ตารางราคา DW อาวุธของนักลงทุนที่เราต้องพกติดตัวทุกครั้ง!

5844

ตารางราคา DW อาวุธของนักลงทุนที่เราต้องพกติดตัวทุกครั้ง!

“DW” หรือ Derivative Warrant คือใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่มีโอกาสที่จะทำให้เรามีความมั่งคั่งได้มากขึ้นครับ

ผมใช้คำว่า “มีโอกาส” เพราะการเทรด DW มีการอ้างอิงกับหุ้น (ต่อจากนี้ ผมจะแทนหุ้นที่ไปอ้างอิงว่า “ตัวแม่” และ DW ว่า “ตัวลูก”) โดยเราต้องเข้าใจธรรมชาติของมันให้ดีก่อนครับวันนี้ผมเลยจะมาเล่าให้ฟังว่าโดยธรรมชาติแล้วกลไกราคาของตัวลูกจะเป็นยังไงครับ

เอาหลักการกว้างๆก่อนครับโดยปกติแล้วราคา “ตัวลูก” จะวิ่งไปพร้อมกับ “ตัวแม่” หรือหุ้นอ้างอิงครับ

ชีวิตลูกน้อย ขึ้นอยู่กับแม่ แม่วิ่งไปไหนลูกก็ควรจะวิ่งตามว่างั้นเถอะ

เช่นถ้าหุ้นแม่บวกตัวลูกก็ควรจะบวกด้วยแต่ถ้าตัวแม่มีแรงขายเละเทะตัวลูกเองก็ควรจะร่วงตามนั่นเองครับ

======================

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า ถ้าหุ้นแม่บวก แล้วหุ้นลูกจะบวกมาแค่ไหน?

คำตอบนี้ง่ายมากครับ คำแนะนำของผมคือก่อนจะซื้อขายตัวลูกเราต้องดู“ตารางราคารับซื้อคืน DW” ทุกครั้งครับ (เราไม่ต้องปวดหัวมานั่งคำนวณเอง เพราะทางโบรคจะคำนวณมาให้เรียบร้อยแล้ว) โดยตารางนี้เหมือนเป็นคัมภีร์ที่จะบอกเลยว่า

เมื่อราคาหุ้นแม่ขยับเท่านั้นเท่านี้บาทหุ้นลูกควรจะมีราคาเป็นเท่าไหร่

ตารางราคารับซื้อคืน DW13

ที่มา: Thaiwarrant.com

แล้วทำไมต้องใช้ชื่อ “ตารางรับซื้อคืน” ก็เพราะว่า การซื้อ DW คือการที่เราซื้อจากโบรค แปลว่าถ้าเราจะขาย เราก็ต้องดูว่าเค้าจะรับซื้อคืนกี่บาทนั่นเองครับ

เริ่มเข้าใจมากขึ้นแล้วนะครับ

จะลองดูไปพร้อมๆกันเลยก็ได้นะครับ เริ่มจาก Add LINE: @dw13 หรือคลิก https://line.me/R/ti/p/%40dw13 (พิมพ์ชื่อหุ้น/DW เข้าไปในหน้าแชท ระบบก็จะส่งตารางกลับมาให้)

======================

การดูตารางรับซื้อคืน ต้องแยกเป็น 2 กรณีครับ

ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพมากขึ้น

มาดูฝั่ง Call กันก่อน เอาตัวฮอตๆหน่อย ช่วงนี้ต้องยกให้เฮียปอ เลยครับ

เช่น PTT13C1810A (ส่วนตัวจะชอบตัวที่มีคนเทรดเยอะๆหน่อยครับ สบายใจดี)

ถ้าเรายังมองว่า เฮียปอ ยังไปต่อได้ จากราคาน้ำมันที่น่าจะทำนิวไฮได้ต่อเนื่อง ผมก็จะเลือก ฝั่ง Call

คำถามคือ แล้วจะดูตารางยังไงละ (ส่วนนี้ต้องใจเย็นๆค่อยๆทำความเข้าใจไปพร้อมๆกันนะครับ)

ตารางรับซื้อคืน DW13

ที่มาตาราง: Thaiwarrant.com

ทุกท่านสังเกตมุมซ้ายข้างบนที่เขียนว่า PTT (ราคา bid) นี่คือราคา bid ของหุ้นแม่ เป็นคอลัมน์ทางซ้ายมือสุด ไม่ใช่ราคาล่าสุดที่เราเห็นใน streaming นะครับ แต่เป็นราคา bid

เช่น (ให้ดูบรรทัดที่มีแถบสีส้ม) ราคา bid ล่าสุด ของหุ้นแม่ คือ 58 บาท เราจะรู้ได้ไงว่า ราคาหุ้นลูกควรจะเป็นกี่บาท เราก็กวาดสายตาไปทางขวา

แล้วเลือกตามวันที่เราเทรด เช่น วันที่ 25 เม.ย. 2561เราก็จะเจอเลข 0.43 นั่นแปลว่า ที่ราคา bid ของหุ้นตัวแม่ 58 บาท ราคา bid ของ DW จะอยู่ที่ 43 สต.

แล้วถ้าหุ้นแม่ขยับลดลง เหลือ 57.50 บาทละ ก็ใช้สูตรเดิมครับ เมื่อเจอบรรทัดราคา 57.5 แล้วให้มองคอลัมน์ทางขวามือ เพื่อหาวันที่ที่เราต้องการดูราคา เช่น 25 เม.ย. เราก็จะรู้แล้วว่าราคา DW ควรอยู่ที่ 41 สต. เป็นต้น

ปล. สำหรับ DW ที่เป็นตัว Call เหตุผลที่เราต้องดูที่ bid ของหุ้นแม่ เป็นเพราะเวลาที่เราซื้อ DW จากโบรค ทางโบรคเองเค้าจะปิดความเสี่ยง เค้าก็จะไปซื้อหุ้นในกระดานด้วยมูลค่าที่เท่ากันนั่นเองครับ เราเลยต้องเทียบตารางจากราคา Bid ของหุ้นแม่

======================

กรณีที่ 2 ถ้าเป็น Put ละดูอย่างไร?

จะดูกลับข้างกันนิดหน่อยครับมาดูตัวอย่างกันเช่นถ้าเลือก EA13P1809A (เป็นเพียงตัวอย่างสมมติไม่ได้ชี้นำแต่อย่างใด)

ตารางรับซื้อคืน DW13

ที่มา: Thaiwarrant.com

วิธีดูคือดูราคา Offer ของ EA ใน streaming ก่อนว่าราคาเท่าไหร่เช่น 28 บาทสิ่งที่เราต้องดูต่อคือเราต้องการดูราคาหุ้นลูกของวันไหนเช่นวันที่ 25 เม.ย. 2561 เราก็กวาดสายตาไปด้านขวามือจะเห็นเลข 1.67 บาท

อ่านได้ว่าที่ระดับราคา 28 บาทในวันที่ 25 เม.ย. ราคา EA13P1809A ควรจะอยู่ที่ 1.67 บาท

แล้วถ้าราคาลดลงตามที่เราคาดการณ์มาอยู่ที่ 27 บาทในวันที่ 25 เม.ย. ราคา EA13P1809A ก็ควรจะอยู่ที่ 1.76 บาท (ราคา put DW เพิ่มขึ้นเพราะมองว่าราคาหุ้นแม่จะลดลง)

ปล. ส่วนถ้าเป็น put DW เหตุผลที่เราต้องดูที่ offer ของหุ้นแม่ถ้าเป็น put เพราะเวลาที่เราซื้อ put จากโบรค (เพราะเรามองว่าราคาจะลดลง) ทางโบรคก็จะไปขายหุ้นแม่ในกระดานเพื่อปิดความเสี่ยงนั่นเองครับ

======================

ทำไมผมถึงยกตัวอย่าง DW13

1.สำหรับ DW13 จะให้ตารางราคาล่วงหน้า 6 วันทำการ

ช่วยให้นักลงทุนวางแผนล่วงหน้าได้ เพราะจะเห็นว่าราคาตัวลูกในแต่ละวันจะไม่เท่ากัน จะลดลงตามกาลเวลา แม้บางครั้งหุ้นแม่อาจจะไม่ขยับ แต่ DW ก็ราคาลดลงได้นั่นเป็นเพราะมีค่าเสื่อม หรือ Time Decay เป็นจุดที่ต้องระวัง ดังนั้นตารางราคาล่วงหน้าจึงจำเป็นมากครับ จะช่วยให้เราวางแผนล่วงหน้าได้

ตารางรับซื้อคืน DW13

ที่มา: Thaiwarrant.com

2. DW13 มีการซื้อขายสูงมาก

ข้อนี้ผมก็ชอบครับ และเท่าที่สังเกตดู การวาง bid-offer ของค่ายนี้ก็ค่อนข้างแน่น ทำให้สบายใจเวลาที่เราลงทุน ว่าเมื่อเข้าไปแล้วก็สามารถออกของได้สบายๆ ชิลๆและทำให้ราคาเป็นไปตามตารางมากขึ้น ซึ่งข้อดีของการเลือกเทรด DW ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงๆ ก็คือ ทำให้มีโอกาสที่จะซื้อได้ที่ราคา Bid หรือขายได้ที่ราคา Offer เพราะคำสั่งซื้อ/ขาย อาจ match กับนักลงทุนด้วยกันเอง

3. DW13 ออกรุ่นใหม่มาเรื่อยๆ

แม้จะเป็น Call DW เหมือนกันแต่ก็จะมีหลายรุ่น เช่น ADVA13C1805A, ADVA13C1809A นั่นเป็นเพราะ DW13 อยากให้มีรุ่นที่มีอัตราทด (Tick) อยู่ใกล้ๆ 1 เสมอ


ที่มา: Thaiwarrant.com

หมายความว่า ถ้าหุ้นแม่ ขยับ 1 ช่อง ตัว DW ก็จะขยับ 1 ช่อง (ดีมากครับ เพราะจะได้ไม่วิ่งขึ้น-ลงเร็วเกินไป หัวใจจะวายเอา หรือไม่ช้าจนเกินไปแบบที่แม่ไปหลายช่องแล้ว กว่า DW จะขยับช่องนึง

======================

สิ่งที่ผมเองเคยเจอบางกรณีราคาอาจจะไม่ตรงกับตารางบ้าง:

1. ราคา DW ลอย

ผมว่าหลายท่านที่เทรดก็คงเคยเจอราคา DW ลอยหมายความว่าไง? หมายความว่าราคา offer ของDW อาจจะอยู่สูงกว่าราคาในตาราง (แต่ราคา bid ยังรับซื้อตามตาราง)

ยกตัวอย่างต่อเนื่องจากด้านบน ราคาตัวแม่PTT อยู่ที่ราคา 58 บาท ณ วันที่ 25 เมษายน ราคาตามตารางทางโบรคขาย DW ที่ 0.43 บาท แต่พอเราเปิด Streaming ขึ้นมา ราคา Offer DW กลับอยู่ที่ 0.50 บาท อ้างอิงตัวแม่ 58 บาท

เกิดขึ้นได้ไง? เกิดขึ้นจากกรณีที่ DW ตัวนั้นฮอตมากทำให้เกิดการไล่ซื้อจนของในมือของโบรคหมดนั่นหมายความว่าการวางราคา offerสิ่งที่เราเห็นใน streaming คือนักลงทุนเล่นกันเองหรือมองอีกมุม เมื่อ demand มากกว่า supply ราคาก็สูงขึ้นนั่นเองครับ

กรณีนี้สำหรับคนซื้อ: แนะนำให้รอหรือตั้งราคาตามตารางหรือไม่งั้นก็โทรศัพท์ถามทาง KGI ครับ (ปกติโบรคจะไปขอกลต.ให้ออก DW เพิ่มได้) เพราะไม่งั้นอาจจะต้องซื้อสูงกว่าความเป็นจริงยกเว้นว่าคุณอยากได้ DW ตัวนั้นจริงๆและคิดว่าถ้าไม่เคาะเลยตอนนี้แล้วจะไม่ได้ของถ้าเป็นกรณีนี้ก็เคาะเลยก็ได้ครับ แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงให้ได้เช่นกันว่าซื้อของแพง

กรณีสำหรับคนขาย: มีโอกาสขายได้ราคาดีกว่าในตารางราคา แต่เวลาเรากดขายต้องมีสติ ตั้งราคาขายนะครับ อย่าไปกด MP เดี๋ยวงานเข้า เพราะถ้ากด MP จะกลายเป็นว่าเรายอมขายทุกราคา จนครบตามจำนวนที่ตั้งขายซึ่งมีโอกาสต่ำกว่าเราที่ต้องการ แต่ถ้าเราตั้งราคาขายตามตาราง โดยทั่วไปทางโบรคเค้าจะรับซื้อหมดครับ

======================

2. หลีกเลี่ยงการเทรดตัวเล็กๆสภาพคล่องต่ำๆ

ผมว่าเดี๋ยวนี้ทางเลือกมีเยอะนะครับส่วนตัวถ้าจะเทรด DW จะเลือกตัวที่อยู่ใน SET50 มากกว่า SET100 ครับเพราะเคยเจอเหตุการณ์ที่มีความผันผวนมากหรือหุ้นแม่โดนไล่ราคาแล้ว bid offer อาจจะเหลือน้อยทำให้ซื้อหรือขาย DW อาจจะไม่ได้ราคาตามที่เราต้องการ

แต่ก็เข้าใจได้ครับเพราะเวลาที่เราอยากซื้อทางโบรคก็ต้องไปซื้อหุ้นแม่ในกระดานเพื่อปิดความเสี่ยงดังนั้นถ้าสภาพคล่องของหุ้นแม่มีน้อยก็จะมีผลต่อ bid offer ของตัวลูกเช่นกัน

======================

3. หลีกเลี่ยงการเทรด DW ตอนช่วง ATO/ATC

จริงๆแล้วไม่ใช่ผู้ออก DW ทุกรายที่ทำราคา DW ช่วง ATC เพราะลองนึกดูว่าช่วงราคาตอนเปิด-ปิดตลาดเป็นช่วงที่ราคาอาจจะวิ่งไปวิ่งมายังไม่นิ่งทำให้หลายครั้งส่วนตัวจะเห็นว่าราคาอาจจะไม่ตรงตารางบ้างทางโบรคก็คงทำราคาลำบาก แต่ก็มีเจ้าหลักๆอย่าง DW13 ที่บอกว่าพยายามทำราคา DW ในช่วง Call Market

แต่การเทรด DW ตอนช่วง ATO/ATC ก็ยังเป็นอะไรที่ควรหลีกเลี่ยง หากไม่จำเป็นจริงๆ เพราะถ้าเราซื้อ-ขายช่วงนั้นอาจจะได้ต้นทุนที่สูงหรือขายได้ราคาที่ถูกกว่าตาราง

======================

4. ช่วงใกล้หมดอายุและราคาหุ้นแม่เปลี่ยนไปมาก

ช่วงนั้นอัตราทด (Tick) จะเปลี่ยนสิ่งที่สังเกตเห็นคือจริงๆแล้วทางโบรคก็ยังรับซื้อตามตารางนะครับขายได้สบายๆเลยแต่ตอนที่เราอยากซื้อ offer อาจจะห่างไปหน่อย

ก็เลยกลับมาข้อดีของ DW13 ที่เค้าจะออกซีรีย์ใหม่ๆมาเพื่อให้อัตราทด (Tick) มันใกล้ๆกับ 1 (แม่ขยับกี่ช่องลูกก็ขยับตามนั้น)

======================

5. ไม่ต้องกังวล ว่า เมื่อหุ้นแม่จะจ่ายปันผลหรือแตกพาร์

โดยหลักการโบรคจะไม่ทำให้ต้นทุนของพวกเราเปลี่ยน

ต่อให้หุ้นแม่มีการแตกพาร์ หรือขึ้น XD (ซึ่งปกติแล้วราคาหุ้นแม่จะลดลง) แต่ทางโบรคจะปรับไส้ในเพื่อให้ราคาในตารางไม่เปลี่ยนแปลง

เช่น BEM กำลังจะขึ้น XD วันที่ 27 เม.ย. ตามธรรมชาติแล้วราคาหุ้นแม่จะลดลงเท่ากับเงินปันผลที่จะจ่าย กรณีนี้ คือ 0.07บาท ถ้าดูตอนนี้จะเห็นว่า วันที่ 27 เม.ย. ตัว DW ควรจะมี bid ราคา 0.25 บาท

พอวันที่ 27 เม.ย. DW จะใกล้เคียง 0.25 บาท เพราะทางโบรคจะปรับ ราคาใช้สิทธิและอัตราใช้สิทธิ เพื่อให้พวกเราไม่เสียเปรียบต้นทุนนั่นเองค้าบบบบ

แต่สิ่งที่เปลี่ยน อาจจะเป็นอัตราทด (Tick) นั่นคือ ถ้าตัวแม่ขยับ 1 ช่อง ตัวลูกอาจจะขยับมากกว่า ซึ่งถ้าเรากลัวจะสับสนตอนเทรด ก็ให้ไปเล่นซีรีย์อื่นได้ เพราะ KGI จะออกซีรีย์ใหม่ๆให้นักลงทุนเสมอๆ ซึ่งเราเชคได้ในตารางครับ

======================

จะเข้าไปดูยังไงละ ?

ผมย้ำว่าก่อนจะซื้อหรือขาย DW ทุกครั้งเราต้องเข้าไปเชคตารางราคาก่อนนะครับ

ของ KGI เข้าไปดูทั้งสองช่องทางเลย คือในเวปไซต์: thaiwarrant.com และแอดไลน์ไว้ครับ LINE: @DW13 แอดอัตโนมัติ คลิก https://line.me/R/ti/p/%40dw13 (พิมพ์ชื่อ หุ้น / DW เข้าไปในหน้าแชท ระบบก็จะส่งตารางกลับมาให้ สะดวกสุดๆ)

ที่ชอบคือ ในเวปไซต์จะดูสะดวกดี มองเห็นชัดๆ แต่ในไลน์จะเห็นว่าตอนนี้ตัวไหนมีความเสี่ยง, ตอนนี้ตัวไหนเป็นราคาลอยและอัพเดทตารางได้ตลอดเวลาทำให้ไม่พลาดและไม่เข้าไปซื้อที่ราคาแพงเกินไป

======================
ก่อนจะเทรดจริงผมแนะนำให้โทรเข้าไปคุยปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ :
KGI เบอร์โทร 02-658-8924

ขอให้ทุกท่านโชคดีในการลงทุน ลงทุนมีความสุขครับ

TAM-EIG

TAM-EIG

#ทุกเรื่องที่นักลงทุนต้องรู้

5844
error: Content is protected !!