ชวนมาปลุกหมี !! สรุปเทรด DW28 และ SET50 กับ Stock Manday

2213

ถ้าคุณเป็นมือใหม่หัดเทรด DW28

ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่เลย ที่คิดเหมือนกันว่า Derivative Warrant (DW) มันน่าจะต้องยากแน่เลย แค่ชื่อก็ถอนหายใจแล้ว 
แต่รู้ไหมครับว่าทุกวันนี้ทั้งตลาดเทรดกันที่วันละ 5 หมื่นล้าน  ซึ่งเป็นการเทรด DW ถึงประมาณ 3 พันล้านบาท” ผมก็เพิ่งรู้ตัวเลขจริงๆเหมือนกันครับ มิน่าละ…  คนเข้าฟังสัมมนามากันเต็มห้อง อ.สังเวียน ที่ตลาดหลักทรัพย์ เลยครับ เท่าที่สอบถามดู ส่วนใหญ่เป็นมือใหม่ ยังไม่เคยเทรดมาก่อน แต่อยากศึกษา แหม…น่าชื่นใจจริงๆ

=====================

สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้เข้าร่วมฟังสัมมนาของ บล.แมคควอรี ครับ
ผมออกตัวก่อนว่า งานสัมมนานี้ เป็นหนึ่งในสัมมนาที่สนุกที่สุด เนื้อหาจัดเต็มมาก ที่สำคัญเอาไปใช้ได้จริงด้วยครับ มาเริ่มกันเลยครับ…. 

=====================

ทำไม DW ถึงน่าสนใจ? ตอบง่ายๆครับ คนส่วนใหญ่ทำกำไรเมื่อตลาดขาขึ้น แต่ DW ทำให้นักลงทุนสามารถทำกำไรเมื่อตลาดเป็นขาลงได้ด้วย 
พี่นพดล ดวงเนตรทิพย์ ผู้บริหารคนเก่งของ บลแมคควอรี  อธิบายให้จับต้องได้ง่ายขึ้นครับ

รูป: เปรียบเทียบผลตอบแทนของการลงทุนในภาวะตลาดขาลง (คลิกที่รูป เพื่อขยาย)

จากรูป ถ้าตลาด Futures ลดลง 6%  ความสวยงาม คือ ถ้าใครซื้อ Put DW จะมีโอกาส ได้ผลตอบแทนสูงถึง 34%!!! (ผมใช้คำว่า มีโอกาสนะครับ)

===========

ถ้าใครอยากรู้จัก DW แบบเป็นทางการ ผมอธิบายอย่างนี้ครับ

DW หรือ Derivative Warrant คือ ตราสารที่ให้สิทธิที่จะซื้อ หรือสิทธิที่จะขาย หลักทรัพย์อ้างอิงในอนาคตใน ราคา จำนวน และเวลาที่กำหนด 

แล้วก็คงคิดใช่ไหมครับว่า แล้วอ้างอิงอะไร?”

ก็ทั้งหุ้นในกลุ่ม SET50 และ SET100 (ซึ่งก็คือที่นักลงทุนเรียกว่า หุ้นแม่ แหละครับหรือถ้าใครไม่มีเวลาดูหุ้นรายตัว ก็ซื้อ DW ที่อ้างอิงกับ SET50 Futures ก็ได้ครับ

ตกลงที่บอกว่าทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นขาลง คือยังไง?”

ถ้ามองว่า หุ้นแม่จะมีราคาสูงขึ้น ก็ซื้อสิทธิในการซื้อหรือCall DW

แต่ถ้ามองว่าหุ้นแม่จะลง ก็ซื้อสิทธิในการขาย” หรือ Put DW  แค่นี้เองครับ (ฟังเหมือนง่ายนะครับ แต่! ชีวิตจริงต้องวิเคราะห์อ่านทิศทางของหุ้นหรือ ดัชนีอ้างอิงให้ขาดด้วยนะครับ)

ก่อนจะไปต่อ ผมขอแวะอธิบายโค้ดไม่ลับ ที่ต้องรู้เกี่ยวกับ DW ก่อนนะครับ (ไม่ได้ใบ้หวยนะครับ แต่ถ้าถูกอย่าลืมแบ่ง)

คลิกที่รูป เพื่อขยาย

  • 4 ตัวแรก คือ ชื่อหุ้น ครับ (ถ้าชื่อหุ้นเกิน4 ตัวอักษร ระบบจะตัดให้เหลือ4ครับ เช่น ADVA)
  • ตัวเลข 2 ตัว ถัดมา เช่น 28 คือ หมายเลขของผู้ออก DW (ในที่นี้คือ บล.แมคควอรี)
  • อักษรถัดมา จะเห็นตัว C (Call) หรือ P (Put) ก็เพื่อบอกว่า DW นี้เป็นสิทธิในการซื้อ (C) หรือสิทธิในการขาย (P)
  • YYMM คือ ปี และเดือน ของวันซื้อขายวันสุดท้าย: สำคัญมากนะครับ หลายคนชอบลืมดู เพราะยิ่งเข้าใกล้วันสุดท้ายที่มีการซื้อขายเท่าไหร่ ราคา DW จะปรับตัวลดลง แนะนำให้เลือกเล่นตัวที่มีอายุยาวหน่อย จะได้อุ่นใจครับ 
  • ส่วนตัวสุดท้าย ที่เห็นเป็นตัวอักษร A-Z คือ รุ่นที่ออก (series) 

เช่น ถ้าสมมติว่า มีอัตราทดที่ 4 เท่า จะหมายความว่า ถ้าเราซื้อหุ้น SAWAD แล้วปรากฏว่าราคาหุ้นแม่เพิ่ม 2% สิ่งที่ตามมาคือ Call DWราคาจะสูงขึ้น 8% (ถ้าถูกทางก็รวยไป ถ้าผิดทางก็เข้าใจตรงกันนะ…) แนะนำมือใหม่หัดเทรดDWว่า เริ่มจากต่ำๆดีกว่าครับ

สรุปแล้ว เสน่ห์ของ DW มี 4 ข้อ

  1. DW มี อัตราทด (Gearing) เป็นตัวเลขที่ขึ้นอยู่กับเรารับความเสี่ยงได้แค่ไหน… ถ้าเป็นขาซิ่งหน่อยก็สามาถเลือก gearingสูงได้
  2. ทำกำไรได้ทั้งภาวะตลาดขาขึ้น และขาลง อันนี้น่าจะทราบกันอยู่แล้ว…. ตลาดขึ้นก็ทำกำไรได้ตลาดลงก็ยิ้มออก
  3. ส่วนเรื่องสภาพคล่อง ไม่ต้องห่วงครับ ซื้อง่ายขายคล่อง เพราะจะมีตัวละครที่ชื่อว่า Market Maker ผู้ที่ทำหน้าที่ในการสร้างสภาพคล่อง คอยวาง bid offerให้ ช่วยให้เม่าน้อยอย่างพวกเรา สามารถซื้อ หรือขาย DW ได้สะดวกโยธิน ในราคาที่เหมาะสม
  4. มีเงินน้อยก็เทรดได้ละครับ ข้อนี้ถูกใจเม่าน้อยอย่างมากครับ เช่น ถ้าจะซื้อหุ้นPTT ก็ต้องซื้อที่ราคา 400 กว่าบาท แต่ถ้าซื้อ DW ของปตทราคาอาจจะอยู่แค่ 40 สต.- 50 สตเองครับ

ถ้าอยากเทรด DW ต้องทำยังไง?” ท่านไหนที่มีบัญชีหุ้นอยู่แล้ว สามารถเทรด DW ในstreamingได้เลยนะครับ โดยไม่ต้องเปิดบัญชีอนุพันธ์ และสามารถเทรดได้จากทุกโบรกเกอร์โดยไม่ต้องเปิดบัญชีใดๆ กับทางบริษัทผู้ออก DW เลย

มจะยกตัวอย่าง จากเวปไซต์ของ บล.แมคควอรี นะครับ มีสูตรในการเลือกอยู่ 4 ขั้นตอนครับ เข้าไปที่หน้าเวป เค้าเลยครับ www.thaidw.com   เวปเดียว มีข้อมูลครบครับ

คลิกที่รูป เพื่อขยาย

1) เราต้องทำการบ้าน หาหุ้นในดวงใจ และวิเคราะห์ให้ขาดว่า มีโอกาสขึ้นหรือลง (ถ้ามองขึ้น ก็ซื้อCall DW แต่ถ้ามองลงก็ซื้อ Put DW)

2) ดูวันซื้อขายสุดท้าย (นี่คือจุดที่แตกต่างจากหุ้น ถ้าติดดอยเรายังถือต่อได้ แต่DW มีโอกาสเหลือ0บาทได้)

3) ให้ดูค่า Gearing หรืออัตราทดของ DW ตัวนั้นๆ ถ้าพิจารณาทั้งสามข้อ แล้วยังตัดสินใจไม่ได้ว่า จะเลือกตัวไหนดี ต้องเลือกจาก implied volatility หรือค่าความผันผวนแฝง (วิธีการคำนวณ ผมว่าไม่จำเป็นต้องทราบครับ เข้าใจแค่คอนเซ็ปพอแล้วครับมันคือความเหวี่ยงของ DW ตัวนั้น ที่เทรดในตลาด

ถ้าimplied volatility สูงกว่าอีกตัว แสดงว่ามี ราคาแพง สำหรับมือใหม่แนะนำให้เลือกimplied volatility ต่ำ ดีกว่าครับ

ข้อสังเกตอีกอย่างครับ พี่นพดล…​ไม่แนะนำให้เล่น DW ที่มีราคาเป็นเศษสตางค์ เช่น 5สตางค์ เพราะมีความเสี่ยงเกินไป 

ก็จริงนะครับ เช่น ถ้าเราเคาะขวาซื้อ DWที่ราคา5สตเราต้องรอให้คนมาซื้อแล้วยกถึง2ช่อง เพื่อให้ฝั่งbid เป็น6สตนั่นหมายความว่าต้องลุ้นให้หุ้นแม่บวกเยอะๆ เราถึงจะได้กำไร ซึ่งในชีวิตจริงถ้าเล่นภายในวันก็อาจจะยากอยู่เหมือนกัน

ยังไม่นับเวลา cut loss แค่ขาย DW ที่มีราคา5 สต. เพียงแค่1-2ช่อง พอร์ตก็พังได้ละครับ ===========

เป็นไงละครับ อ่านมาขนาดนี้ เริ่มคันมืออยากซื้อ DWแล้วละซี่ แต่เดี๋ยวก่อน!!!

ทุกๆวัน Macquarieจะจัดส่งตารางสรุป SET50 DW ให้ ทางไลน์ ทุกเช้า เอาไว้ทำอะไรหรอครับ?

ตารางนี้สำคัญมากครับ เพราะตารางนี้จะบอก ค่า sensitivity เท่าไหร่  Sensitivity คือ ตัวเลขที่บอกว่า ถ้าราคาหุ้นแม่หรือตัวอ้างอิงขยับ 1ช่อง ราคา DW จะขยับไปกี่ช่อง แต่ค่า Sensitivity ของ DW28 จะเป็นส่วนกลับจากทางทฤษฎี คือ เป็นการเปรียบเทียบว่า หุ้นแม่ต้องขยับกี่ช่อง เพื่อให้ DW ขยับ 1 ช่อง โดยจะง่ายในการดู SET50 DW ครับ ยกตัวอย่าง เช่น S5028C1712C มีค่า sensitivity 1.5 จุด หมายความว่า ถ้า S50Z17 ขยับ 1.5 ช่อง (ช่วงราคา) , ตัวราคาDW จะเพิ่มขึ้นเป็น 1ช่อง   

พี่นพดล แนะนำว่าให้เล่น sensitivity ใกล้เคียง1 เพราะถ้า sensitivity สูงมากไป โอกาสทำกำไรก็อาจจะน้อยในแต่ละวัน (หุ้นแม่ ต้องบวกมากๆ DWถึงจะเพิ่มตาม)

แต่ถ้าต่ำไป เช่น 0.7 อาจจะทำให้เกิดการ cut loss เร็วขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น เพราะถ้าผิดทาง แล้วหุ้นแม่ร่วงลงนิดเดียว มือใหม่อย่างเราหัวใจก็คงจะหวั่นไหว ทนพิษขาดทุนไม่ไหว ต้องยอมตัดขาดทุนไปก่อน ทั้งๆที่ร่วงลงอีกนิดนึงจะถึงแนวรับแล้ว (พอคัทปุบ เด้งใส่หน้าเลย T.T )

======================

คลิกที่รูป เพื่อขยายภาพ

สำคัญมากๆ! ก่อนเทรดจริง ต้องเชคตาราคาด้วยครับทีเด็ดของ บล. แมคควอรี คือ มีข้อมูลการเปลี่ยนแปลงราคา DW ที่ละเอียด โดยใช้ “Bid Price” และจะบอกจุดยก จุดโยน ที่แน่นอน ช่วยนักลงทุนง่ายต่อการวางแผนลงทุน และหาจุดซื้อขาย ที่ดีมากขึ้นครับ (ดูในไลน์ก็ได้ครับ แต่ผมถนัดดูในเวปไซต์มากกว่าครับ)

===========

ถ้าท่านไหนที่ไม่มีเวลาเลือกหุ้นรายตัว ที่ บล.แมคควอรี มีDW ที่เคลื่อนไหวตาม Futures ของSET50 วิเคราะห์ตลาดภาพรวม ตัวเดียวจบเลยครับ… ไม่ต้องปวดหัวกับการหาหุ้นเล่น ทุกวัน และบางรุ่นยังมีอัตราทด 15-20 เท่า ทำให้มีโอกาสทำกำไรได้ในระหว่างวัน (เหมาะสำหรับนักเก็งกำไร)

ส่วนนักลงทุนที่สนใจก็สามารถลองแวะเข้าไปดูบทความหรือวีดีโอเรื่องเกี่ยวกับ DW หรือแม้กระทั้งข้อมูล DW ทุกตัวในตลาดได้ที่ www.thaidw.com


ถ้าคุณ…(คิดว่า) เป็นมือเก๋า เทรดDW28” มือใหม่ที่เข้ามาตลาด ส่วนใหญ่จะเจ๊ง 

นี่คือคำพูดแรกๆ ที่พี่แมน stockmanday บอก นักลงทุน (เจ็บจี๊ด เหมือนโดนมีดมาแทงใจดำยังไงไม่รู้เนอะ เพราะไม่เข้าใจว่า ต้องบริหารเงินอย่างไร ต้องวางหน้าตักยังไง หลักสำคัญ คือ อย่าใส่เงินมากเกินตัว เพราะราคาเหวี่ยงนิดหน่อย กระตุกนิดหน่อย จะกระทบต่อจิตใจ และอาจจะทำให้เราพลาดได้ แค่เกริ่นมา ก็รู้ละครับว่า ชายคนนี้มีของ แต่ต้องตั้งใจจดเป็นพิเศษ เพราะพี่แก เล่นมุขทุก 5 นาที นั่งขำตลอดเลยครับ 555

===========

สิ่งที่นักลงทุนส่วนใหญ่เรียนรู้ คือ เหมือนเราทำความรุ้จัก น็อต ทำความรู้จักเม็ดมะยม เรียนรู้ฟันเฟือง เรารู้ว่านาฬิกามีส่วนประกอบอะไรบ้าง แต่ถ้าให้เราประกอบนาฬิกาเอง เรากลับทำไม่ได้ เหมือนการเทรดตลาด TFEX รู้จักทุกเครื่องมือเลย !!! แต่เอามาใช้ไม่เป็น

===========

ส่วนที่เป็นวิธีคิด พี่แมน ให้คาถา สามข้อ ที่ฟังแล้วโดนใจดีครับ

1)TFEX ต้องรู้ที่ต่ำ ที่สูง:  ต้องรู้ว่า ตรงไหนคือราคาต่ำ ตรงไหนคือราคาสูง (ใช้กราฟเทคนิคช่วยได้เยอะครับ)

2)อย่าโลภ อันนี้สำคัญมากที่สุด ส่วนใหญ่ตกม้าตายข้อนี้

3)อย่าไล่ราคา ให้รอย่อ ถึงจุดที่วางแผนเอาไว้ แล้วค่อยเข้าซื้อ (ส่วนใหญ่มักจะคันมือ แล้วมือลั่น เคาะขวาใช่ไหมละ

โดยสรุปคือ เราต้องมองแนวโน้มให้ออก ว่า ตอนนี้เราอยู่แนวโน้ม ขาขึ้น หรือขาลง  เมื่อเลือกทางได้แล้ว ควรวิเคราะห์หาจุดที่จะเข้าlong  หรือ  shortในราคาที่เราได้เปรียบ (long ที่ราคาต่ำบริเวณแนวรับ หรือshortที่สูงๆ บริเวณแนวต้าน)

1.ถ้าเราเล่นตามแนวโน้ม เช่นถ้าตลาดขาขึ้น แล้วเราเปิดlong position ปรากฏว่า ผิดทาง ตลาดร่วงลงมา เราจะมีทางเลือกอยุ่สองทาง คือ จะคัท หรือจะถัวก็ได้ (ถัวตามแนวรับ ราคาต่ำๆ เพื่อให้ราคาเกาะกับราคาตลาดมากที่สุด แล้วถ้าราคาเริ่มเด้งกลับ ให้ขายส่วนที่ถัวออกมาก่อน)

2.แต่ถ้าเราเลือกที่จะเป็นชาวสวน (สวนแนวโน้มหลักเช่น ตลาดขาขึ้น แต่ชนแนวต้านแล้วยังไม่ผ่าน แล้วเราเลือกที่จะเปิดshort position ปรากฏว่าผิดทาง เรามีทางเลือกเดียว คือ ยอมขายขาดทุน เพื่อรอตั้งหลักเล่นรอบถัดไป (อย่าทู้ซี้ เด็ดขาด ไม่งั้นจะเจ็บหนัก)

=====================

แต่จะรู้ได้ไงว่าตลาดเป็นขาขึ้น หรือขาลง…. มีหลายเทคนิคนะครับ “Stochastic เปรียบเสมือนกับ สุนัข เห่าเตือน นี่คือการเปรียบเทียบในมุมมองของพี่แมนครับ Stochastic คือ เครื่องมือ ที่พี่แมน แนะนำให้ใช้ เพราะมันมีหน้าที่สำคัญมาก

1) บอกจุดกลับตัวของแนวโน้ม ตั้งแต่ต้นเทรนด์

2) มีหน้าที่บอก ว่า หุ้นที่วิ่งขึ้นไปไกลๆ แล้วกำลังย่อตัวลงมา และ

3) มีหน้าที่บอกจุดกลับตัวว่าหุ้นกำลังเปลี่ยนเป็นขาลงแล้ว นี่คือนิยาม ของการเป็นสุนัข เห่า” เตือนให้นักลงทุน รู้ก่อน ซึ่งจะช่วยให้เราวางแผนกลยุทธ์การลงทุนได้ดีขึ้น แต่หน้าที่ของ RSI คือการ ช่วยconfirm ในการกลับตัว  ซึ่งหน้าที่นี้ เครื่องมืออื่นทำแทนได้เช่นกันครับ เช่น macd หรือ adx หรือปริมาณการซื้อขาย ทำให้ส่วนตัวพี่แมนแทบจะไม่ใช้ RSI เลยครับ

===========

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ผมขอยกตัวอย่างกราฟซัก 1 อัน เพื่อให้เห็นภาพนะครับ (พี่แมน ทำการบ้าน มีสไลด์ เยอะมาก แต่สรุปแค่ส่วนนึง เพื่อความกระชับของเนื้อหาครับ)

คลิกที่รูป เพื่อขยายภาพ

จะเห็น ว่า โซนด้านล่างมี เส้น stochastic (กราฟขึ้นลง สีน้ำเงินและจะมีเส้นด้านบน (แดงด้านล่าง (เขียว) ตีกรอบไว้อีกที

ถ้า stochastic (กราฟขึ้นลง สีน้ำเงินทะลุเส้นด้านบน (แดง) เรียกว่า overbought หรือโซนที่มีแรงซื้อมากเกินไป ตรงกันข้าม

ถ้า stochastic (กราฟขึ้นลง สีน้ำเงินทะลุเส้นด้านล่าง (เขียว) เรียกว่า oversold  หรือโซนที่มีแรงขายมากเกินไป เข้าใจเบื้องต้นแล้ว ลุยต่อครับ….

จุดที่ 1: หุ้นถูกขายอย่างหนัก จนstochastic  (กราฟขึ้นลง สีน้ำเงินร่วงลงมา ทะลุเส้นด้านล่างสีเขียว (วงกลมสีแดง) : เรียกว่า Oversold โซนที่ถูกขายหนักมากเกินไป

จุดที่ 2: คือการที่หุ้นถูกไล่ซื้อ จนstochastic วิ่งขึ้นไปชนเส้นข้างบนเรียกว่า Overbought โซนที่ถูกซื้ออย่างหนัก

เวลาคุณจะมองว่า ช่วงนี้เป็นตลาดขาขึ้นหรือ ขาลง ให้นึกว่า ในช่วงที่อยู่ในโซน oversold ช่วงที่คนแห่ขายอย่างหนัก ราคาอยู่ที่กี่บาท ถ้ายังขายได้ราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ก็แสดงว่ายังเป็นขาขึ้น พี่แมน แนะนำ

ยังตามทันนะครับ…. มาต่อกันครับ

แล้วพอเด้งขึ้นไป overbought ที่จุด 2ปรากฏว่าอีกแปบนึงหุ้นก็ถูกขายอย่างหนัก จนร่วงลงมาอยู่โซนoversoldอีกรอบ ที่จุด3 กลับไปที่คำพูดของพี่แมน…. ให้ลองเทียบดูว่า ช่วงที่ถูกขายอย่างหนัก ราคาอยู่ที่กี่บาท ตอนนี้จุดที่มีแรงขายอย่างหนัก คือ 1 กับ 3 ใช่ไหมครับ….. : กรณีนี้ จุดที่3 ราคาสูงกว่า จุดที่1 แสดงว่า หุ้นยังเป็นขาขึ้น ได้สิทธิไปต่อครับ

หุ้นขึ้นไปเรื่อยๆ ถึงจุดที่ปรากฏว่า เจอการขายหนักอีกรอบ ใช้หลักเดิมครับ เปรียบเทียบ กับ จุดที่มีการขายหนักก่อนหน้านี้ นั่นคือจุดที่3 : กรณีนี้ ก็ยังเป็นขาขึ้นครับ เพราะราคาที่จุดยังสูงกว่า การขายหนักรอบที่แล้ว ที่จุดที่ 3

เริ่มเข้าใจแล้วใช่ไหมครับ อะลองกลับข้างดูบ้าง

จุดที่ 6: หุ้นถูกขายหนักอีกรอบ  แต่รอบนี้ ราคาต่ำกว่า การขายหนักรอบก่อนหน้านี้ นั่นคือ จุดที่ : กรณีนี้ มีโอกาสเริ่มเป็นขาลง แล้วครับ (มองเบื้องต้นว่า แค่มีโอกาส เป็นขาลง เพราะเรายังต้องให้เกียรติการขึ้นรอบใหญ่ก่อนหน้านี้ ให้โอกาสเค้าหน่อย อย่าเพิ่งตัดออกจากกองมรดกครับ)

ไปต่อครับ

มาถึงจุดที่7 ละครับ รอบนี้เป็นการซื้อหนัก…. ใช้หลักการเดิมครับเทียบ ราคาจุดที่ซื้อหนักในรอบนี้ (จุดที่7) กับราคาของจุดที่ซื้อหนักในรอบก่อนหน้านี้ (จุดที่5)

: กรณีนี้ จบละครับ โอกาสขาขึ้นของคุณหมดลงแล้ว เพราะราคาที่จุดที่7 ต่ำกว่าราคาที่จุดที่5 แสดงว่า ความนิยมหุ้นตัวนี้ตกลงแล้ว เป็นขาลงเต็มตัว ซึ่งจะเป็นจุดที่เราเปิดshort ได้

ส่วนจะปิดทำกำไรที่ราคาเท่าไหร่ ก็วัดเป้าหมาย โดยการตีเส้นฟิโบ (fibonacci) …ไม่ยากอย่างที่คิดตอนแรกใช่ไหมครับ

===========

ตลาดหุ้นเปิดตลอด จนกว่า จะกินตังคนที่ดูถูกตลาดไปจนหมด คนส่วนใหญ่อยากรวยจากหุ้นเยอะๆ แต่เราไม่ให้เวลากับมันเลย นี่คือ ประโยคทองของพี่แมน ที่ส่วนตัวผมรู้สึกว่า ใช่ครับ… กว่าเราจะทำอาชีพที่เรารัก และทำตังจากมันได้ เราผ่านการเรียนมาตั้งกี่ปี ผ่านประสบการณ์การทำงานมามากแค่ไหน แต่พอเป็นด้านการลงทุน เราเก็บตังแทบตาย เอามาลงทุนเพื่อหวังให้งอกเงย เรากลับให้เวลาศึกษาน้อยมาก จริงไหมครับ


การไม่รู้ คือ ความเสี่ยงที่สุด

ย้ำกันอีกครั้งครับ!! “DW ประโยชน์มีเยอะมาก แต่ก็เป็นเหมือนดาบสองคม ต้องศึกษาข้อมูลให้ดีครับ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแคมเปญ “Grow Your Success” ของ บล.แมคควอรี ที่เป็นการแบ่งปันประสบการณ์ตรงจากผู้มีประสบการณ์ ในการซื้อขาย DW และสอนความรู้พื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับDW ซึ่งจะช่วยให้เราเทรด DW ได้อย่างสบายใจและประสบความสำเร็จมากขึ้นครับ

ถ้ายังไม่มั่นใจตรงไหน หรือต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติม สามารถติดต่อ สอบถามทีมงานของ บล.แมคควอรี ได้เลยครับ 

ขอให้ทุกท่านโชคดีในการลงทุน ลงทุนมีความสุขครับ 🙂

เพจ: ถามอีก กับอิก เรื่องลงทุน

TAM-EIG

TAM-EIG

#ทุกเรื่องที่นักลงทุนต้องรู้

2213
error: Content is protected !!