “พวกเราเป็นผู้โดยสารที่ลงเรือลำเดียวกัน ดังนั้นทุกประเทศควรจะต้องมองหาทางออกร่วมกัน” นายกฯจีนบอกว่า เราควรสนับสนุนการค้ากับหลายๆประเทศ การค้าเสรี เพราะจะช่วยทำให้ทุกประเทศได้ประโยชน์ร่วมกัน   2. นายกฯจีนสนับสนุนการปฏิรูปองค์การการค้าโลก WTO (世界贸易组织) แต่ไม่ควรเปลี่ยนหลักการที่สนับการค้าเสรี   3. จีนจะสนับสนุนการลงทุนต่างชาติในภาคการผลิต, IT, โทรคมนาคม, เทคโนโลยี, ยา และวัตถุดิบที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงการผ่อนปรนกฏหมายที่จะเอื้อต่อการลงทุนในธุรกิจธนาคารและภาคการเงิน (เริ่มต้นปีหน้า ปี 2020)   “ผมยืนยันว่าจะสร้างความโปร่งใส สร้างบรรยากาศการลงทุนที่ดีให้กับนักลงทุนต่างชาติ” และจะลดกฏเกณฑ์การถือหุ้นของอุตสาหกรรมยานยนต์ และจะลิสต์รายชื่อธุรกิจที่จะลดกฏเกณฑ์ภายในปลายปีนี้   4. จีนยืนยันว่าจะไม่ใช้มาตรการ “บิดเบือนค่าเงิน” เพื่อสร้างความได้เปรียบด้านการค้า   5. ตอนนี้ภาคบริการของจีนเติบโตมากกว่าธุรกิจอื่นๆ แต่ก็ยอมรับว่าเศรษฐกิจจีนกำลังเจอแรงกดดันอย่างหนัก จากความไม่แน่นอนในต่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้น และการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก แต่ยังเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจจีนยังสามารถไปต่อได้   6. จีนจะสนับสนุนเจ้าของธุรกิจ SMEs ให้เติบโตแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ “ตอนนี้จีนมี SMEs ที่ทำธุรกิจมากถึง 76 ล้านบริษัท สร้างงานสร้างอาชีพได้มากถึง 200 ล้านคน” โดยอาจจะใช้นโยบายลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับบริษัทเล็กๆ   7. จีนยังมั่นใจและมองบวก สำหรับ “โลกาภิวัตน์” และเชื่อว่าคนทั้งโลกจะได้ประโยชน์จากระบบนี้   8. รัฐบาลควรใช้นโยบายลดภาษี เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน แต่รัฐบาลเองก็ควรรัดเข็มขัดอย่าใช้จ่ายมากเกินไป “เมื่อวานผมเพิ่งไปพบกับผู้บริหารระดับสูงหลายราย พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการลดภาษีครั้งใหญ่ และลดค่าธรรมเนียมเป็นมาตรการที่ได้ประโยชน์มากที่สุด” “รัฐบาลพร้อมที่จะให้คำมั่นสัญญาว่าจะลดภาษีในอนาคต” (พอพูดประโยคนี้จบ คนทั้งห้องปรบมือให้ทั้งหมดเลยครับ)   9. “จีนจะส่งเสริมการสร้างแพลตฟอร์มที่เปิดกว้างให้ทุกคนสามารถเข้ามาระดมทั้งความคิดใหม่ๆ และเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจ”   10. จีนยังคงเป้าหมายการเติบโตเศรษฐกิจ และคิดว่าจะทำได้แน่นอน ในระดับ 6-6.5% ซึ่งถือว่าเป็นขนาดเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศใหญ่ๆทั่วโลก   ============   ความเห็นของ #谈亿 #ถามอีกกับอิกเรื่องลงทุนจีน   1. รอบนี้การประชุม World Economic Forum (世界经济论坛) (เป็นเวทีเล็กกว่าที่ดาวอส สวิสเซอร์แลนด์) จัดที่เมือง Dalian (大连) ตั้งอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน แสดงว่าจีนมีบทบาทบนเวทีโลกมากขึ้นครับ   2. ถ้าสังเกตจะเห็นว่าเค้าใช้ธีม “Green, Secure and innovative Annual Meeting of the New Champions” คือเน้นการเติบโตเศรษฐกิจโดยการใช้นวัตกรรม และเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็คงจะเป็นแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจจีนเช่นกัน   3. ถึงแม้ว่าระยะหลังจีนจะพูดถึงยุทธศาสตร์ Made in China 2025 แต่ถ้าดูแนวทางที่จีนผลักดันบนเวทีนี้ คือการส่งเสริมให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในหลายอุตสาหกรรม จะเห็นว่าจีนยังคงเน้นนโยบาย Made in china 2025 เพียงแต่อาจจะพูดน้อยลง (เพื่อเลี่ยงความตึงเครียดกับสหรัฐ)   4. การแถลงรอบนี้นายกฯ จีน หลี่ เค่อ เฉียง (李克强) มาแบบเท่ ๆ เลยครับ ยังคงยืนยันแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจคล้ายๆกับหลายครั้งที่ผ่านมา คือเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน และยังเน้นเรื่องการค้าเสรี และพยายามที่จะสนับสนุนให้คนทั้งโลกไม่ให้กีดกันทางการค้า   แสดงว่านโยบายกีดกันการค้าของทรัมป์ (特朗普) ส่งผลต่อจีนจริงๆ (สังเกตจากการที่จีนพยายามเดินสายคุยกับประเทศนู้นประเทศนี้ เพื่อสร้างทางเลือกในการทำการค้าไม่พึ่งพิงเฉพาะสหรัฐมากมายเหมือนในอดีตครับ)   5. อีกมุมนึงนะครับ ่การที่จีนส่งเสริม SMEs อย่างหนักและด้วยคนจีนขยันทำมาค้าขายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทำให้การเน้นเปิดการค้าเสรีตามแบบฉบับของจีนอาจจะทำให้บางประเทศเสียเปรียบได้เช่นกันครับ   คิดเห็นยังไง เข้ามาแสดงความคิดเห็นได้ครับ   ============   ติดตามบทวิเคราะห์และสาระน่ารู้ที่จะทำให้คุณเข้าใจจีน มากขึ้นได้ ใน #谈亿 #ถันอี้ #ถามอีกกับอิกเรื่องลงทุนจีน ครับ   ขอให้ทุกท่านโชคดีในการลงทุน ลงทุนมีความสุขครับ 🙂   เร็ว ๆ นี้ เราจะย้ายการส่งข้อมูลความรู้จาก LINE@ […]

ด่วน! พี่ทรัมป์แถลงตกลงกลับมานั่งโต๊ะเจรจากับจีนกันอีกครั้ง!! 

  สดๆร้อนๆสำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำระหว่าง พี่ทรัมป์ผู้นำสหรัฐ และพี่สี ผู้นำจีน ที่นั่งประชุมกันจริงจังอย่างมาก ที่โอซากา ญี่ปุ่น    #谈亿 #ถันอี้ #ถามอีกกับอิกเรื่องลงทุนจีน เก็บตกนำมาฝากกันครับ   เบื้องต้นเป็นข่าวดีครับ ผู้นำทั้งสองท่านตกลงที่จะกลับมาเจรจา พูดคุยกันอีกครั้ง หลังจากตึงเครียด งอนๆกันมานานหลายเดือน   ============   มาดูฝั่งคุณทรัมป์ก่อนครับ (เสียงตอนแถลงค่อนข้างอ่อนแรงครับ น่าจะเหนื่อยมากๆเพราะประชุมตลอดเวลาในทริปรอบนี้)   1. ”การคุยกันกับท่านสี ดีมากๆ ดี(โคตรๆ) และดีกว่าที่คิด” “เราคุยกันหลายเรื่องมากๆ” “มีหลายสิ่งที่ประสบความสำเร็จ และในที่สุดก็สามารถกลับเข้าสู่เส้นทางการเจรจาได้แล้ว” มองว่าเป็นสัญญานที่ดีครับ   2. ตอนนี้ความสัมพันธ์ของจีน-สหรัฐ ดีมาก “จีนอยากทำข้อตกลงการค้าร่วมกัน ผมบอกคุณได้เลย” แต่การจะตกลงดีลการค้าร่วมกันได้ไหม เวลาเท่านั้นแหละครับที่จะสามารถตอบได้   3. เบื้องต้นจะยังไม่เรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากจีนไปอีกสักระยะหนึ่ง (จากตอนแรกที่บอกว่าถ้าวันนี้คุยกันไม่รู้เรื่อง จะขึ้นภาษีแบบจัดหนัก 3.5 แสนล้านเหรียญ แต่เค้าบอกว่าเค้าสามารถจะขึ้นได้ในอนาคตถ้าเค้าต้องการ)   4. ยังยืนและสนับสนุนนโยบายจีนเดียว (1 ประเทศ 2 ระบบ)   5. การเจรจา NAFTA แย่สำหรับสหรัฐมาก แต่ WTO อาจจะแย่มากกว่าเพราะทำให้จีนเติบโตก้าวกระโดด และเรายอมไม่ได้ ต้องเป็นดีลที่ดีเท่าานั้น   6. นับตั้งแต่เค้าได้รับการเลือกตั้งในปี 2016 เศรษฐกิจสหรัฐเติบโตหนักมาก ฮอตแบบสุดๆ และตลาดหุ้นเองก็ทำจุดสูงสุดใหม่หลายครั้งจนนับไม่ได้แล้ว “ผู้นำส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยว่านี่คือสิ่งที่สหรัฐทำได้ดี”   7. ก่อนหน้านี้จีนเคยบอกว่าจะไม่ทำดีลการค้าด้วยถ้าไม่ยกเลิกการแบน หวาเหว่ย (หัวเว่ย) ตอนนี้เราอนุญาตให้เอกชนสหรัฐสามารถขายสินค้าให้ หวาเหว่ย (หัวเว่ย) ได้แล้ว (แต่อาจจะกลับมาแบนอีกได้ อย่างน้อยๆก็คงจะเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาต่อรอง)   8. ผมยืนยันได้เลยว่า ผมสนับสนุนให้นักเรียนจีนมาเรียน มาศึกษาต่อ ในมหาลัยและโรงเรียนในสหรัฐได้ และยินดีสนับสนุนให้นักศึกษาจีนได้ green card ด้วย   9. สี จิ้นผิง เป็นผู้นำที่ดีที่สุดในจีนในรอบ 200 ปี เป็นผู้นำที่เข้มแข็ง “แต่ถ้าเป็นด้านการค้า เราก็คงจะไม่สามารถยอมได้เช่นกัน” “ในท้ายที่สุดมั่นใจว่าชาวนาของเราก็จะได้ประโยชน์เช่นกัน”   10. ช่วงที่ผ่านมาจีนใช้วิธีไม่ซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐ เพราะรู้ว่า ชาวนาชาวอเมริกันรักผม “คิดว่าพวกเค้าน่าจะชอบผมนะ”   11. เรามองว่า จีนเป็นพันธมิตรที่ดีมาก strategic partner (ถ้าจีนเปิดประเทศมากขึ้น ก็จะเป็นตลาดที่น่าสนใจมากๆ และดีต่อทั้งสองประเทศด้วย) แต่ตอนนี้จีนไม่เปิดประเทศให้สรัฐเลย ซึ่งก็ไม่ควรจะเยี่ยงนั้น นะครับพี่น้อง   ============   ทางฝั่งของคุณ สี จิ้น ผิง เองก็มีสัญญานที่ดีเช่นกันครับ   1. ทั้งจีนและสหรัฐได้ประโยชน์ร่วมกัน ถ้าหากจับมือกัน+ร่วมมือกัน และจะเสียหายมากทั้งคู่ถ้าหากเลือกที่จะเผชิญหน้ากัน   2. คุณ สี จิ้น ผิง บอกชัดว่า จีนมีความจริงใจในการเจรจาและพยายามหาข้อตกลงตรงกลาง ที่เป็นความแตกต่างระหว่างจีนและสหรัฐ   “แต่การเจรจาต้องอยู่บนพื้นฐาน ของความเท่าเทียมกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน” “และต้องรู้ด้วยว่าอีกฝ่ายมีความกังวลหรือให้ความสำคัญกับอะไรบ้าง”   3. การยกเลิกการแบนหวาเหว่ย (หัวเว่ย) เป็นภารกิจสำคัญของการประชุมครั้งนี้ แต่ยังไม่ได้คุยกรณีที่ลูกสาวของเจ้าของ หวาเหว่ย (หัวเว่ย) ถูกแคนาดาจับกุมตัว   เป็นที่น่ายินดีที่สหรัฐยกเลิกการแบน เพราะ “หวาเหว่ย (หัวเว่ย) เป็นบริษัทเอกชน ที่มีเทคโนโลยี IT ชั้นนำของโลก” “การลงทุนของเค้าจะช่วยให้อุตสาหกรรมท้องถิ่นได้ประโยชน์ด้วยเช่นกัน และการที่ใช้มาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด จะทำให้ทั้งสองฝ่ายเสียประโยชน์”     พี่ทรัมป์บอกเสริมว่า คุณสี จิ้น ผิง โทรศัพท์สายตรงมา ขอให้ช่วยเป็นกรณีพิเศษ (ทรัมป์ยกเลิกให้ ZTE สามารถซื้อสินค้าจากสหรัฐได้เช่นกัน)   4. จีนตกลงซื้อสินค้ามากมายจากสหรัฐ โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหาร   5. เศรษฐกิจโลกตอนนี้เจอแรงกดดันอย่างหนัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนโยบายปกป้องการค้า และตอนนี้กำลังทำลายระบบการค้าโลก   6. เรียกร้องให้สหรัฐปฏิบัติต่อเอกชนและนักเรียนชาวจีนอย่างยุติธรรม อย่างน้อยๆก็แค่กลับไปเป็นความร่วมมือแบบที่ควรจะเป็น   ============   ความเห็นของ […]

เวียดนามส่งมอบแล้ว รถสัญชาติเวียดนามคันแรก !!!

ก็มาดิครับ! เวียดนามส่งมอบรถยนต์ที่ผลิตเองคันแรกในประวัติศาสตร์!   รถเก๋งคันสีแดง สีสดๆ กำลังถูกจัดส่งไปให้กับลูกค้าคันแรกในเวียดนามวันนี้ครับ   ถ้าฟังดูผิวเผิน…. ก็อาจจะบอกว่าไม่เห็นมีอะไรเลย แต่สิ่งที่ทำให้รถยนต์คันนี้มีอะไร คือ VinFast เป็นรถยนต์คันแรกที่ผลิตโดยคนเวียดนาม และเป็นค่ายรถยนต์สัญชาติเวียดนามเต็มตัวครับ   “ผมคาดหวังว่า รถยนต์สัญชาติเวียดนาม จะทำให้เวียดนามเป็นแบรนด์ที่ติดตลาดไปทั่วโลก” “ผมอยากเห็น Vinfast โตไประดับเอเชียและระดับโลก” นายกรัฐมนตรีเวียดนามให้สัมภาษณ์ครับ   ==========   1. Vinfast ผลิตในโรงงาน Haiphong จะเน้นผลิตเก๋ง, รถ SUV , รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และรถบัสพลังงานไฟฟ้า   2. Vinfast ใช้เทคโนโลยีบางส่วนของ BMW, Opel รวมถึงค่ายรถยนต์อื่นๆจากเยอรมนีทำให้มีประสิทธิภาพสูงมากและรูปทรงสวยโฉบเฉี่ยวทันสมัยก็ได้รับการออกแบบจาก Pininfarina จากประเทศอิตาลี   3. ตอนนี้มีจำนวนสาขาที่รอจำหน่ายรถยนต์ vinfast 32 สาขาทั่วประเทศ   4. มีราคาเริ่มต้น 1.69 หมื่นดอลลาร์ หรือ 5.2 แสนบาท   5. เบื้องต้น VinFast ตั้งใจขายภายในประเทศครับเพราะมีจำนวนประชากรเกือบ 100 ล้านคน และจะเน้นไปที่คนชั้นกลางของประเทศเวียดนามเองครับ เพราะมีกำลังซื้อโตขึ้นมากๆในช่วงที่ผ่านมา   6. ตอนนี้มีคนเวียดนามจองซื้อรถมาแล้วกว่า 1 หมื่นคัน ตั้งเป้าว่าปีนี้จะขายได้ 3 แสนคันและตั้งเป้าว่าปีหน้าจะทำยอดขายได้ทะลุ 5 แสนคันต่อปี (มองเป้ายาวๆ ที่ปีละ 1 ล้านคัน)   7. ถ้าทำตลาดในเวียดนามสำเร็จแล้ว vinfast จะส่งออกไปยังต่างประเทศครับ (เล็งตลาด ยุโรป และอเมริกาเหนือ) ภายในกลางปีหน้า (2020)   8. Vinfast ลงทุนไปแล้วกว่า 3.5 พันล้านเหรียญหรือ 1.2 แสนล้านบาท   9. ตั้งเป้าทำรถหรูภายใน 10-20 ปีข้างหน้า   ==========   ความเห็นของถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน   จริงๆแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายครับที่ค่ายรถยนต์จะยืนระยะได้ในระยะยาว เพราอย่างรถประจำชาติอย่าง proton ของมาเลเซียเองก็เคยเกือบถอดใจเพราะขาดทุนเละเทะ เพราะตอนนี้การแข่งขันของเจ้าตลาดรถยนต์ญี่ปุ่นก็ดุเดือดจริงๆ   สิ่งที่แตกต่าง คือ vinfast บริหารโดยเอกชน ยักษ์ใหญ่ ทำให้มีความคล่องตัวในการบริหารงานมากกว่า + สายป่านยาวมากและอย่าลืมว่าตลาดเวียดนามเป็นตลาดที่ใหญ่มากๆ ถ้าจุดกระแสติดแค่ขายคนในประเทศให้ได้ก็คงจะรวยไม่รู้เรื่องแล้วครับ (แต่ปกติคนเวียดนามจะชื่นชอบแบรนด์ต่างชาติมากกว่า เพราะฉะนั้น vinfast คงต้องใช้เวลาอีกพอสมควรครับกว่าคนเวียดนามจะยอมรับ)   เราไม่รู้หรอกครับว่า vinfast จะใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะกำไร แต่สิ่งที่เวียดนามทำได้แล้ว คือการสร้างความภาคภูมิใจของคนในชาติครับ นายกฯเวียดนามเคยให้สัมภาษณ์ว่า “ใครจะไปคาดคิดว่า เวียดนามจะผลิตรถของตัวเองได้” “แต่วันนี้เราก็พิสูจน์ให้โลกเห็นแล้วว่าพวกเราทำได้”   ผมเชื่อว่านี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เวียดนามกำลังวิ่งไปข้างหน้า ไม่ได้เป็นแค่ประเทศผู้ผลิต OEM ให้แบรนด์อื่นๆเท่านั้น แต่กำลังจะสร้างแบรนด์ ที่ไม่ใช่แค่แบรนด์รถยนต์ แต่นี่คือการสร้างแบรนด์ของชาติ ที่จะทำให้สินค้าเวียดนามได้รับการยอมรับในระดับโลกได้อีกมากมาย   ปล.หลายประเทศอยู่กับที่มานานแล้วครับ หันกลับมาดูอีกทีประเทศเพื่อนบ้านก็พัฒนาเร็วมาก เผลอแปบเดียว เค้าอาจจะแซงเราได้ ซึ่งนั่นจะเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมากครับ   ==========   ข้อมูลเครื่องเคียง:   VinGroup: ทำธุรกิจเยอะมากครับ ทั้งโรงแรม ค้าปลีก รพ. มหาวิทยาลัย อิเล็คทรอนิกส์ สมาร์ทโฟน (ทำแทบจะทุกอย่างเลยครับ)    ก่อตั้งปี 1993 ปัจจุบันมียอดขาย 5 พันล้านเหรียญหรือ 1.5 แสนล้านบาท   P/E: 91x   Market Cap: 1.4 หมื่นล้านเหรียญหรือ 4.3 แสนล้านบาท (ปีนี้ราคาหุ้นขึ้นมาแล้ว 13%) เป็นหุ้นที่มีมูลค่าสูงที่สุดในเวียดนาม   ปัจจุบันมีลูกค้าที่ใช้บริการธุรกิจในเครือ Vingroup 4 ล้านคน   ผู้ก่อตั้งคืออภิมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในเวียดนาม และเคยเป็นคนขายก๋วยเตี๋ยวแห้งในฝรั่งเศสก่อนจะก่อร้างสร้างตัวขึ้นมา   #ลงทุนนอกโลก #ถามอีกกับอิกเรื่องลงทุน   ==========   ไม่อยากพลาด! อย่าลืมกดติดตามนะครับ    Line@: http://bit.ly/TAM-EIG_LINE   Twitter: http://bit.ly/TAM-EIG_Twitter   Youtube: http://bit.ly/TAM-EIG_Youtube   Telegram: https://t.me/TAM_EIG   ขอบคุณข้อมูลและภาพบางส่วนจาก Vingroup  

จีนเซ็นสัญญากับต่างประเทศอะไรมาบ้าง

รู้หรือไม่! นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจีนจัดหนักเซ็นสัญญาการค้าการลงทุนไปแล้วกว่า 25 ประเทศ   #谈亿 #ถันอี้ #ถามอีกกับอิกเรื่องลงทุนจีน   เราจะเห็นข่าวเรื่อยๆว่า พี่ทรัมป์ชวนคนนั้นคนนี้ทะเลาะไปเรื่อย เพื่อแลกกับสิ่งที่ตัวเองต้องการ (กำลังเลือกตั้งปีหน้านิ)   ในขณะที่พี่จีนเดินสายเงียบๆ เซ็นสัญญาการค้าการลงทุนไปแล้วกว่า 25 ประเทศ นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นความร่วมมือ Belt and Road เชื่อมโยงทั้งเอเชีย แอฟริกาและตะวันออกกลาง   หลายประเทศเคยเป็นพันธมิตรกับเมกา ทั้งนั้นครับ   หรือนี่….คือเหตุผลว่าทำไมพี่ทรัมป์ต้องเดินเกม จัดหนักจีนมากชึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา   ===========   เรียงลำดับตามเวลาเลยครับ   1. รัสเซีย (วันที่ 7 มิ.ย. 2562): เซ็นสัญญา 30 ฉบับ ทั้งด้านการค้า พลังงาน การลงทุน การวิจัย มูลค่า 2 หมื่นล้านเหรียญ 2. อาร์มีเนีย (30 พ.ค.): ฟรีวีซ่าสำหรับการอยู่ในแต่ละประเทศไม่เกิน 90 วัน   3.เอธิโอเปีย (29 พ.ค.): ข้อตกลงในการพัฒนาดาวเทียมสื่อสาร (ออกแบบ พัฒนา ผลิตดาวเทียม)   4.อิตาลี (27 พ.ค.): โครงสร้างพื้นฐานในโครงการ Belt and Road เส้นทางสายไหม และเซ็นสัญญาพลังงาน เหล็ก ท่อแก๊ส   5. ปากีสถาน (26 พ.ค.): กรอบความร่วมมือด้านเกษตรกรรม   6. ซิมบับเว (26 พ.ค.): ความร่วมมือในการพัฒนาด้านโรงพยาบาล   7. คูเวต (24 พ.ค.): เซ็น MOU โครงสร้างพื้นฐานในโครงการ Belt and Road เส้นทางสายไหม และข้อตกลงการค้า   8. สหภาพยุโรป (21 พ.ค.): ข้อตกลงด้านการบินพลเรือน โดยพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันทั้งด้านเทคโนโลยี นโยบาย และสิทธิบัตร พัฒนาเครื่องบินเอง   9. กานา (21 พ.ค.): สนธิสัญญาความร่วมมือด้านพัฒนารถไฟ   10. เกาหลีใต้ (17 พ.ค.): เซ็นสัญญาให้สายการบินเกาหลีใต้บินไปจีนได้ สัปดาห์ละ 49 เที่ยว   11. ปากีสถาน (4 พ.ค.): เซ็น MOU กรอบการค้าเสรีในระยะที่ 2 และการพัฒนารถไฟ   12. ปากีสถาน (29 เม.ย.): เซ็นความร่วมมือด้านอวกาศ   13. อียิปต์ (29 เม.ย.): เซ็นเงินกู้ 3 พันล้านเหรียญจากธนาคารพาณิชย์ของจีน   14. สวิสเซอร์แลนด์ (29 เม.ย.): ตกลงการค้าแบบทวิภาคีเพื่อโปรโมทการค้าการลงทุน ภายใต้ Belt and Road Initiative   15. โมซัมบิก (26 เม.ย.): กรอบการค้าการลงทุน 5 ฉบับ   16. เคนยา (26 เม.ย.): เซ็นสัญญาการพัฒนา Data Center และเมืองอัจฉริยะ โดยหวาเหวย (หัวเว่ย)   17. มองโกเลีย (25 เม.ย.): เซ็นสัญญา Belt and Road เพื่อเพิ่มการค้าการลงทุนระหว่าง รัสเซีย มองโกเลีย และจีน   18. ไซปรัส (25 เม.ย.): เซ็นสัญญา Belt […]

วันนี้ชวนมาดู “ทางม้าลายสุดไฮเทค ที่มหานครเซี่ยงไฮ้” กันค่ะ

    #谈亿 #ถันอี้ #ถามอีกกับอิกเรื่องลงทุนจีน   ความเจ๋งของทางม้าลายนี้ คือ แสงตรงพื้นมันจะเปลี่ยนไปตามสัญญาณไฟจราจร เช่น ถ้าไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว พื้นก็จะเปลี่ยนเป็นสีเขียว เพื่อบอกว่าให้เราสามารถเดินข้ามได้    หรือถ้าไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีแดง พื้นก็จะเปลี่ยนสีแดง เพื่อบอกว่าให้เราหยุด   เหมาะมากกกกกกกก สำหรับคนไหนที่ชอบจิ้ม ๆ มือถือ เอาแต่ก้มหน้า ไม่เห็นไฟจราจร 555   ไม่น่าเชื่อนะคะ ว่าประเทศที่เคยถูกพัฒนาช้ามาก แต่ตอนนี้ก้าวขึ้นมาเป็นประเทศชั้นนำของโลกไปแล้วค่ะ   ใครเคยไปเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันได้นะค่ะ   ========   ความน่าทึ่งไม่ใช่สีสันสวย ๆ งาม ๆ หรือความอัจฉริยะของถนนเท่านั้นนะคะ จริง  ๆแล้วตอนนี้ที่สี่แยกจราจร และตามเมืองต่าง ๆในเซี่ยงไฮ้ เริ่มที่จะใช้กล้องวงจรปิดติดทั่วเมืองค่ะ (แต่ยังใช้แค่บางโซนนะคะ)   เป็นเทคโนโลยีนำร่องของ พี่ใหญ่อย่าง Alibaba (阿里巴巴) ของเฮียแจ๊ค หม่า (马云) โดยเริ่มใช้ที่แรกที่บ้านเกิดของเค้านั่นแหละค่ะ ที่หางโจว (杭州)    โครงการนี้ชื่อว่า “City Brain (ET城市大脑)” แปลเป็นไทยสั้นๆว่า มันสมองของเมืองค่ะ หรือแปลไทยให้เป็นไทย คือโครงการเมืองอัจฉริยะ อ้าว… เริ่มงงไปอีก   ต้องบอกว่า หนึ่งในปัญหาของเมืองใหญ่ ๆ ในจีน คือ ปัญหารถติดค่ะ (คล้าย ๆ กรุงเทพฯบ้านเราเลยเนอะ)    โดยระบบ AI ของ City Brain จะรวบรวมข้อมูลภาพจากกล้องวงจรปิดตามสี่แยกต่างๆ แล้วก็ตำแหน่งที่ตั้งของรถบนท้องถนน และใช้ระบบจดจำใบหน้าคอยเก็บข้อมูลคน   ผลก็คือ มันจะคำนวณเลยค่ะว่า ไฟจราจรควรจะเปลี่ยนอย่างไร ที่แยกไหน เพื่อให้รถติดน้อยที่สุด หรือตรงไหนรถติด ระบบก็จะแจ้งไปยังตำรวจให้เข้ามาช่วยกันแก้ไขเคลียร์พื้นที่ให้   “ความเจ๋งคือ ช่วงไหนที่มีรถฉุกเฉิน หรือรถพยาบาลมาที่แยกไหน ระบบจะเปิดคำนวณ และจัดการสัญญาไฟจราจรเพื่อเปิดทางให้ ซึ่งขณะนี้ City Brain (ET城市大脑) ที่หางโจว (杭州) ช่วยลดเวลาและไปช่วยเหตุฉุกเฉินถึงที่หมายได้เร็วขึ้นเกือบ 50% และจัดการการจราจรได้ดีขึ้น 15%” นอกจากนี้ ระบบ AI ก็ยังสามารถช่วยคาดการณ์จราจรล่วงหน้าได้ด้วยนะคะ  สุดจริงๆ   โดยผู้บริหารของ Alibaba (阿里巴巴) มีแนวความคิดว่า ขณะนี้ 20% ของถนนกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างเพื่อขยายเส้นทาง แต่แทนที่จะก่อสร้างถนนขึ้นใหม่เรื่อย ๆ เราควรหาทางจัดการกับถนน 80% ที่มีอยู่ให้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า   แหะ ๆ ไม่รู้ว่า Alibaba (阿里巴巴) จะสนใจแนวความคิดการจราจรบ้านเราบ้างมั๊ย ตอนเช้าช่องนี้ให้รถวิ่งไป แต่ตอนช่วงเย็นรถติด ๆ ให้รถฝั่งโน้นวิ่งกลับนะจ้า    ========   ข้อมูลเครื่องเคียง:   จำนวนประชากรเซี่ยงไฮ้: 19.87 ล้านคน (GDP 3.27 ล้านล้านหยวน หรือ 16 ล้านล้านบาท มากที่สุดในจีน) ใหญ่พอ  ๆกับ GDP ประเทศไทย ทั้งประเทศ    Market Cap ของ Alibaba: 3.87 แสนล้านเหรียญ (11 ล้านล้านบาท ใหญ่เกือบเท่ากับตลาดหุ้นไทยทั้งตลาด)   P/E: 31x, Net profit margin: 23%, รายได้: 5.6 หมื่นล้านเหรียญ (1.7 ล้านล้านบาท), กำไร: 1.3 หมื่นล้านเหรียญ (3.9 แสนล้านบาท)   ========   ติดตามบทวิเคราะห์และสาระน่ารู้ที่จะทำให้คุณเข้าใจจีนมากขึ้นได้ใน #谈亿 #ถันอี้ #ถามอีกกับอิกเรื่องลงทุนจีน   ขอให้ทุกท่านโชคดีในการลงทุน ลงทุนมีความสุขค่ะ 🙂   ============   ไม่อยากพลาด! อย่าลืมกดติดตามนะครับ    Line@: http://bit.ly/TAM-EIG_LINE   Twitter: http://bit.ly/TAM-EIG_Twitter   Youtube: http://bit.ly/TAM-EIG_Youtube   Telgram:  https://t.me/TAM_EIG   ขอบคุณคลิปสวยๆ จากคุณปั้น ปณิธาน ศรีอินทร์ X ถามอีกกับอิกเรื่องลงทุนจีน

Subscribe & Follow